คติที่ ๑๓ ประกอบเหตุสังเกตผล สนใจเถิดประเสริฐนัก

คติธรรมของหลวงพ่อเป็นคติปฏิบัติคือได้ปฏิบัติแล้ว ได้ทดลองแล้ว คือได้นำปริยัติมาปฏิบัติแล้ว เกิดผลในทางปฏิบัติแล้ว

คติที่ ๑๓ ประกอบเหตุสังเกตผล สนใจเถิดประเสริฐนัก


ประกอบเหตุ สังเกตผล
สนใจเถิด ประเสริฐนัก


สืบมาจากผลแห่งการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อเข้าถึงวิชาธรรมกายระดับไหน เราก็ไม่รู้กับท่าน แต่เราเรียนตามหลวงพ่อมา หลวงพ่อสอนศิษย์ของท่านว่า “ประกอบเหตุ สังเกตผล สนใจเถิด ประเสริฐนัก”

เป็นข้อความสั้น แต่ยาก และเป็นยาหม้อใหญ่ เป็นเรื่องครอบจักรวาล


*** ความหมายเบื้องต้นอันเป็นความหมายทั่วไป ***

คือเรื่องเหตุกับเรื่องผล สรุปแล้ว หากประกอบเหตุดี ก็ย่อมได้รับผลดี ประกอบเหตุอย่างไรได้รับผลอย่างนั้น นี่คือความหมายที่เราเข้าใจทั่วๆ ไป


เช่น คนทำโจรกรรมต้องได้รับโทษ เหตุคือโจรกรรม ผลคือรับโทษ คราวนี้เราค้นเหตุให้ละเอียดเข้าไป ทำไมต้องทำโจรกรรม เพราะโลภะเป็นเหตุ ทำไมโลภะครอบงำเขาได้ เพราะใจของเขาสกปรก ทำไมใจของเขาสกปรก เพราะเขาไม่ทำใจให้ใสตามคำสอนขององค์พระศาสดา

ตามที่กล่าวนี้ จะเห็นว่า เหตุและผลมีความหมายละเอียดเข้าไปเรื่อยๆ


*** ความหมายในทางธรรม ***

จับความมาแต่ “เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํวาที มหาสมโณ” พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุเกิดและเหตุดับแห่งธรรมเหล่านั้น


คำว่า “เหตุ” ที่กล่าวนี้ เป็นของละเอียด มองด้วยตาไม่เห็น ต้องมองโดยรู้ญาณของกายธรรม เหตุที่ว่านี้ กิเลสเขาทำไว้ในใจ จิต วิญญาณ ของสัตว์โลก การที่สัตว์โลกต้องทุกข์ร้อนกันอยู่ เป็นเพราะเหตุละเอียดที่ว่านี้ พระบรมศาสดาสอนให้เราไปดับเหตุเหล่านั้น


ในการค้นคว้าหาเหตุทางวิชาธรรมกาย ตามที่หลวงพ่อท่านสอนนั้น เหตุมันอยู่ลึก คืออยู่ละเอียดเข้าไป ไม่มีประมาณ ท่านสอนให้เดินวิชาธรรมกายไปให้ถึง เพื่อดับเหตุเหล่านั้น หากดับเหตุที่ทำให้เราเกิดทุกข์ได้และเหตุที่เกิดสมุทัยได้ เป็นผลให้นิโรธและมรรคของเรามีกำลัง คือเราจะได้รับความสุข ท่านจึงสอนว่า “ประกอบในเหตุ สังเกตในผล สนใจเข้าเถิด ประเสริฐดีนัก”


แต่โดยที่ “เหตุ” มีความละเอียดเข้าไปไม่มีประมาณนี้เอง ท่านให้เราเดินวิชาธรรมกายละเอียดเข้าไป ละเอียดในละเอียดเข้าไป เพื่อดับเหตุที่ว่านั้น แล้วท่านก็สอนว่า “ประกอบที่ในเหตุ สังเกตดูในผล สนใจหนักเข้าเถิด ประเสริฐดียิ่งนัก”


คำว่า “ประกอบเหตุ” หมายถึงการเดินวิชาธรรมกาย เพื่อสืบรู้สืบญาณไปหาเหตุ วิธีเดินวิชาธรรมกายมีอย่างไร เราต้องเรียน เพราะเป็นความรู้โดยเฉพาะ ทั้งระดับเบื้องต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง ตำราว่าด้วยวิชาธรรมกาย ข้าพเจ้าจัดพิมพ์ออกสู่ตลาดไปมากแล้ว เชิญติดตามเพื่อได้ศึกษากันต่อไป


เรื่องของเหตุ คือเรื่องใหญ่ คือเรื่องครอบจักรวาล คือเรื่องของกรุวิชาพิชัยสงคราม หากท่านสนใจเดินวิชาแล้ว จะเห็นว่า มารเขาสร้างเหตุปกครองสัตว์โลกไว้มาก ขอให้ท่านเรียนตั้งแต่หลักสูตรเบื้องต้น จนถึงหลักสูตรชั้นสูง ท่านจะพบว่า มารเขาสร้างเหตุปกครองทั้งหมด ไม่ว่าอะไรมารปกครองทั้งนั้น เราต้องเรียนรู้ เพื่อจะได้แก้ไข การที่หลวงพ่อสอนว่า “ประกอบเหตุ สังเกตผล สนใจเถิด ประเสริฐนัก” นี่คือสอนตำราพิชัยสงครามแก่เราแล้ว เราจะเรียนวิชาธรรมกายกันเล็กน้อยไม่ได้แล้ว ขอให้ทุ่มเท บากบั่น อุทิศ เรียนกันให้สุดยอดไปเลย หากท่านสนใจจริงแล้ว ข้าพเจ้าจะเป็นเพื่อนในทางวิชาให้แก่ท่าน ขอให้ติดต่อไปได้


หากท่านเรียนเพียงเล็กน้อย ถือว่าประมาท แม้จะได้มรรคผลนิพพาน มารเขายังไปรังควานเราได้ อยากรู้เรื่องราว ต้องอ่านหนังสือปราบมาร ข้าพเจ้าเขียนไปแล้ว จะได้ทราบว่ามารเขาไปรังควานพระพุทธองค์ในนิพพานได้อย่างไร ต้องอ่านจึงจะรู้ หากไม่อ่าน ก็ไม่รู้เรื่องอะไร


*******************************************************************
ข้อมูลจาก หนังสือคติธรรม คตินิยม การดำเนินชีวิต ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คติธรรม คตินิยม ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

คำสำคัญ (Tags)#คติธรรม#หลวงพ่อวัดปากน้ำ#ชมรมพัฒนาใจให้สว่างใส#ปราชญ์ขยะ#คุณสมถะ

หมายเลขบันทึก: 215310, เขียน: 09 Oct 2008 @ 20:26 (), แก้ไข: 12 Feb 2012 @ 02:37 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)