สภาพหนี้ของชุมชนเวลานี้เป็นปัญหาสำคัญ เมื่อเทียบกับอดีตสัก ปี 2540
แล้ว คนละเรื่อง ขณะนั้นแม้ว่าสภาวะการเงินจะไม่คล่องตัว
แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดหนี้ อย่างไรก็ตาม
เมื่อมีการเร่งเครื่องการพัฒนาในระดับรากหญ้า
กระตุ้นเศรษฐกิจโดยรัฐอัดฉีดเงินลงไปถึงมือประชาชน
เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังการบริโภคภายใน
ทำให้เกิดการผลิตเพื่อตอบสนองต่อความต้องการภายในประเทศ
(จะเห็นจากการโฆษณาสินค้าบริโภคที่หนักมากๆ
และมักเป็นเรื่องอบายมุขเสียด้วย)
ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจชุมชนชะลอตัวจากราคาสินค้าที่ตกต่ำ
ผลผลิตที่ไม่เต็มที่ ปัจจัยการกีดกันการค้า ปัจจัยทางด้านโรคระบาด
เป็นต้น ทำให้เกิดการชะงักงันทางเศรษฐกิจฐานราก
หนี้สินที่เคยเป็นหนี้เพื่อการลงทุน
หรือใช้จ่ายทั่วไปกลายเป็นหนี้ที่ไม่สามารถคืนกลับมาได้
หรือการคืนกลับมาก็เป็นการสร้างภาระหนี้เพิ่มมากขึ้น
กล่าวไปแล้วสภาพหนี้สินที่เกิดขึ้นซึ่งผมขอเรียกว่า
“เสน่ห์หนี้ชาวบ้าน” พอจำแนกรูปแบบ ได้สัก 3 อย่าง คือ
- หนี้ที่เกิดจากการไม่เจตนา เช่น เจ็บป่วยมากรักษาตัวนาน
ต้องกู้เขามาหนัก ขณะที่คนหนึ่งป่วย อีกคนก็ต้องเฝ้าไข้
งานที่ทำได้ก็ทำได้น้อยลง ปัญหาก็หนักขึ้นเรื่อยๆ
แบบนี้ถ้ามีการเบาเท่าหนี้ก็พอจะช่วยให้หายใจหายคอได้บ้าง
- หนี้ที่เกิดจากการลงทุน แต่ขาดทุน
หวังจะได้กำไรแต่ก็ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
การลงทุนบางอย่างไม่ได้วิเคราะห์ผลทางหนีทีไล่ให้ดีก่อน
แต่บางทีก็วิเคราะห์ยากเช่น ลงทุนปลูกข้าว แต่ขายไม่ได้กำไร
แบบนี้ก็มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้างเยอะ แต่ครั้นจะบอกว่า
ถ้าปลูกข้าวไม่ได้กำไร ก็เป็นไปสร้างอาคารให้เช่าเสียสิ
ถ้าตอบแบบนี้ก็แสดงว่าผู้ตอบไม่เข้าใจว่า “ข้าวเป็นวัฒนธรรม”
ไม่ใช่สินค้าเดี่ยวๆ ข้าวเป็นรากเหง้าของบ้านเราเลยล่ะ
- หนี้แบบวัวพันหลัก แบบนี้มีมากสำหรับคนยากจน
ที่อยากได้อยากมีเหมือนเขาบ้าง เช่น อยากได้สร้อยทองคำราคา 10,000 บาท
ก็ใช้วิธีซื้อเงินผ่อน บางทีก็ผ่อนเป็นอาทิตย์ บางทีก็ผ่อนเป็นวัน
เป็นต้น
ถ้าหนี้แบบ 1-2 ก็พอที่จะแก้ไขโดยการบรรเทาหนี้ด้วยวิธีต่างๆ
แต่ถ้าเป็นประเภทที่ 3 มันเป็นลักษณะค่านิยม
เป็นวัฒนธรรมคนไทยในการมีชีวิตอยู่แบบเงินผ่อน
ดิ้นไม่หลุดกับกระแส แต่ถ้าจะแก้ไข ก็ต้องเล่นกันยาว คือ
การตั้งเป้าหมาย 10 ปี ที่จะปรับนิสัยคนไทยทั้งระบบ
โดยเน้นที่เด็กนักเรียนชั้นประถม 5-6 และมัธยม 1-3
ให้เด็กได้คุ้นเคยกับการทำบัญชีรับจ่ายครัวเรือน อย่างน้อย 5 ปี
อีกทั้ง มีการสอนเรื่องการจัดการทรัพย์
โดยเน้นการออมและการนำทรัพย์ที่ได้มาลงทุนในกิจการเล็กๆ ระดับเด็ก
มีการสอนเพื่อวิเคราะห์ผล มีการสอนการรวมกลุ่มเพื่อการลงทุน
สร้างนิสัยสหกรณ์ตั้งแต่เด็กๆ ทำแบบนี้ทั้งระบบ
ปรับพฤติกรรมที่เด็กและให้เด็กไปสอนคนโต
ส่วนคนโตนั้นก็ใช้กระบวนกกลุ่มการเรียนรู้ในการสอน
เรื่องนี้เป็นเรื่องนิสัยของคน ต้องใช้เวลา และความอดทน
ความมุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนครับ ไม่ใช่สำเร็จกันง่ายๆ
เสน่ห์ในหนี้ชาวบ้าน
ถ้าหนี้แบบ 1-2 ก็พอที่จะแก้ไขโดยการบรรเทาหนี้ด้วยวิธีต่างๆ แต่ถ้าเป็นประเภทที่ 3 มันเป็นลักษณะค่านิยม
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
JJ · 30 เม.ย. 2549
ดร. ไสว เลี่ยมแก้ว · 30 เม.ย. 2549
JJ · 30 เม.ย. 2549
นาย บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ · 30 เม.ย. 2549
Handy · 30 เม.ย. 2549
Anonymous Anonymous · 30 เม.ย. 2549
Anonymous Anonymous · 30 เม.ย. 2549