หากมอง เผินๆผ่านๆ..การให้คำปรึกษาอาจดูเหมือนเป็นเรื่องยาก...หรืออาจเป็นเรื่องง่าย แตกต่างกันไปตามการรับรู้ของแต่ละบุคคล หากแต่เมื่อเมียงมองกันอย่างจริงๆ จังๆ ก็คงไม่ยากเกินไปหากว่า "ใจ" นั้นอยากทำในบทบาทนี้อย่างแท้จริง

       การให้คำปรึกษา ตามทัศนคติของดิฉันเอง มองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับ "ใจ" อย่างมาก เพราะเป็น "กิจ" ที่เริ่มทำตั้งแต่ การเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ และยอมรับ...ผู้ให้คำปรึกษามีทักษะในการฟัง อย่างเข้าใจ อย่างดีและลึกซึ้ง จนถึงมองลึกเข้าไปในเนื้อความแห่งปัญหาของผู้มารับคำปรึกษาได้ และสามารถตอบสนองต่อการก่อเกิดการช่วยเหลือให้ผู้มารับคำปรึกษาสามารถเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการมองตน มองผู้อื่น และมองสิ่งรอบด้าน ไปจนถึงสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองได้

       อาจมองเห็นได้ว่า การให้คำปรึกษา นั้นค่อนข้างเต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึกที่แสดงออกถึงการมีบรรยากาศที่อบอุ่น และเป็นมิตรระหว่างผู้ให้คำปรึกษาและผู้มารับคำปรึกษา ซึ่งบรรยากาศที่เกิดขึ้นนี้ก่อให้เกิดความรู้สึกไว้วางใจต่อกัน และกล้าเปิดเผยต่อกันมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้มารับคำปรึกษารู้สึกผ่อนคลายและอยากเล่าถึงสิ่งที่ตนเองรู้สึก "ทุกข์" นั้นให้ฟัง

       สิ่งที่ตามมาจากการที่ผู้มารับคำปรึกษาได้เล่าเรื่องราวที่ตนเองทุกข์แล้วนั้น คือ การมองเห็นปัญหา ยอมรับในปัญหาของตนเอง สามารถนำไปสู่การมองเห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหานั้นได้ โดยไม่ใช่การชี้แนะหรือชักนำจากผู้ให้คำปรึกษาอย่างเดียว แต่หากเป็นการมองเห็นด้วยตนเองของ "ผู้มารับคำปรึกษา" หรือบางครั้งอาจเป็นความร่วมมือกันทั้งสองฝ่ายในการช่วยเหลือกัน ค้นหาแนวทาง โดยไม่เป็นการชี้นำหรือครอบงำกัน จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้สิ่งที่น่าจะได้เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น คือ ผู้มารับคำปรึกษาสามารถนำแนวทางที่ได้ในการมองปัญหาของตนเองนี้ ไปใช้เมื่อเจอสถานการณ์ที่ทำให้ตนเองต้องเป็น"ทุกข์"..สามารถเผชิญและพา"ชีวิต"ตนเองผ่านพ้นไปได้