หากการศึกษาขั้นพื้นฐานอ่อนแอ ก็อย่าหวังว่าอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาจะเข้มแข็ง

         ผมไม่ได้เขียนบล็อกมานานเท่าไหร่แล้ว นึกไม่ออก รู้แต่ว่านานมากในความรู้สึกของผม เพราะผมมัวแต่หมกมุ่นด้วยความไม่สบายใจเรื่องของคุณภาพการศึกษาของไทยที่เกิดขึ้นกับเด็กไทย ดังนี้
         ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาระดับชาติ  ซึ่งมีผลการทดสอบ ดังนี้
             1.1 ผลการสอบ O- NET และ A-NET ปีการศึกษา  2551 ของนักเรียน ม.6 มีคะแนนของกลุ่มสาระเรียงตามลำดับ คือ ภาษาไทย (O = 50.70, A = 50.26)  สังคมศึกษา (O = 37.76, A = 35.48) วิทยาศาสตร์ (O =  34.62, A = 33.94)  คณิตศาสตร์ (O = 32.49, A = 21.96)  และภาษาอังกฤษ (O = 30.93, A = 32.52)
             สรุปว่า เด็กไทยซึ่งเป็นอนาคตของชาติมีความรู้ สูงสุด คือ ภาษาไทย เฉลี่ยแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำสุดคือ ภาษาอังกฤษ เฉลี่ยแค่ 30 เปอร์เซ็นท์ และมีคะแนนสอดคล้องกับทุกกลุ่มสาระไม่ว่าจะเป็นการสอบ O- NET หรือ A-NET

            ผมคิดว่าการทดสอบน่าจะมีอะไรผิดพลาด ผลจึงออกมาเช่นข้างต้น เลยไปค้นผลการสอบทางเด็กระดับต่ำกว่าต่อ ได้ผลดังนี้

            1.2 ผลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (National Test = NT) ปีการศึกษา 2549 ของนักเรียนชั้น ม.3 และ ป.6 มีคะแนนของกลุ่มสาระเรียงตามลำดับ คือ ภาษาไทย (ม.3 = 43.94, ป.6 = 42.74)  สังคมศึกษา (ม.3 = 41.68, ป.6 ไม่มีการทดสอบ)  วิทยาศาสตร์ (ม.3 = 39.34, ป.6 = 43.17)  คณิตศาสตร์ (ม.3 = 31.15, ป.6 = 38.86)  และภาษาอังกฤษ  (ม.3 = 30.85, ป.6 = 34.51)

            สรุปว่า ผลการทดสอบยืนยันว่า ความรู้ขั้นพื้นฐานของเด็กไทยทุกระดับ คือ ม.6, ม.3  และ ป.6 มีผลสอดคล้องกัน คือ
            1. เด็กไทยเก่งสูงสุดในวิชาภาษาไทย แต่เฉลี่ยแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ และเก่งน้อยสุดในวิชาภาษาอังกฤษ เฉลี่ยแค่ 30 เปอร์เซ็นต์
            2. เด็กไทยมีแนวโน้มเก่งลดลงเรื่อย ๆ  หากเทียบค่าร้อยละของผลการทดสอบ อาทิ  ภาษาไทย ม.6 (O – NET = 50.70 , A-NET = 50.26)  ม.3 (NT =  43.94)  และ ป.6 (NT =  42.74) 

            หากการศึกษาขั้นพื้นฐานอ่อนแอ ก็อย่าหวังว่าอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาจะเข้มแข็ง

            การศึกษาของชาติจะเป็นเช่นไรในอนาคตทั้งใกล้และไกล ใครเดาได้ช่วยตอบผมที

(สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ทศวรรษที่ 2 ของการปฏิรูปการศึกษา (โปรดคลิก) จากเว็บไซต์ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร)