จากการเตรียมพร้อมผ่านด่านที่ 2 กับพี่เลี้ยงโครงการ(อ.เม่ย) เข้าสู่ด่านที่ 3 มีอาจารย์เสาวรัตน์ รองหัวหน้าภาควิชาพยาธิ และท่านหัวหน้าภาควิชาพยาธิอาจารย์ปารมี ได้นัดซ้อมการนำเสนอจริงที่ห้องประชุม 2 ของภาควิชา เพื่อดูเนื้อหาและ power point อาจารย์เสาวรัตน์บอกย้ำว่า "ต้องเน้น และพูดให้มีน้ำหนักในบางจุด" อาจารย์ปารมี(หัวหน้าภาค)บอกว่า "ให้ใส่รูปแทนเนื้อหาเพื่อให้การสื่อเรื่องราวที่เรานำเสนอให้ผู้อื่นที่ไม่รู้เรื่องการทดสอบ reticulocyte count มาก่อนเมื่อได้ฟังสามารถรู้และเข้าใจได้" และ power point สีซีดไม่เข้มเหมือนในคอมฯ พี่เลี้ยงได้เปลี่ยนสีพื้นให้เข้มขึ้น ปรับเปลี่ยนรูปแบบในบางจุด พร้อมกับถ่ายรูปขั้นตอนการทดสอบให้ลงจัดใน power point
ตาต้องกลับมาตั้งหลักใคร่ครวญถึงเนื้อหาในการนำเสนอจึงตัดสินใจเอาทั้งตารางเปรียบเทียบผลการทดสอบ กราฟ ภาพ reticulocyte ลงในสไลด์แผ่นเดียวกันซึ่งเป็นผลหลักของการดำเนินงาน ที่ขยายผลต่อเนื่อง และวันนำเสนอจริงมาถึงเวลายืดเยื้อจนเกือบบ่าย 4 โมงครึ่งเนื่องจากภาควิชาพยาธิของเราถูกเลื่อนมานำเสนอปิดท้ายรายการในระหว่างรอคอยบางช่วงของเวลารู้สึกตื่นเต้นต้องกำหนดลมหายใจเข้าออกลึกๆ สักครู่หนึ่งก็ดีขึ้น และกลับมาเป็นอีก เพราะยังกังวลกับเวลาที่กำหนดในการนำเสนอภายใน 5 นาที แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
ต้องขอบคุณหัวหน้าภาควิชาอาจารย์ปารมี รองหัวหน้าภาคอาจารย์เสาวรัตน์ พี่เลี้ยงโครงการ อ.เม่ย หัวหน้าหน่วยและสมาชิกชาว hemato รวมถึงชาวพยาธิทุกท่านที่ให้กำลังใจ
ขอปรบมือดังๆให้กับความสำเร็จได้รางวัลที่ 1 ในครั้งนี้ด้วยค่ะ ถ้ายังไง ช่วยเล่าความคิด ความรู้สึกระหว่างที่ฟังท่านคณะกรรมการให้ความคิดเห็นกับคนอื่นๆ ในมุมมองของคุณ "ตาค่ะ" ให้พวกเราที่ไม่มีโอกาสไปให้กำลังใจได้อ่านอีกนะคะ
สมาชิกในบ้านที่เป็นทัพหลังและพลังสำคัญตามที่เล่าไว้ในบันทึกแสนสนุกวันก่อน มีปฎิกิริยาอย่างไรกับความสำเร็จครั้งนี้ เล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ
ยินดีด้วยค่ะ พี่ตารวมทั้งคนอื่นที่ได้เสนอผลงานก็ขอชื่นชม รวมทั้ง คุณเอื้อ คุณอำนวย คุณเอื้ออำนวย ค่ะ
นอกเหนือจากเรื่องรางวัล ผู้นำเสนอ(โดยเฉพาะ..น้องนุก..ของพี่เม่ย..) ก็ได้รับ "ผลได้ข้างเคียง" แบบคุ้มค่ามากๆค่ะ..เชียร์!
ยินดีกับคุณตาและสมาชิกในทีมด้วยค่ะ เป็นเพราะ “ใจ” ที่ใส่ให้เกินร้อยของคุณตา และพี่เลี้ยงคนเก่งของเรา
เป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม และน่าเอาเยี่ยงอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการเตรียมงานแต่เนิ่นๆ และซ้อมหลายๆ รอบ เพราะปกติตัวเองจะเป็นประเภท ชอบทำงานใกล้ๆ วันที่กำหนด จนเกิดอาการ "ก้นไหม้" เพราะไฟลน มาหลายรอบแล้ว