“เมษายน”เดือนที่ “ร้อนที่สุด”ในประเทศไทยแน่นอนที่สุดว่าเมื่อฤดูกาลเปลี่ยน อากาศเปลี่ยนโรคก็มาเยือน
แต่ถ้ารู้จักการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมก็จะทำให้รับมือกับเรื่องร้อนให้ผ่อนเบาได้โดยจะขอสรุปจากทรรศนะของแพทย์แผนจีน
นพ.วิทวัส (ภาสกิจ) วัฒนาวิบูล บอกไว้กับ “สร้างสุข” จดหมายข่าวของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ประจำเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่บอกใน 5 เคล็ดลับรับหน้าร้อนว่า
ข้อแรกไม่ควรกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจัดเพราะของเย็นจะมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร น้ำเย็นปริมาณมากจะไปเจือจางน้ำย่อยทำให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยงอาหารเพื่อทำการย่อยลดลง จะก่อให้เกิดโรคกระเพาะลำไส้อักเสบได้ง่ายนอกจากนั้นน้ำแข็งที่ไม่สะอาดมีส่วนทำให้เกิดท้องร่วงท้องเสียได้ง่าย
ข้อสองหาเครื่องดื่มที่เหมาะสมในหน้าร้อนนั่นคือน้ำเปล่าที่ต้มสุกแล้วอาจปรุงแต่งด้วยเกลือ น้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะ หรืออาจเป็นน้ำสมุนไพรตามความชอบไม่ว่าจะเป็นชาร้อน น้ำเก๊กฮวย น้ำดอกสายน้ำผึ้ง น้ำบ๊วยสรรพคุณของสมุนไพรจะทำให้ภายในร่างกายไม่ร้อนเกินไปและสร้างน้ำเพื่อไม่ให้เสียเหงื่อมาก
ข้อสาม ไม่ควรนอนให้ลมโกรก อย่าจ่อพัดลมหรือตากแอร์ในขณะที่เหงื่อออกเพราะจะทำให้อุณหภูมิผิวของร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่แล้วเหงื่อไม่ระบายออก จะมีความร้อนสะสมข้างใน ทำให้เวียนหัว หนักหัวไม่สดชื่นแจ่มใส อาจเป็นหวัดได้
ข้อสี่ การนอน การพักผ่อนอากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้เสียเหงื่อเหนื่อยง่ายถ้าได้งีบช่วงกลางวันบ้างจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ หรืออาจใช้วิธีนั่งพิงพนักตัวตรงหลับตานิ่งๆ ก็เป็นการพักผ่อนที่ดี
ข้อสุดท้าย อาหารควรทราบไว้ว่าหน้าร้อนระบบย่อยอาหารจะทำงานน้อยลงทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิว ดังนั้นอาหารเช้าจึงควรเป็นข้าวต้ม อาจผสมถั่วเขียว เมล็ดบัวหรือรากบัว นั่นคือเป็นอาหารย่อยง่ายและช่วยขับความร้อนเสริมระบบการทำงานของกระเพาะอาหารและม้าม ควรกินผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น แตงโมแตงกวา มังคุด สับปะรด สาลี่ แต่ไม่ควรแช่เย็นจัดหรือกินในตอนกลางคืนควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกของทอดต่างๆเพียงเท่านี้เราก็สามารถรับมือกับหน้าร้อนที่มาเยือนได้อย่างปลอดภัย
วันนี้อากาศที่นครไทย ไม่ร้อน
รู้สึกเย็นเพราะมีฝนค่ะ
ดีใจด้วยนะคะ
กับพนักงานราชการคนใหม่
จะไปเลี้ยงฉลองเมื่อไหร่ โทรตามได้ทันทีนะ ^_^