การเสียสละที่นั่งบนรถประจำทางหรือรถเมล์ปัจจุบันแทบจะมองไม่เห็น
การแกล้งหลับ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แม้กระทั่งคนแก่ หรือเด็ก ก็ไม่ได้รับความเสียสละอีกแล้ว
แต่สำหรับฉันแล้วฉันกล้าพูดว่าฉันเสียสละให้กับคนแก่ เด็ก และใครๆที่ฉันคิดว่าอ่อนแอกว่าฉันเสมอ
ทุกครั้งทีเห็นคนอ้วนขึ้นรถเมล์แม้ไม่ใช่คนแก่ฉันก็ลุกให้นั่ง นั่นเพราะ ฉันคิดวาขนาดฉันที่ไม่อ้วนเท่าเค้า
เวลายืนนานๆยังปวดขาสุดๆแล้วเค้าเหล่านั้นล่ะ ก็คงทรมานน่าดู และก็แอบหวังว่าหากได้บุญก็ขอให้ผล
บุญส่งผลให้ฉันหายปวดขา แล้วก็เวลาที่เสียสละให้คนสูงวัยนั่งก็ทำด้วยใจและความรูสึกนะ แต่ก็แอบหวัง
ผลบุญนี้ส่งผลที่พ่อแม่เราเพราะท่านต้องนั่งรถเมล์บ้างเหมือนกันจะได้มีคนเสียสละให้ท่านไม่ต้องยืนบ้าง
ทุกๆครั้งที่เสียสละก้อรู้สึกมีความสุข รู้สึกดี แต่ฉันเป็นคนเมารถมากๆทุกครั้งเวียนหัว คลื่นไส้ และบางครั้ง
ลงรถไปก็อาเจียน ในทุกครั้งที่ลุกให้คนอื่นนั่งก็ใช่ว่าตัวเราจะสบายดี ก็กำลังเวียน กำลังมึนทุกครั้ง แต่ไม่รู้
สินะ ไม่ไหวยังไงใจมันก็สั่งให้ลุก เคยแม้กระทั่งพอลุกไปยืนแทนคนชราได้สักพัก ก็ลงกลางทางเพราะไม่
ไหวแล้ว ก็ลงไปอาเจียนจนพอใจจึงขึ้นรถคันใหม่ นี่แหละ ที่ฉันกำลังคิดว่าถ้าฉันเห็นคนแก่ขึ้นรถเมล์ส่วน
ตัวฉันก้อเมาสุดๆถ้านั่งหลับตาพักไปก็พอได้ แต่พอยืนก้อทรมานมาก แล้วฉันควรทำอย่างไรดี
ก็น่ะ แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าเสียสละหรอก
เขาเรียกว่าเป็นการทรมานตัวเอง
รู้ว่าสงสารเขา
แต่ก็ไม่ควรให้เราทรมานด้วย
เคยได้ยินเรื่องการให้ทานมั๊ย
ให้ทานเขาแล้วเราลำบาก
มันเป็นบาป
แต่จุดดีของการเสียสละนี้ยังมี
คือการที่มีความกตัญญู
ความกตัญญูเป็นสิ่งทีดี
ไม่ว่าเราจะสุขหรือทุก
เราก็ต้องมีความกตัญญู
แม้จะเป็นแค่เพียงส่วนเล็กๆ
แต่ก็คือความกตัญญู
จบคอมเม้นแค่นี้ละกันนะ
เยี่ยมที่สุดมากมากมาเลยน่ะจ๊ะน่ะจ๊ะ
ผมอ่านแล้ว นับถือในจิตใจกรุณาอันยิ่งใหญ่ ที่คุณแป้งมีให้แก่เพื่อนร่วมทางของคุณ
เคยได้ฟังพระท่านสอนอยู่เนืองๆว่า ๑. หากญาติโยมจะทำบุญ ก็จงทำแต่พอดีๆตามกำลัง อย่าถึงขนาดให้ตัวเองนั้นเดือดร้อนเลย .. อยากให้คุณแป้งลองพิจารณาข้อคิดนี้ และดูแล(A*care)สุขภาพตนเองให้ดีๆ ด้วย
ส่วนเทคนิคบางประการข้างล่างนี้ ผมได้มาจาก http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=6987 ขอเอาใจช่วยให้คุณแป้งสามารถเอาชนะอาการเมารถได้และมีโอกาสทำความดีอย่างมีความสุขขึ้น นะครับ:+)
การรักษาอาการเมารถโดยวิธีธรรมชาติ 1. พยายามนั่งคอตรงไม่หันหน้าไปมาค่ะ 2. จิบน้ำโค้ก หรือ เป๊บซี่ ทีละนิดแก้อาการคลื่นเหียน 3. หรือน้ำขิงอุ่นๆ 4. กดจุด บริเวณข้อมือ ระหว่างเส้นเอ็นทั้งสอง ห่างจากข้อมือประมาณ2 นิ้ว ข้างละ 1 นาทีค่ะ
การป้องกันอื่นๆ :- พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอก่อนวันเดินทาง /ควรรับประทานยาแก้เมารถ(Drammamine) ก่อนออกเดินทางราวครึ่งชั่วโมง /ไม่ควรนั่งรถด้านหลังสุด เพราะจะมีแรงเหวี่ยงมากในขณะที่รถตู้เข้าโค้ง /ถ้าไม่หลับควรมองไกลๆ เช่น นกบิน ภูเขา เส้นขอบฟ้า เพื่อเป็นการพักสายตา
อืม
น่าเห็นใจทั้งกรณีฝ่ายนะคะ
เอาเป็นว่า ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆ ก็นั่งไปเถอะนะ
ถึงคนอื่นอาจจะมองว่าเราเห็นแก่ตัว แต่ใจจริงๆแล้ว เราไม่ใช่
เราไม่สบายก็ไม่เป็นไรหรอก
การทำความดีแล้วใหสุขใจที่ใจของเราค่ะ ไม่จำเป็นที่ต้องให้ชาวโลกรับรู้
ฉะนั้น ถ้าเมารถ ก็จงนั่งต่อไป
(ความคิดเรานะ)
ในกรณีดังกล่าวผมใช้คำว่าจิตติใต้สำนึกของคนมันจะดูดีกว่ามากเพราะคนเราทุกคนย่อมมีจิตติใต้สำนึกอยู่แล้วเพียงแค่ว่าบางคนมีมากน้อยเพียงใดแค่นั้นเอง บางคนมีมากมายแต่บางคนอาจไม่มีเลยทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะส่งผลมทางจิตใจของเขาเองว่าการที่เขาไม่มีการเสียสละนั้นทำให้คนอื่นนั้นได้รับการทรมานจากเขาตัวเขาเองนั้นแหละที่ทรมานที่สุด การที่น้องคนนี้เอามาพูดก็เป็นสิ่งที่ดีอย่างน้อยอาจทำให้คนเรามีจิตใต้สำนึกเพิ่มขึ้มมาในสังคม
ถ้าเราไม่ไหวจริงๆ
เปลี่ยนเป็นขยับให้นั่งด้วยกันดีมั้ย
แบบว่า 1 ที่ แต่นั่ง 2คนอ่ะ
น่าจะดีกว่า อิอิ
การเสียสละที่นั่งบนรถประจำทางหรือรถเมล์ปัจจุบันแทบจะมองไม่เห็น
การแกล้งหลับ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แม้กระทั่งคนแก่ หรือเด็ก ก็ไม่ได้รับความเสียสละอีกแล้ว
เห็นด้วยค่ะ เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่หากร่างกายเราไม่แข็งแรงก็ลำบาก
พบบ่อยค่ะ พวกที่ไม่เห็นใจคนอื่นสิ ทำยังไง หลายคนที่เป็นผู้ชายเต็มตัวทำเป็นมองไม่เห็น น่าสงสารคนพวกนี้จริงๆ ไร้....หายากมากในสมัยนี้