ลักษณะของ "กู่เจิ้ง"
ลักษณะของกู่เจิ้งโดยกายภาพจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
1. ส่วนบนสุด ที่เป็นเส้นเสียงจะเชื่อกันว่าเป็นแดนสวรรค์เป็นส่วนกำเนิดเสียงสวรรค์ เส้นสายพาดจากซ้ายไปขวาเปรียบเสมือนท้องฟ้าอันกว้างไกล แนวหย่องเรียงรายประดุจขุนเขาไกลโพ้น
2. ส่วนพื้นของตัวกู่เจิ้ง เชื่อกันว่าเป็นแม่น้ำมหาสมุทร โดยมีขอบเป็นโลกมนุษย์
3. ด้านล่าง คือแดนบาดาล จะมีช่อง 2 ช่องประดุจสระหงส์และวังมังกร
ในปัจจุบันนี้ไม่มีการกำหนดจำนวนสายที่แน่นอนสำหรับกู่เจิง สายมากน้อยขึ้นอยู่กับความถนัดและลูกเล่นของแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ ๑๙ - ๒๕ สาย ตามความเหมาะสมของผู้เล่น ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้
สายของกู่เจิง สมัยโบราณนิยมใช้เอ็นในการขึงสาย ปัจจุบันมักใช้สายทองเหลือง โลหะ เหล็ก หรือสายเอ็นที่หมุนควั่นเกลียวโดยรอบด้วยวัสดุสังเคราะห์
อีกทั้งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระปรีชาสามารถทรงกู่เจิงและได้ทรงร่วมบรรเลงกับวงดนตรีออกสู่สายตาสาธารณชนหลายต่อหลายครั้ง จึงทำให้ในสายตาของคนไทยถ้าพูดถึงพิณจีน ยาวๆ มีสายเยอะๆ ก็คงนึกถึงกู่เจิงเป็นอย่างแรก
มาทำความรู้จักกับเครื่องดนตรี "กู่เจิ้ง" ครับ...
ขอบคุณครับผม...
ขอบคุณ Mr.Direct มากนะครับ ที่เม้นให้นะครับ
มาทักทายค่ะ
ตัวหนังสือเล็กไปหน่อยนะคะ
ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ค่ะ
อันโคลงร้อย กิ่งรักพักเสียง ได้ยลเพียงร่ำสาย พรายสวรรค์ คงกึกก้อง กระจ่างเจิด เพริดพลัน หัตถ์ชนธรรณ์ บรรเลงพิณโบราณ เสียงวิหค วิดวี้ วิด จิตประหวัด เคล้าเสียงพรรค แว่วจำเรียง เสียงสุขสรรค์ เสียงสายพิณรับตอบ สกุณาเจ้าโดยพลัน ช่างจำนรร ดุจดั่งพรรณมณีน้อย คล้อยเลื่อนริน ระบำเริงธาราสรวง........ กีรณะ ผู้แต่ง ดำชอบจากกระแสสรวง
อยากรู้จัก กู่เจิง อยากคุยกับกีรณะ พูดถึงศิลปะ ดนตรีกู่เจิง การเข้าถึงดนตรีชนิดและการทำจิตให้เป็นสมาธิ มาถอดรหัสพิณสวรรค์ กับกีรณะ ได้ที่ [email protected] หรือ 02-5863979 หรือ 081-3557242 ยินดีพูดคุยและให้คำแนะนำได้ค่ะ
กู่เจิง เป็นเครื่องประกอบการถ่ายทอดความเป็นอริยชนดนตรี ผู้เล่นต้องเป็นอริยชน ก่อน จึงทอประกายแห่งเครื่องดนตรีอริย ได้ ขอบคุณที่ได้พบกัน
มีบางท่านบินไปเลือกเจิ้งที่เมืองจีนเลย บางท่านมีลูกถนัดซ้าย อยากให้เล่นกู่เจิง
>ลงทุนไปบอกช่างเมือองจีน ให้ทำ เค้าบอกทำไม่ได้ เพราะต้องเปลี่ยนโครงสร้างที่รองสายอะไรต่างๆกลับด้านหมด ยิ่งทำให้งง
>และเสียเวลา
>ต้องมาให้ช่างคนไทยทำให้ ตก 5 หมื่นบาทไทยครับ
>แพงกว่าที่จีนอีก เพราะเค้าต้องนั่งทำที่รองสายทีละตัว 21
>อัน อันนึงใช้ไม้และเวลาพอๆกับสร้าง ซอ 1 ตัว และปกติเค้าทำจะเข้ไทยอยู่แล้ว
>และเคยทำมาครั้งนึงตอนเป็นหนุ่ม
> อจ.ที่ถวายการสอนให้ทูลหระหม่อมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์
>เรียนกู่เจิงมาโดยตรงคือ อ.หลี่หยาง บอกว่า 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่สอนกู่เจิงในไทย สอนผิดหมด
>ตั้งแต่เบสิก การวางนิ้ว ต่างๆ และเค้าจะไม่รับสอนคนที่เรียนมาผิดๆ
>เพราะแก้ได้ยากมากคนที่เรียนใหม่ ไม่เป็นเลย สอนง่ายกว่า เป็นงั้นครับ เรื่องนี้เคยให้สัมภาษณ์ลงบางกอกโพสต์แล้ว
>แม้แต่ฟ้าหญิงท่านเห็นคนเล่นกู่เจิ้งถวาย ท่านก็ตกหลุมรักเครื่องดนตรีนี้ทันที ท่านบอกท่านเป็นศิลปิน
>จะรักก็รักเลย โดยไม่มีเหตุผล ทุกวันนี้ท่านเดินทางไปเสนอผลงานวิจัย ต่างชาติก็ขอให้ท่านทรงกู่เจิงให้พวกเขาฟัง เป็นที่ชุ่มชื่นหัวใจ คลายเครียดของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย
>
หวัดดี ค่ะ ชบา ค่ะ ฟังดูเหมี่ยง ๆ เน้อ ..... ว่าไปแล้วเพิ่งเคยได้ยิน เหมือนกันน๊ะครับท่าน เคยสงสัยไหมว่าทำไมประเทศจีน มีคนเล่นกู่เจิงเป็นล้านคน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายพันปี แต่ทำไปพวกเราก็ยังไม่มีจารึกประวัติศาสตร์ว่าค้นพบกู่เจิงมาซ้าย หรือมือขวา นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่น่าพึงสังเกตุมาก ๆ จริง ๆ แล้วถ้าใครเล่นกู่เจิงเป็นหรือครูตัวจริง ก็ย่อมรู้ดีว่ากู่เจิง ไม่มีการเน้นมือซ้ายมือขวานั่นเองครับท่าน เปียโน ฮาร์พ หรือขิม เป็นต้น จะไม่มีซ้ายหรือมือขวา นักดนตรีจะฝึกปรือ จนกระทั่งสมองสองซีก สั่งการมือจนมีความสามารถเท่ากัน อันนี้เป็นเรื่องของการเชื่อมความรู้สึกของระบบประสาท กับมือของคน ๆ นั้น ดังนี้จึงต้องเรียนรู้อย่างถูกต้องมีการพัฒนาประสาทสัมผัส อย่างแน่นอนถูกต้องเสียก่อน หรือหากจะสังเกตเล่น ๆ เวลาคุณใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้าน มือสองมือทำงานประสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นซ้ายหรือขวาต่างก็มีบทบาทหน้าที่ของตนเอง แต่ไฉนเลย ปัจจุบันนี้จึงมีคนผลิตกู่เจิงแปลกแหวกประวัติศาสตร์ออกมาได้ก็ไม่รู้ สงสัยคนที่รู้ก็ไม่ได้ทำ คนที่ทำก็คงไม่รู้ น่าจิบสุราให้เมาเคล้ากาลเวลาไปเลยก็คงดี จะได้นั่งเบลอ ถึงแม้นได้ยินก็ไม่รู้ว่าได้ยินอะไรมันก็ดีเหมียนกัน ตางง แบบโดเรมอนเวลาเจอเจ้าหนูวิ่งงั้นล่ะ เฮ้อ ... น่าอ่อนใจจิน ๆ หากอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม mail มาคุยกันที่ [email protected] มีคำตอบทุกคำถามรับรอง ได้เหตุได้ผลแน่นนอนค่ะ.....
ขอบคุณ คุรกีรณะนะครับ
อันที่จริงอะ ผมเล่นไม่เป็นหรอกครับ แต่มันเป็นเครื่องดนตรีที่ผมชื่นชอบ และอยากจะเล่นให้เป็น ผมหลงไหลเสียงของกู่เจิ้งมาก ผมเรียนเอกดนตรีมาครับ ดูแล้วกู่เจิ้งมันเป็นเครื่องดนตรีที่ท้าทายความสามารถมาก เวลาดูคนอื่นเล่นมันทำให้เราคิด และอยากเล่นเป็นเหมือนเค้ามาก ผมขอขอบคุณที่ส่งเรื่องราวดี ๆ มาให้ผมได้รับข้อมูลข่าวสารแบบนี้นะคับ ถ้ามีเรื่องราวอะไรดี ๆ ผมยินดีไม่ปฏิเสธคับ ขอบคุรครับ
ขอขอบคุณ คุณชบานะครับ
ในประเทศไทยนี่มีกี่ที่ครับ ที่สอนเครื่องดนตรีชนิดนี้ แล้วมีแบบว่าสอนฟรีมั้ยครับ 5555 คำถามที่ 2 อาจจะฟังดูไม่ขึ้นเท่าไหร่ ยินดีรับข้อมูลข่าวสารดี ๆ นะครับ
ในประเทศไทยมีมากมายหลากหลายรูปแบบค่ะ แต่ที่เด่นชัดและมีมาตรฐานการเรียนการสอนอย่างเป็นมาตรฐานแบบจีน ก็เห็นมีอยู่ที่หนึ่งที่ชบา รู้จัก ก็คือ ที่พระอาจารย์หลี่หยาง ที่ตอนนี้กำลังถวายการสอนพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ อยู่ค่ะ ซึ่งเป็นแบบแผนตามตามสถาบันที่มีชื่อของมหาลัยในประเทศจีน ก็สอนแบบนี้ค่ะ รวมทั้งท่านยังสอนเพลงคลาสิกและเพลง pop ที่เป็นที่นิยมกันด้วย แต่หากว่าก็ยังมีอีก หนทางหนึ่งหากไม่สะดวกในการเดินทาง หรือชอบเรียนตามห้างก็ขอแนะนำ OKLS แต่ก็เป็นบางสาขาน๊ะค๊ะ ที่เป็นลูกศิษย์สายตรง ของอาจารย์ ดังนี้ OKLS สาขาปิ่นเกล้าฯ สาขาสยามพารากอน, สาขางามวงศ์วาน, แล้วก็สาขาลาดพร้าว เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ นอกนั้นเป็น ท่านอาจารย์สายอื่น ซึ่งอาจารย์หลี่หยาง ไม่ได้ดูแลค่ะ สำหรับที่อื่น และท่านอื่น ก็พอทราบอยู่บ้างค่ะ แต่ก็หากพูดกันแบบตรงไปตรงมา ก็เรียกว่ายังไม่ปิ๊งค์ จะดีกว่าเพราะเห็นมามากมาย มันยังเอ่อ.....*_ * อาการนี้ก็คือ หากใครเคยเป็น นักมวย ก็จะรู้ดีว่ามวยเทคนิค กับมวยวัดมันต่างกันครับท่าน ดังนั้น อันนี้ต้องติดตามตอนต่อไป เป็นอันว่าแนะนำท่านอาจารย์ของ เจ้าฟ้าหญิงฯ ที่ถวายการสอนดีก่า รับรองว่าแจ่ม อยู่แล้ว หรือหากได้ของแท้แน่นอนก็สถาบันดนตรีที่อยู่ประเทศจีน ก็จะลักษณะเดียวกับที่ท่านอาจารย์หลี่หยางสอน ทั่วประเทศจีนเป็นแบบนี้ทั้งหมด แต่ประเทศ ซึ่งเป็นผู้ใช้เครื่องกู่เจิงของจีน ปัจจุบันเห็นมีวิธีดีดแบบแปลก ๆ เล่นเพลงเทียนมี๋มี่ ได้ก็นึกว่าเล่นเป็นแล้ว ไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดของโครงสร้างการพัฒนาข้อนิ้ว หรือทักษะอื่น ๆ เอาเพลงเป็นหลัก ดูแล้วคล้ายมวยวัดหรือเปล่าเอ่ย...อันนี้ต้องลองพิจารณาและศึกษาหาข้อมูลเยอะ และลองเปรียบเทียบเหตุผลดูก็แล้วกันน๊ะค๊ะ อันนี้มีเหตุผลอยู่แล้วค่ะ หากสนใจก็มีเบอร์อยู่ข้างบนหรือ mailมาคุยกันได้ค่ะ รับรองตอบให้อยู่แล้วค่ะ...ชบา
คุณเอาสมองส่วนไหนคิด แบ่งดนตรีออกเป็นสายโน้นสายนี้ ดนตรีมันสะอาดมาก แต่คนนี่แหละมาทำให้มันสกปรก เพราะความคิดว่า
คนที่ตนเรียนมาเป็นเจ้าของต้นแบบ มันยังไม่ปล่อยวางว่ามันไม่ใช่ของใคร อย่ายึดติดมาก อ่านธรรมะมาเยอะเอามาใช้ซะค่ ะซึ่งถ้าหากเป็นแบบนี้ดนตรีก้อจะไม่มีการพัฒนาไปเลย มันเป็นความคิดที่ร้ายกาจมาก ดิชั้นไม่อยากให้แบ่งว่าใครดีไม่ดี สิ่งที่สำคัญคือ การที่คนที่เรียนเค้ามีความสุขกับการได้สัมผัสกับการเล่น ส่วนเทคนิคหรือวิธีการก้อเป็นแบบฉบับของแต่ละคน ว่าจะเป็นยังงัย สุดท้ายไม่ว่าเล่นกับใครหรือใครสอนยังงัย ก้อเล่นออกมาเป็นเพลง น่าจะมาคิดว่าคนเล่นมีความสุขในการเล่นจะดีกว่านะค่ะ.....
สวัสดี คุณ Sandy เพื่อนรัก
ดีใจจังที่เจอคุณ Sandy คนสวยอีกแล้ว ขอบคุณและน้อมรับคำชมด้วยใจค่ะ อย่างคำโบราณเค้าว่าน่าจะจริง ผู้หญิงที่ปากไวมักจะสวย 5555 สงสัยว่าดังคำโบราณจริง ๆ เสียดายสติพร่องไปหน่อย หากดำรงสติมั่น และทำใจให้เย็นและไม่ไวเท่ากับวาจาที่เอื้อนเอ่ย ก็จะดีไม่ใช่น้อย เพราะการมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้นี้สำคัญยิ่ง นอกจากจะคุยให้เพื่อนต่อเพื่อนเข้าใจกระทงความแล้วยังเปิดโลกทัศน์ให้ผู้อ่านได้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น ชบา ดีใจ ที่ได้พบคุณ Sandy ชบา ถือว่าคุณ Sandy เป็นเพื่อนที่น่านับถือน้ำใจเป็นอย่างมาก และถือว่าคำพูดทุกคำเป็นสิ่งที่ข้าน้อยยินดีน้อมรับ ด้วยอาการอันสมควร แต่ว่า อย่าลืมน๊ะค๊ะว่าเรื่องบางเรื่องหากคนอื่นที่เขาไม่เข้าใจจะหาว่าเราเป็นคนที่ขัดแย้งและบางทีเขาอาจจะดูถูกพวกเราได้ว่าผู้ที่มีดนตรีในหัวใจ ทำไมเป็นเยี่ยงนี้ ชบา เอง ไม่เคยมีเจตนาไปในทางลบ กับใคร แต่มีเจตนาที่จะบอกทางที่สมควร เหมาะสมชี้แจงว่าโลกแห่งการเรียนรู้ที่ถูกต้องเขาเป็นกันอย่างไร แบบไหน เค้าทำกันอย่างไร หาได้ต้องการเปรียบเทียบหรือบอกว่าใครเก่งหรือเหนือกว่าใคร หากอ่านดี ๆ และตีความดี ๆ ก็จะเห็นว่าไม่มีการเปรียบเทียบตัวบุคคล หรือโจทย์ขานเกี่ยวกับตัวบุคคลไปในทางลบ แต่ต้องการเล่าความตามสิ่งที่สมควรและเปิดเส้นทางที่ทำให้ผู้อ่านได้ประโยชน์สูงสุด แต่หากว่าอ่านแล้วไม่ get หรืออ่านแล้วไม่สามารถเข้าใจได้ นี้ถือเป็นความสามารถของแต่ละบุคคลค่ะ ผู้อ่านมีหลายระดับ ต่อให้เขียนอ่านออกภาษาไทย แต่ก็ยังมี level ของภาษาที่แตกต่างค่ะ อย่างไร ก็อย่าไปถือสาคุณ Sandy แกเลย เพราะชบา ถือว่า คุณ Sandy เป็นเพื่อนรักคนหนึ่ง ที่ให้ความสนใจ ชบา กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นบุคคลที่น่าชื่นชมน้ำใจ จริง ๆ แต่ก็อย่าลืมผู้อ่านด้วยน๊ะค๊ะ คุณ Sandy เพราะผู้อ่านบางคน อาจจะรับไม่ได้กับคำพูดที่ค่อนข้างจะไปในแนวทางที่บ่งบอกว่าคุณ มีพื้นฐานอย่างไร เดี๋ยวจะด้อยไปกว่าชบา มากไป เดี๋ยวคนอ่านไม่สนุกน๊ะค๊ะ เป็นอันว่าการเขียนทั้งหลายเรามาเริ่มให้ความรู้แด่ผู้ที่ต้องการได้สาระจาก web ของพี่ ๆ ที่ให้โอกาสเราได้เขียนสาระลงไปในพื้นที่ของเขาจะดีกว่าค่ะ "กระบอกน้ำ หากมีลมพัดผ่านก้องกังวาล แสดงว่า กระบอกที่ว่าว่างเปล่า หาสาระได้ยาก แต่หากว่า ลมพัดผ่านเยี่ยงไร ก็หาได้ยินเสียงไม่นั่นหมายความว่า มีน้ำเต็มอยู่ ดั่งสาระที่ควรให้แก่ผู้ฟังที่ต้องการสาระนั่น จึงจะดีค่ะ"
วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง กู่เจิงดีกว่า....กู่เจิงมีเทคนิค และกลวิธีการเล่นมานานชั่วอายุคน จัดระเบียบวิธีและเขียนทักษะและเทคนิควิธีอย่างเป็นสาระบบมาแล้ว เกือบร้อยปี ที่มีเรียนอยู่ในสถบันดนตรี ก็มีไม่น้อย เทคนิควิธีการเล่น เกี่ยวสาย ... ก็ใช้เหมือนกันหมด
มี ประมาณ 5 สถาบันใหญ่ ที่เปิดสอบนักกู่เจิงเพื่อวัดระดับความรู้ค่ะ ในที่นี่ไม่นับเพลง pop เพื่อเข้าสอบค่ะ เพราะเพลง pop ไม่สามารถเค้น Potential ของกู่เจิง อย่างเต็มพิกัดได้ ดังนั้น กู่เจิง Solo เพื่อการเล่นนั้นสำคัญยิ่ง ยังไง ๆๆ ก็หาเพลงเติ้งลี่จวินไม่เจออยู่ดีล่ะค่ะ ถ้าหากฟังเพลงคุณเติ้งลี่จวิน ให้หา CD ของเขามาฟังเลยดีกว่าค่ะได้เห็นแววตา นุ่ม ๆ ของคุณเติ้งลี่จวินด้วย สำหรับกู่เจิง ต้องเพลง ธารน้ำตกเขาสูง หรือไม่ ก็ชุนเต้าลาซา หรือไม่ก็ ระบำเผ่าอี้ จะดีกว่าเพราะจะฉายความเป็นกู่เจิง ได้มากจนคุณรู้สึกว่านี้คือความเป็นตัวตนของกู่เจิง อยู่ตรงหน้านี้เองค่ะ ยิ่งเล่าก็ยิ่งได้ยินเสียงจาก จินตภาพค่ะ .... อย่าลืมน๊ะค๊ะ เรียนต้องเรียนให้ถูก ไม่งั้นเสียเวลา หากเราอ่านหนังสือโบราณเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนา ก็น่านำเอามาเปรียบเทียบเพื่อประเทืองปัญญาไม่ใช่น้อย มีสมัยหนึ่ง หากจำไม่ผิดน่าจะเป็น พระเจ้าพิมพิสาร เมื่อยามดึกได้ยินเสียงครวญคราง ดังมากหลายคืน ก็เลยให้ โหรทำนายและหาหนทางแก้ไข โหรวัง บอกว่า "ต้องทำการบูชายัญ ถึงจะเป็นการช่วยได้ ดังนั้เนการบูชายัญ ก็ต้องใช้วัว ม้า ควาย อย่างละ 100 เด็กหญิง เด็กชายที่บริสุทธิ์ อย่างละ 200คน สตรีอีก 200 คน เครื่องเส้นสรวงอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเป็ด ไก่ หมู ฯลฯ เพื่อบูชาเทพเจ้า....
ในทันใดนั้นความก็ทราบถึงพระพุทธเจ้าฯ ท่านจึงได้ มาห้ามพระเจ้าพิมพิสาร และได้ไต่ถามดูว่าทำไมจึงทำการเยี่ยงนี้ พระเจ้าพิมพิสารเล่าความและบอกว่าต้องกระทำการตามโหรหลวงบอกจึงจะช่วยชะตาเมืองและตัวของพระเจ้าพิมพิสารได้....ดังนี้ พระพุทธเจ้าฯ จึงสงบนิ่งและใช้จิตเพื่อค้นหาความจริง ว่าสิ่งที่ร้องครวญครางคือเสียงของใครทำไมจึงเป็นเยี่ยงนี้ " ด้วยดวงปัญญาของพระพุทธเจ้าท่านได้เล็งเห็นว่านี้คือ เสียงของเปรตที่เคยเป็นพระญาติที่ได้ล่วงลับไปแล้วมาขอส่วนบุญและทนทุกข์ทรมานอยู่ ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม ไม่มีอาหารหรือบุญ หิวโหยมา จึงได้มาร้องขอ ดังนั้น ที่จะทำการบูชายัญ นั้น ก็คือไม่ตรงกับสิ่งที่เปรตเหล่านั้นต้องการและเป็นการทำบาป ทำกรรมเพิ่มด้วย จึงทำให้ต้องปล่อยเด็ก สตรี และสิ่งมีชีวิต เหล่านั้น และให้ทุกคนบำเพ็ญ บุญ ถือศีล และทำสมาธิ ส่งกุศลมอบให้เปรต เหล่านั้น เปรตเหล่านั้นจึงหายไป นี่คือตัวอย่างในสมัยพุทธกาล หากเราไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิด เราอาจแก้ปัญหาผิด และทำผิดเพิ่มเข้าไป ยิ่งทำ ยิ่งถลำลึก จนยากจะแก้ไข คนบอกที่มีปัญญาน้อย ก็ไม่สามารถลาก ลั้งฉุดดึงผู้ที่กำลังดำดิ่งลงสู่ใต้หล้าได้ แถมยังฉุดลากผู้อื่นด้วยก็มี อันนี้ถือว่าสุแล้วแต่กรรมที่สั่งสมมา อาชาไนยบุรุษ เมื่อเข้าสู่สงคราม ก็ต้องทนต่อศาสตราและลูกศรทั้งหลายได้ เนื่องด้วย วิริยะและบารมีที่สั่งสมนั้นแล...จะบ่งบอกว่า...อาชาไนยบุรุษ ยังคงสถิตอยู่เหนือหฤทัยของเราท่านแล.....
อ.หลี่หยาง ขายกู่เจิงขั้นถูกสุดตัวละ50000นะคะ