คอมพิวเตอร์
ยุคของคอมพิวเตอร์ 1.ยุคที่หนึ่ง (พ.ศ. 2489 - 2499) สุญญากาศ คอมพิวเตอร์ยุคแรกนี้ใช้หลอดสุญญากาศเป็นอุปกรณ์สำคัญ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อย ภาษาที่ใช้เพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ ทำงานต้องใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขฐานสอง ทำให้ใช้งานลำบาก ยากต่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจ เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ เช่น MARK I , ENIAC และ UNIVAC เป็นต้น 2.ยุคที่สอง (พ.ศ. 2500 - 2506) ทรานซิสเตอร์ ได้นำทรานซิสเตอร์มาใช้แทนหลอดสุญญากาศ ทำให้คอมพิวเตอร์ในยุคที่สองนี้มีขนาดเล็กลงมาก ไม่ต้องใช้เวลาในการอุ่นเครื่อง เมื่อเปิดเครื่องครั้งแรก ทำให้ไม่เปลืองกระแสไฟฟ้า ความเร็วและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนาภาษาแอสเซมบลี ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้คำย่อมาเป็นคำสั่งแทนภาษาเครื่อง ทำให้การเขียนโปรแกรมสั่งงานสะดวกขึ้น และต่อมาก็ได้มีการพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ภาษาฟอร์แทรน และภาษาโคบอล เป็นต้น 3.ยุคที่สาม (พ.ศ. 2507 - 2522) วงจรรวม IC ยุคที่สามของคอมพิวเตอร์เริ่มต้นเมื่อมีการพัฒนาวงจรไอซี ( integrated circuit หรือ IC) ซึ่งเป็นการบรรจุวงจรอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากลงบน แผ่นซิลิกกอนเล็ก ๆ สามารถบรรจุชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้หลายร้อยวงจร ไอซีจึงเข้ามาทำหน้าที่แทนทรานซิสเตอร์ ทำให้ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง ขนาดของคอมพิวเตอร์เล็กกระทัดรัด แต่มีความเร็วในการทำงานที่เพิ่มมากขึ้นราคาถูก เนื่องจากมีการผลิตเป็นจำนวนมาก 4.ยุคที่สี่ (พ.ศ. 2523 - ปัจจุบัน) ไมโครโปรเซสเซอร์ จากไอซี ได้มีการพัฒนาแอลเอสไอซี (LSIC large - scale integrated circuit) ทำให้สามารถบรรจุวงจรทรานซิสเตอร์จำนวนพันตัวบนแผ่นซิลิกอน และต่อมาสามารถเพิ่มปริมาณวงจรหลายหมื่นวงจรบนแผ่นซิลิกอนขนาดเท่าเดิมเรียกว่า วีแอลเอสไอซี (VLSIC ย่อมาจาก very large - scale integrated circuit ) ทำให้สามารถลดขนาดของคอมพิวเตอร์ให้เล็กลง ปัจจุบันแนวการพัฒนาคอมพิวเตอร์จะเป็นไปในทางที่จะให้คอมพิวเตอร์มีเชาว์ปัญญาคล้ายมนุษย์ สามารถตัดสินใจโดยเลียนแบบ การใช้เหตุผลของมนุษย์ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถในการแก้ปัญหาได้มากขึ้น เช่น สามารถรับการสั่งงานจากเสียงพูดหรือลายมือเขียนได้ ที่เรียกว่า " ปัญญาประดิษฐ์" (artificial intelligence หรือ AI) ยุคที่ 5 ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า ไมโครโปรเซสเซอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในทวีปยุโรปกำลังสนใจค้นคว้าและพัฒนาทางด้านนี้กันอย่างจริงจัง