“การชนะที่ยิ่งใหญ่ คือ การชนะใจตนเอง
”
</span> “ผู้ชนะ” มาตั้งแต่เราเริ่มมีชีวิต จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การเติบโต สร้างประสบการณ์ชีวิตและการได้เรียนรู้และเข้าใจ ว่าในโลกกลม ๆ ใบนี้ มีคำสองคำที่มีความหมายตรงกันข้ามกันและมักต้องพบเจอทุกวัน วนเวียนอยู่กับการดำรงชีวิตมาตลอด นั่นคือคำว่า “ผู้ชนะ” และคำว่า “ผู้แพ้”
ดังเช่น...การเรียน หากเราสอบได้ที่ ๑ เราคือ “ผู้ชนะ” แต่สอบได้ที่ ๒ เรากลับกลายเป็น “ผู้แพ้” แพ้เพียงลำดับเดียว แต่ชนะอีกหลาย ๆ ลำดับ แต่เราก็ได้ชื่อว่าแพ้อยู่ดีถึงแม้ว่าจะแพ้ผู้ที่ได้ลำดับที่ ๑ เพียงลำดับเดียว เท่านั้น
การทำงาน หากผลการประเมินในการทำงานของเราถูกจัดลำดับ ก็ไม่แตกต่างไปจากการเรียน ถ้าเราได้ลำดับที่ ๑ คำว่า “ผู้ชนะ” จะเป็นของเรา แต่ถ้าลำดับต่อไป เราคือ “ผู้แพ้”
การเล่นกีฬา แน่นอน คำว่า “ผู้แพ้” “ผู้ชนะ” เป็นผลลัพธ์ของการแข่งขันกีฬา หนีกันไม่พ้น เหมือนเปลวไฟกับควัน
นอกจากนี้ยังมีเหตุอื่น ๆ อีกมากมายในการดำรงชีวิตประจำวันเราหนีไม่พ้นที่จะต้องเจอกับสิ่งเหล่านั้น
“ผู้ชนะ จะได้รับความรู้สึกภาคภูมิใจ มีความสุข สบายใจ ”
“ผู้แพ้ กลับได้รับความรู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง ท้อแท้
”
แต่กลับมีคำกล่าวว่า
“แพ้เป็นพระ
ชนะเป็นมาร”
หากวิเคราะห์ดูแล้วจากคำกล่าวนี้
บอกถึงการเป็นผู้แพ้ที่น่าจะดีกว่าชนะ
เพราะคงไม่มีใครอยากเป็นมาร หรือสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงคำกล่าว
ที่มีไว้เพื่อให้กำลังใจกับผู้แพ้กันแน่
แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่เราก็ยังต้องการเป็นผู้ชนะเท่านั้น!!!
หากเปรียบเทียบกับการแข่งขันกีฬา
ในบางวัฒนธรรมก็ยอมที่จะใช้วิธีการโกงต่าง ๆ
ชนิด เพื่อให้พวกพ้องของตนได้รับชัยชนะ…..
บางคนปลอบใจตนเองเพียงว่า
เราคงต้องรู้จักกับคำว่าแพ้เพียงเพื่อให้เราืได้สัมผัสและรับรู้กับคำว่า
“ล้มเหลว”
เรากล้าล้มเหลว แต่จะดีหรือถ้าเราต้องปลอบใจตัวเองให้รู้จักกับ
“ความล้มเหลว”
อยู่ร่ำไป…
เหตุเพราะความแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับล้มเหลวอยู่ที่ทัศนคติในการมองโลกและการดำรงชีวิต
ผู้ที่ประสบความสำเร็จ มักมองโลกด้วยสายตาแห่งความหวัง
ขณะที่ผู้ล้มเหลวมองโลกในแง่ร้าย
นักปราชญ์จีนได้ให้ข้อคิดในเรื่องเหตุแห่งความล้มเหลว ดังนี้
ไม่ประมาณตน
คบคนไม่เลือก
ไม่เดียงสาต่องาน
เกียจคร้านต่องาน
เย่อหยิงยโส
จิตใจโลเล
ก่อหนี้สินล้นพ้น
คบค้าเสเพล
ทำตัวหัวไม้
ไร้สัจธรรม
ไม่สำนักผิดชอบ
ใจคอคับแคบ
ไม่สนใจผู้อื่น
คิดคดล่อลวง
สุรุ่ยสุร่าย
ไร้อุดมการณ์
หลงการพนัน
หุนหันพลันแล่น
โลภโมโทสัน
อิจฉาริษยา
โป้ปดมดเท็จ
ขี้เหล้าเมายา
หูเบาเฉาปัญญา
ไม่มีเหตุผล
เพียงสลัดสิ่งเหล่านี้ให้พ้นไปจากตัวเรา เท่านี้เราก็หนีพ้นกับคำว่า
“ล้มเหลว”
และพบกับ
คำว่า “สำเร็จ”
ได้อย่างสวยงาม
ยังมีบทกวีที่กล่าวถึงความเป็นผู้ชนะและผู้แพ้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
หากได้นำบทกวีนี้มาผ่านกระบวนการคิดของเรา
จะเป็นเครื่องเตือนใจที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตอย่างคาดไม่ถึง
Winner &
Loser
ผู้ชนะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้
The
winner is always a part of the answer.
แต่ผู้แพ้เป็นเงื่อนหนึ่งของปัญหา
The loser
is always a part of the problem.
ผู้ชนะเสนอสิ่งใหม่ให้ทุกครา
The winner
always has a program.
แต่ผู้แพ้สรรหา..”คำแก้ตัว”
The loser always
has an excuse.
ผู้ชนะมักบอก "ขอฉันช่วย”
The winner says
let me do it for you.
ผู้แพ้ไม่เอาด้วยเรื่องปวดหัว
The loser says
that’s not my job.
ผู้ชนะเห็นทางออก…แม้มืดมัว
The winner
sees an answer for problems.
ผู้แพ้เฝ้าแต่กลัว…เจอทางตัน
The loser sees
a problem in every answer.
ผู้ชนะรอโอกาสทอง…แม้ต้องยุ่ง
The
winner sees a green near every sandtrap.
ผู้แพ้มุ่งเห็นแต่ร้าย
ที่หมายนั่น
The loser sees 2 or 3 sandtraps
near every green.
ผู้ชนะว่าทำได้…ต้องฝ่าฟัน
The winner
says it may be difficult, but it’s possible.
ผู้แพ้บอกเลิกฝัน…มันยากไป
The loser says
it may be possible, but it’s too difficult
ตอบความหมายในตัวคุณได้หรือยังว่าคุณเลือกที่จะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด “การชนะที่ยิ่งใหญ่คือการชนะใจตนเอง”
แล้วเราควรจะทำอย่างไรให้ชนะใจตนเอง แน่นอน
เราต้องเริ่มจากความคิดของเรา
คนทุกคนมีเป้าหมายอยู่ที่ความสำเร็จและชัยชนะ
ผู้ที่ประสบความสำเร็จและเป็นผู้ชนะได้จะต้องมีความคิดและพฤติกรรมที่ถูกต้อง
ดังต่อไปนี้
๑. ไม่ยึดมั่นอยู่กับความคิดเดิม ๆ
หรือคิดว่าชีวิตต้องเป็นไปตามที่คาดหวังไว้
เพราะจะเป็นการปิดกั้นสิ่งดี ๆ และสิ่งใหม่ ๆ
ในชีวิตต้อง “คิดใหม่และทำใหม่”
หาหนทางใหม่ที่ดีกว่าเสมอ
๒.
ใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่มาสร้างชีวิตของตนเองให้ดีขึ้นตลอดเวลา
เพราะหากมีประสบการณ์แต่มิได้ใช้ประโยชน์ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะมีประสบการณ์
๓.
มีความเชื่อมั่นในตนเองและสามารถแยกความจริงออกจากความฝัน ไม่เพ้อฝัน
แต่ใฝ่ฝันและมุ่งม่นให้เป็นจริง
๔.
แบ่งเวลาและจัดสรรเวลาในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสมและลงตัว
๕.
ยืดหยุ่นและสามารถเปลี่ยนแปลงแผนงานเป้าหมายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้เสมอ
๖. ไม่ดูถูกความสามารถของตนเอง
๗.
มีเป้าหมายในการทำสิ่งต่าง ๆ อย่างชัดเจน
และไม่ลดละที่จะพยายามสานฝันให้เป็นจริงด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา
๘. ยอมรับความเป็นจริงของชีวิตว่าชีวิตมีขึ้นมีลง
ซึ่งจะทำให้เรามีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
และสามารถทำใจยอมรับความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้
๙.
ไม่หยุดการเรียนรู้เพราะในโลกนี้มีสิ่งต่าง ๆ
ให้เราเรียนรู้ได้ไม่มีวันจบสิ้น
หลักคิดเพียง ๙ ข้อเท่านี้
ก็ทำให้เราได้รู้จักเอาชนะในตนเองได้เป็นอย่างดี ดังนั้น
เราจงฝึกฝน
ความคิดเพื่อเอาชนะและควบคุมการกระทำของชีวิต
เพราะไม่มีใครรู้จักตัวเราดีเท่ากับตัวเราเอง ชีวิตเป็นของเรา
ทุกเรื่องจึงเป็นเรื่องที่เราต้องกำหนดเองบนพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมของตนเอง
เส้นทางชีวิตจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจอของเราเพียงคนเดียว
อย่าเสี่ยงที่จะนำชีวิตไปขึ้นอยู่กับการกำหนดของผู้อื่น
เพราะสิ่งที่เราได้จับจองเป็นเจ้าของตั้งแต่ปฏิสนธิ
สนุกกับการใช้ชีวิตเพราะสิ่งนั่นคือชีวิตของเราเอง เอาชนะมันให้ได้
ภาคภูมิใจกับความยิ่งใหญ่ในการเป็น “ผู้ชนะใจตนเอง”
รู้ผู้อื่นนั้น….ฉลาด
รู้ตนเองนั้นเป็น…อัจฉริยะ
ชนะผู้อื่น คือผู้…เข้มแข็ง
ชนะตนเอง คือผู้…ยิ่งใหญ่
…หลาวจื้อ…
อ้างอิง
เบญญาวัธน์. ขอให้รุ่งโรจน์กับความสำเร็จ. พิมพ์ครั้งที่ ๓.
กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ ๑๐๘
สุดยอดไอเดีย, ๒๕๔๘.