จะต้องไปใช้บริการอย่างต่อเนื่อง อย่าเว้นระยะเวลาเกิน ๑ ปี นะครับ

    เมื่อต้นเดือนมกราคมได้ไปใช้บริการ ตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลที่เคยไปทำเรื่องของการจ่ายค่ารักษาพยาบาลในฐานะข้าราชการโดยไม่ต้องจ่ายเงินแล้วนำใบเสร็จไปตั้งเบิกคืน ที่เรียกกันว่าระบบจ่ายตรง   ซึ่งเคยไปยื่นเรื่องและดำเนินการจนมีสิทธิในการใช้ครบถ้วน แต่หลังจากทราบผลการมีสิทธิแล้ว ก็ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลย เนื่องจากระยะเวลาที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีอาการไม่สบายเพียงเป็นหวัดหรือเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อยๆ ก็ไปใช้บริการ หน่วยพยาบาลของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ในการไปโรงพยาบาลครั้งนี้จึงได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ หลายอย่างด้วยกัน เช่น

     มีระบบการใช้บัตรคิวในเกือบทุกขั้นตอน ได้เห็นว่ามีคนมาโรงพยาบาลมากมายขนาดไหน  ตอนแรกก็คิดว่าที่ญาตินัดให้ไปถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เช้า ก่อน ๗.๓๐ น. ก็คิดว่าคงจะได้คิวแรก ๆ ในการไปเจาะเลือด เพราะต้องอดอาหารอดน้ำไป แต่พอไปจริง ๆ ปรากฏว่ามีคนยืนรอรับบัตรคิวเป็นแถวยาวอยู่ก่อนแล้ว และมีคนนั้งรอเจาะเลือดอยู่หน้าห้องอีกหลายสิบคน เมื่อต่อคิวจนได้รับบัตรคิวก็ยิ่งตกใจมากคือได้คิวที่ ๒๕๖  ต้องรอหลายชั่วโมงกว่าจะได้เจาะเลือด.....สงสัยว่าอาจจะมีคนเป็นลมไปก่อนบ้างไหม ?

     ได้เรียนรู้ว่าบัตรประวัติผู้ป่วยนอกหรือที่เรียกว่า OPD card นั้นเดี๋ยวนี้เขาจะเก็บไว้ประมาณ ๑ ปี เท่านั้น ถ้าไม่มาติดต่อใช้บริการ ทางโรงพยาบาลก็จะทำลายทิ้ง ผู้ป่วยจะต้องมาเริ่มต้นทำบัตรใหม่ เหมือนกับคนไข้ใหม่ ซึ่งจะทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกมาก  ก็เป็นความรู้ใหม่สำหรับผมครับ ถ้าต้องการให้มีประวัติการรักษาเดิมอยู่อย่างต่อเนื่องจะต้องไปใช้บริการโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน อย่าเว้นระยะเวลาเกิน ๑ ปี นะครับ  มิฉนั้นท่านต้องทำทุกอย่างใหม่หมด

     ได้เรียนรู้ว่าถ้าต้องการลดระยะเวลาการรอพบหมอ ก็สามารถมาพบในคลีนิกนอกเวลาของโรงพยาบาล แต่ต้องดูว่าหมอในด้านนั้นมาเปิดบริการนอกเวลา (๑๗-๒๐ น.) วันไหน ถึงแม้จะเป็นคลีนิกนอกเวลาก็ต้องมีการจองคิวเช่นเดียวกันครับ แต่ปริมาณคนจะน้อยกว่าในเวลาปกติ การใช้บริการคลีนิกนอกเวลานี้ ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มครั้งละ ๒๐๐ บาท (สำหรับโรงพยาบาลแห่งนี้ เพราะผมไม่ทราบว่าเท่ากันทุกแห่งหรือเปล่า)

     ชีวิตคนเราเมื่อสมัยเป็นวัยเด็กก็เรียนรู้การไปโรงเรียน ไปวิทยาลั มหาวิทยาลัย แต่เมื่อถึงวัยดึกหรือวัยชราก็ต้องเรียนรู้การไปโรงพยาบาลแทน....อิอิ