รู้จักอิตาลี

สาธารณรัฐอิตาลี
Republic of Italy

ข้อมูลทั่วไป
ชื่อประเทศตามภาษาพื้นเมือง Repubblica Italiana

ที่ตั้ง ตอนใต้ของทวีปยุโรป โดยมีลักษณะเป็นคาบสมุทรยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่ร้อยละ 75 เป็นภูเขาและที่ราบสูง
อาณาเขต ทิศเหนือ จรดสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ทิศใต้ จรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตก จรดฝรั่งเศส และทะเลไทเรเนียน(Tyrrhenian) ทิศตะวันออก จรดทะเลอาเดรียติก และอยู่ตรงข้ามกับสโลเวเนียโครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย

พื้นที่ 116,303 ตารางไมล์ หรือ 301,225 ตารางกิโลเมตร นอกจากดินแดนที่เป็นคาบสมุทรแล้ว อิตาลียังประกอบด้วยเกาะซาร์ดิเนียและซิซิลีด้วย พื้นที่ร้อยละ 57 เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ร้อยละ 21 เป็นป่า

ภูมิอากาศ แบบเมดิเตอร์เรเนียน

ประชากร 57.7 ล้านคน (ค.ศ. 2002) ความหนาแน่นของประชากร 200 คน ต่อ
1 ตารางกม. อัตราการเพิ่ม 0.05% มีประชากรในวัยทำงาน (workforce) 23.8 ล้านคน (โดยอยู่ในภาคบริการ 56.7 % ภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์ 28.9 % ภาคเกษตร 4.6% และว่างงาน 9.6%)
เชื้อชาติ ส่วนใหญ่คืออิตาเลียน และมีชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอื่นๆคือ
เยอรมัน ฝรั่งเศส สโลเวเนีย และแอลเบเนีย

เมืองหลวง โรม (Rome/Roma) ประชากร 2.7 ล้านคน

เมืองสำคัญ โรม มิลาน เนเปิลส์ ตูริน เจนัว

ภาษาราชการ อิตาเลียน และมีภาษาเยอรมันเป็นภาษารอง
โดยเฉพาะบริเวณแคว้น Trentino-Alto Adige ที่ติดกับออสเตรีย และภาษาฝรั่งเศสในแคว้น Valle d’Aosta นอกจากนี้ สามารถใช้ภาษาสเปนกับชาวอิตาเลียนได้ อนึ่ง ในอิตาลีมีภาษาท้องถิ่น อาทิ TUSCAN dialect

ศาสนา ส่วนใหญ่โรมันแคธอลิก (98%) แต่ให้เสรีภาพทุกศาสนาอิตาลีรับรอง สถานะพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการตั้งแต่มีนาคม ค.ศ. 2000

สกุลเงิน Euro
วันหยุดราชการ วันขึ้นปีใหม่, วัน Epiphany (6 ม.ค.), วัน Easter Sunday and Monday วัน Liberation Day (25 เม.ย), วันแรงงาน (1 พ.ค.), วัน Assumption
(15 ส.ค.), วัน All Saints Day (1 พ.ย.),วัน Immaculate Conception (8 ธ.ค.), วัน Christmas (25-26 ธ.ค.)

ประธานาธิบดี Mr. Carlo Azeglio Ciampi (นาย คาร์โล อาเซกลิโอ ชัมปี)( เข้ารับตำแหน่ง 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1999)

นายกรัฐมนตรี Mr. Silvio Berlusconi (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2001)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ Mr. Franco Frattini
(เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2002)
การเมืองการปกครอง
บริเวณที่เป็นอิตาลีในปัจจุบันมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ 800 ปีก่อนคริสตกาล และถูกรวมอยู่ในอาณาจักรโรมันตะวันตกในระหว่างศตวรรษที่ 1-5 จากนั้นกลายเป็นสมรภูมิหลายครั้งในความขัดแย้งอันยาวนานระหว่างสันตปาปาที่กรุงโรม กับจักรพรรดิของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (the Holy Roman Empire) ดินแดนภาคกลางและภาคเหนือของอิตาลีเริ่มรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางการค้าในศตวรรษที่ 11 และเสื่อมลงหลังศตวรรษที่ 16 แต่ในช่วงศตวรรษที่ 16-17 อิตาลีเข้าสู่ยุค Renaissance และได้เป็นแหล่งกำเนิดศิลปวิทยาการตลอดจน วรรณกรรมชิ้นเอกจำนวนมากที่เป็นพื้นฐานของอารยธรรมตะวันตกยุคต่อมา
อาทิ ผลงานของ Machiavelli, Boccaccio, Petrash, Tasso, Raphael, Botticelli, Michaelangelo และ Leonardo da Vinci ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เกิดขบวนการชาตินิยมที่นำไปสู่การรวม อิตาลีได้ทั้งหมด ในปี ค.ศ.1870 และจากนั้นมาจนปี ค.ศ. 1922 อิตาลีอยู่ภายใต้ระบบกษัตริย์ที่มีรัฐสภาและการเลือกตั้งแบบจำกัด
ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 อิตาลีเป็นพันธมิตรกับเยอรมนีและออสเตรีย-ฮังการี แต่กลับมาเข้าข้างฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงเกือบสิ้นสุดสงครามในปี ค.ศ. 1915 จึงได้รับดินแดนบางส่วนของออสเตรียมาอยู่ใต้อิตาลี ในปี
ค.ศ. 1922 Benito Mussolini ขึ้นมามีอำนาจกว่า 2 ทศวรรษต่อมา อิตาลีตกอยู่ใต้ระบอบ Fascism ซึ่งเรียกกันว่า “Corporate State” โดยยังมีกษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐเพียงในนาม
ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อิตาลีเข้าข้างฝ่ายอักษะ
แต่หลังจากฝ่ายสัมพันธมิตรยึดเกาะซิซิลีได้ในปี ค.ศ. 1943 มุสโสลินีถูกกษัตริย์ปลดจากตำแหน่ง นายพล Pietro Badaglio ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน และอิตาลีหันไปประกาศสงครามกับเยอรมนี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบกษัตริย์ถูกล้มเลิก และอิตาลีเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นสาธารณรัฐในระบอบ
ประชาธิปไตยตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 แลประกาศ
ใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1948 ซึ่งยังใช้มาจนปัจจุบัน

ระบบการเมืองการปกครอง รัฐธรรมนูญอิตาลีกำหนด
ให้อิตาลีมีรูปแบบการปกครอง ฅามระบอบสาธารณรัฐแบบ ประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดี ดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศ มีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่หัวหน้าฝ่าย
บริหาร และมีฝ่ายตุลาการแยกเป็นอิสระ
ประธานาธิบดี ได้รับเลือกตั้งจาก รัฐสภาและผู้แทนภูมิภาค (Regional Representatives) ดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 7 ปี
ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซึ่งได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 10 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ.1999 คือ นาย Carlo Azeglio Ciampi (คาร์โล อาเซกลิโอ ชัมปี) จะครบวาระในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2006
นายกรัฐมนตรี (President of the Council of Ministers) มาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดยได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดี
นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ นาย Silvio Berlusconi เข้ารับหน้าที่เมื่อ 11 มิถุนายน ค.ศ. 2001 นายกรัฐมนตรีเป็นผู้จัดตั้งคณะรัฐบาล (Council of Ministers)
โดยได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดี

ระบบการเลือกตั้งของอิตาลีในปัจจุบัน เป็นการลงคะแนนเสียงผสมระ หว่างแบบเสียงข้างมาก (first-past-the post) ร้อยละ 75 และกแบบสัดส่วนอีกร้อยละ 25 การเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีเมื่อ 13 พฤษภาคม 2001 การเลือกตั้งจะมีขึ้นทุก 5 ปี หรือเร็วกว่านั้นหากประธานาธิบดีไม่อาจ
สรรหานายกรัฐมนตรีที่มีความสามารถในการ จัดตั้งคณะรัฐบาลให้ได้รับความไว้วางใจจากรัฐสภา และการเลือกตั้งของทั้ง 2 สภาจะมีขึ้นในเวลาเดียวกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี

รัฐสภา รัฐสภาอิตาลีประกอบด้วย2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ประธานรัฐสภาได้แก่ประธานสภา ผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies) การบัญญัติกฎหมายใดๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้ง 2 สภาวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกทั้ง 2 สภาคือ 5 ปี และการเลือกตั้งจะทำพร้อมกันทั้ง 2 สภา โดยจะมีขึ้น ทุก 5 ป
ี หรือเร็วกว่านั้นหากประธานาธิบดีไม่อาจสรรหา
นายกรัฐมนตรีที่สามารถ จัดตั้งคณะรัฐบาลให้ทั้ง 2 สภาให้ความเห็นชอบได้ การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายคือเมื่อวันที่13พฤษภาคม 2001สภาผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies/Camera dei Deputati)
ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 630 คน โดย 475 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง และอีก 155 คนมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนจากแคว้นต่างๆ (regional proportion representation) ผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งจะต้องมีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป
ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบันคือนาย Marcello Pera วุฒิสภา (Senate/Senato della Repubblica) ประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 326 คน โดย 315 คนมาจากการเลือกตั้งทั่วไป (popular vote) จากแคว้น (regions) ต่างๆ ทั่วประเทศ
และมีวุฒิสมาชิกตลอดชีพอีกจำนวนหนึ่ง (ปัจจุบันมี 11 คน) ซึ่งจะแต่งตั้งจากบุคคลชั้นนำของสังคม ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบันคือนาย Pier Ferdinando Casini โดยได้รับการคัดเลือกเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2001

การปกครองส่วนท้องถิ่น อิตาลีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 แคว้น
หรือภูมิภาค (regions) (และแบ่งเป็น 94 จังหวัด) ได้แก่ Abruzzo, Basilicata, Calabria,Campania, Emilia-Romagna,Fuiuli-Venezia Giulia, Lazio,Liguria, Lombardia, Marche,Molise, Piemonte, Puglia,Sardegna (Sardinia), Sicilia (Sicily)Toscana, Trentino-Alto Adige, Umbria,
Valle d’Aosta, Veneto,โดยมี 5 แคว้นคือ Fuiuli-Venezia
Giulia,Sardinia, Sicily, Trentino-Alto Adige, และ Valle d’Aosta ได้รับสถานะพิเศษตามรัฐธรรมนูญให้ปกครองตนเอง

ในแต่ละแคว้นจะมีองค์กรการปกครองหลักอยู่ 3 องค์กร คือ
- คณะมนตรีแคว้น (Regional Council) ทำหน้าที่ตรากฎหมายและระเบียบข้อบังคับในเขตอำนาจ
- คณะมนตรีกรรมการ (The Junta) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร
- ประธานคณะกรรมการ (The President of the Junta)
ทำหน้าที่คล้ายนายกรัฐมนตรีในเขตอำนาจ แต่ทั้งนี้ ก็จะมีผู้แทนของรัฐบาลคนหนึ่งอยู่ประจำ ณ นครหลวงของแคว้นนั้นๆ คอยควบคุมดูแลการบริหารของรัฐบาลท้องถิ่นและทำหน้าที่ประสานงาน
ระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นกับรัฐบาลกลาง

พรรคการเมืองในอิตาลี
อิตาลีมีกลุ่มพรรคการเมืองใหญ่อยู่ 3 กลุ่ม คือ
1) กลุ่ม Ulivo หรือ Olive Tree ประกอบด้วยพรรค
Democratic Left (Democratici di Sinistra – DS), Italian Popular Party (Partito Popolare Italiano – PPI), Italian Renewal (Rinnovamento Italiano – RI), และพรรค Green (I – Verdi)
2) กลุ่ม Pole for Freedom หรือ Polo (Polo per la Liberta) หรือ Freedom Alliance
เป็นกลุ่มฝ่ายกลาง-ขวา และเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลชุดที่ 56 ประกอบด้วยพรรค Forza Italia, Alleanza Nazionale – AN และ Centro Cristiano Democratico – CCD
3) กลุ่มThe Clover ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือพรรค Social Democrat (SDI) พรรค Republican และกลุ่มนักการเมืองฝ่ายขวาของอดีตประธานาธิบดี Francesco Cossiga
ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ มีอาทิ
- Union of Democrats for Europe (UDEUR) ซึ่งคือพรรค Unione Democratica per la Republica หรือ UDR เดิม)
- Democrat Party (ก่อตั้งโดยอดีตนรม. Romano Prodi)
- Northern Leaque (Liga Nord)
- Communist Party (Partito dei Comunisti Italiani – PDCI)
- Partito Rifondazione Comunista (PRC)
- Tyrolese Peoples’ Party (SVP)
- Val d’Aosta Union (UDV)
- La Rete

การเมืองภายในของอิตาลี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2001 ได้มีการเลือกตั้งทั่วไปในอิตาลี ผลปรากฏว่า กลุ่มพรรคฝ่ายขวานำโดยนาย Silvio Berlusconi
ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากในวุฒิสภาจำนวน
177 ที่นั่ง และได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 368 ที่นั่ง จากทั้งหมด 630 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งดังกล่าว นอกจากจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (315) ที่นั่ง และสภาผู้แทนราษฎร (630 ที่นั่ง) แล้ง ยังรวมถึงการเลือกตั้งองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นและเทศบาลด้วย ซึ่งได้แก่ การเลือกตั้งประธานและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 5 จังหวัด (จาก 20 จังหวัด) และเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลของเมืองต่างๆ รวม 1,266 แห่งทั่วประเทศ
สำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสภาเทศบาลของเมือง ที่มีประชากรน้อยกว่า 15,000 คน (จำนวน 1,139 แห่ง) จะใช้ระบบเสียงส่วนใหญ่ของบัญชีรายชื่อพรรค (Party List Majority System) คือ ผู้มีสิทธิลงคะแนนครั้งเดียวและผู้สมัครที่ได้รับเสียงสูงสุดจะ ได้รับเลือกรวมทั้งพรรคการเมืองในบัญชีรายชื่อของผู้สมัครดังกล่าว จะได้ที่นั่ง 2/3 ในสภาเทศบาลเมืองนั้นไปโดยอัตโนมัติ ส่วนที่นั่งที่เหลือ 1/3 จะแบ่งตามสัดส่วนของบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง ที่ได้คะแนนเสียงรองๆ ลงไป สำหรับเมืองที่มีประชากรเกิน 15,000 คน (จำนวน 127 เมือง) จะใช้ระบบลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2 ครั้ง กล่าวคือ ในการเลือกตั้งรอบแรกวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2001 หากไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนสูงสุดเด็ดขาด (absolute majority) จะมีการลงคะแนนรอบที่ 2 (runoff) ในวันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ. 2001 โดยถือเอาผู้ได้รับเสียงข้างมากปกติเป็นผู้ชนะ ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในเมืองสำคัญๆ ในรอบ 2 ส่วนใหญ่ ผู้สมัครจากพรรคฝ่าย Center-Left ได้รับชัยชนะ ไดแก่ กรุงโรม เมืองเนเปิลส์ และเมืองตูริน เป็นต้น สำหรับเมืองมิลาน (เมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากกรุงโรม) ผู้สมัครจากพรรค Center-Right ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนสูงสุดเด็ดขาดจากการลงคะแนนเสียงรอบแรก

บทบาทของอิตาลีในเวทีระหว่างประเทศ
บทบาทของอิตาลีทางด้านการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มมาก ขึ้นเป็นลำดับ นับตั้งแต่อิตาลีเป็นประธานสหภาพยุโรปในปี ค.ศ. 1996 โดยมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาตะวันออกกลาง การส่งกองกำลังเข้าไปรักษาสถานการณ์ในยูโกสลาเวียและแอลเบเนีย การคัดค้านการเสนอขอให้เยอรมนีและญี่ปุ่นเข้าเป็นสมาชิกถาวร ของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ การผลักดันให้อิตาลีเข้าสู่สหภาพเศรษฐกิจการเงิน (Economic and Monetary Union - EMU) กลุ่มแรกในปี ค.ศ.1999 นอกจากนี้ อิตาลีได้สนใจภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมากขึ้น โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายให้มากขึ้น
ในเรื่องการปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ
อิตาลีไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มจำนวนสมาชิกถาวรอีก 2 ประเทศ
(ญี่ปุ่นและเยอรมนี) เพราะจะทำให้กลุ่มประเทศ พัฒนาแล้วมีอภิสิทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีก คณะมนตรีความมั่นคงฯ จึงควรปฏิรูปโดยการเพิ่มจำนวนสมาชิก ไม่ถาวรฯ และให้ประเทศเล็กได้เข้าเป็นสมาชิก โดยให้เพิ่มจำนวน 8-10 ที่นั่ง และใช้ระบบหมุนเวียนตามสัดส่วนของภูมิภาค (ถ้าเพิ่ม 10 ที่นั่ง 5 ที่นั่งควรเป็นของทวีปแอฟริกาและเอเชีย 2 ที่นั่งเป็นของกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา 2 ที่นั่งเป็นของยุโรปตะวันตกและ 1 ที่นั่งเป็นของยุโรปตะวันออก) โดยมีวาระดำรงตำแหน่งครั้งละ 2 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปีติดต่อกัน ทั้งนี้ สมัชชาฯ จะเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ในการ เลือกสมาชิกไม่ถาวร โดยผู้รับเลือกจะต้องได้รับคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกสมัชชาฯ
และห้ามเลือกตั้งซ้ำและลงสมัครติดต่อกัน
-นาย Romano Prodi อดีตนายกรัฐมนตรีอิตาลี เป็นประธานคณะกรรมาธิการยุโรปคนปัจจุบัน อิตาลีมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูบูรณะ Kosovo และคาบสมุทร บอลข่าน โดยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาว Kosovo ในรูปของโครงการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งสร้างที่พักและสถานพยาบาล ให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ลี้ภัย หรือ Operation Rainbow ซึ่งได้รับเงินบริจาคจากชาวอิตาเลียน นอกจากนี้ยังบริจาคให้การปฏิบัติงานของUNHCR ให้ความช่วย เหลือสำหรับการฟื้นฟูบูรณะโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ผ่านองค์กรกองทุนระหว่างประเทศสำหรับการพัฒนาการเกษตร (IFAD) และ UNOPS และให้กับโครงการอาหารโลก (WFP) สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
วิกฤตการณ์ในคาบสมุทรบอลข่าน นอกจากนั้น รัฐบาลอิตาลียังหาทางให้นักธุรกิจอิตาลีมีช่องทางเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนด แผนงานและกระบวนการประมูลในโครงการฟื้นฟูบูรณะคาบสมุทรบอลข่านตั้งแต่ต้น รวมทั้งกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้าไปมีบทบาทในการสร้างตลาดการค้าที่ทันสมัยในคาบสมุทรบอลข่าน และรัฐบาลยังเพิ่มบทบาทในการสร้างเครือข่ายในภูมิภาคเพื่อการร่วมมือกันพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ในภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเร่งกระชับความสัมพันธ์
ทวิภาคีกับประเทศในภูมิภาคยุโรปใต้

ภาพสวยๆ ของประเทศอิตาลี