การนำเสนอรูปแบบการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตการศึกษา 5
| ผู้ทำการวิจัย | นางศิริวรรณ์ ฉายะเกษตริน |
| ตำแหน่ง | ศึกษานิเทศก์ 5 |
| สถานที่ทำงาน | กรมสามัญศึกษา สำนักงานศึกษาธิการเขตเขตการศึกษา 5 อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี |
ทำการวิจัยเมื่อ
กันยายน 2528 - เมษายน 2529 เป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท เพื่อเสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความเป็นมา
ตามนโยบายที่จะปรับระดับคุณภาพการศึกษาให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงกันนั้น ได้มีการ ติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521 และหลัก สูตรมัธยม-ศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 พบว่า โรงเรียนประสบปัญหาต่าง ๆ อาทิ
ปัญหาเกี่ยวกับการนำหลักสูตรไปใช้ เช่น ครูไม่เข้าใจความต้องการของหลักสูตร ครู ขาดความสามารถเฉพาะด้าน
ปัญหาเกี่ยวกับการประเมิน เช่น ครูไม่เข้าใจระเบียบวิธีการประเมินผลตามแนวหลัก สูตรใหม่
ปัญหาเกี่ยวกับสภาพการปฏิบัติการสอนของครู เช่น ครูยังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การสอน ครูยังเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน ครูไม่เตรียมการสอน ครูขาดเทคนิค การสอนใหม่ ๆ
ปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียนการอสน เช่น การขาดแคลนอุปกรณ์การสอนที่ต้อง การ ไม่มีแผนการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
ปัญหาเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำ
ปัญหาอุปสรรคหรือจุดอ่อนเหล่านี้สมควรที่จะต้องหาแนวทางแก้ไขหรือพัฒนาโดย เร็ว นั่นคือต้องอาศัยการนิเทศการศึกษาเป็นเครื่องมือ แต่เท่าที่ผ่านมา การปฏิบัติงาน นิเทศการศึกษาของศึกษานิเทศก์ประสบปัญหา อุปสรรค และมีข้อจำกัดมากมาย เช่น จำนวนศึกษานิเทศก์มีน้อยไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนครูและโรงเรียนที่เพิ่มขึ้น โรงเรียน อยู่ห่างไกล งบประมาณมีน้อย นิเทศแล้วขาดการติดตามผล ครูไม่ค่อยได้นำข้อนิเทศ ไปปฏิบัติ จึงสมควรแก้ไขปัญหาโดยการจัดการนิเทศภายในโรงเรียนโดยบุคลากรใน โรงเรียนเอง ซึ่งปัจจุบันนี้ครูอาจารย์ในโรงเรียนมีความรู้ความ สามารถสูงสามารถ จัดการศึกษาในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องรอศึกษานิเทศก์ อนึ่งบุคลากรในโรงเรียนเป็นผู้ที่รู้ปัญหาและเข้าใจสภาพหรือธรรมชาติของโรงเรียนได้ดี กว่า ย่อมจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วกว่า
แต่กการที่จะนำความเปลี่ยนแปลงเข้าไปสู่ระบบใครระบบหนึ่งนั้น จำเป็นต้องศึกษา ถึงรูปแบบหรือบรรทัดฐานที่เป็นมาแต่เดิมให้ถ่องแท้เสียก่อน เพื่อที่จะหาแนวทาง ปรับและเปลี่ยนทิศทางของการเปลี่ยนแปลงนั้น ให้สอดคล้องและผสมกลมกลืนกัน ไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการยอมรับ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาสภาพการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตการ ศึกษา 5
2. เพื่อเสนอรูปแบบการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตการ ศึกษา 5
วิธีดำเนินการ
วิธีดำเนินการวิจัย
ตอนที่ 1 เป็นการสำรวจงาน หรือโครงการ และลักษระการริเริ่มงาน หรือโครงการ นิเทศการศึกษาที่แต่ละโรงเรียนได้จัดขึ้น โดยศึกษาจากประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็น โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตการศึกษา 5 จำนวน 117 โรงเรียน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสำรวจ มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบ (CHECK- LIST) และแบบเติมคำในช่องว่าง (FILL IN THE BLANK)
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
1. วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์ แจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ
ตอนที่ 2 เป็นการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการจัด หรือดำเนินงานภายใน โรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตการศึกษา 5 โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างประชากร จำนวน 15 โรงเรียน ที่ได้จากการสุ่มแบบจำเพาะเจาะจง (PURPOSIVE RANDOM SAMPLING) แยกตามขนาดของโรงเรียนมาขนาดละ 5 โรงเรียน สำหรับการใช้ใน การวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์อย่างมีโครงการ แบบสอบถาม ซึ่งมี ลักษณะเป็นแบบตรวจสอบ (CHECK-LIST) เติมคำในช่องว่า (FILL IN THE BLANK) และปลายเปิด (OPEN-ENDED) และแบบศึกษาเอกสารเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้วิจัยออกเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
2. วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา แจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ
สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ
สรุปผลการวิจัย
1. สภาพการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตการศึกษา 5
จากผลการวิจัย ปรากฏสภาพการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตการศึกษา 5 ดังนี้
1) งานหรือโครงการนิเทศการศึกษาที่โรงเรียนได้จัดให้มีขึ้น มีลักษณะริเริ่ม 4 ลักษณะ คือ งานหรือโครงการที่ปฏิบัติตามนโยบาย หรือคำสั่งกรม งานหรือโครงการ ที่ศึกษา นิเทศก์ริเริ่ม งานหรือโครงการที่โรงเรียนริเริ่ม และงานหรือโครงการที่ กลุ่มดรงเรียนริเริ่ม ซึ่งพบว่า ในโรงเรียนทุกขนาดมีงานหรือโครงการที่โรงเรียนริเริ่ม เองมากที่สุด และส่วนใหญ่เป็นด้านหลักสูตร รองลงมาคือ งานด้านการเรียนการสอน
2) กระบวนการจัดดำเนินงานนิเทศการศึกษา ภายในโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตการ ศึกษา 5 ส่วนใหญ่ได้ดำเนินการตามขั้นตอน 5 ขั้นตอน คือ การวางแผนดำเนินงาน การสร้างความรู้ความเข้าใจในวิธีปฏิบัติงาน ดำเนินการและติดตามควบคุมกำกับการ ปฏิบัติงาน การสร้างขวัญและกำลังใจและการประเมินผล
3) ปัจจัยสนับสนุนการดำเนินโครงการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน พบว่าปัจจัยทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านบุคลากร ด้านการจัดการ ด้านงบประมาณ และด้านวัสดุอุปกรณ์ มีไม่ เพียงพอ ส่วนการสนับสนุนด้านขวัญและกำลังใจในการดำเนินโครงการส่วนใหญ่ได้ รับความสนใจและเอาใจใส่จากผู้บริหารโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการที่ปฏิบัติตามนโยบายหรือคำสั่งกรม เว้นแต่ในโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งได้รับ การระบุว่าผู้บริหารโรงเรียนมีความสนใจและเอาใจส่ต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรผู้ รับผิดชอบโครงการ และผู้ร่วมงานน้อย และความพึงพอใจต่อการเสริมแรงของผู้ บริหารโรงเรียนมีน้อย
4) ผลสัมฤทธิ์ และผลที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินโครงการนิเทศการศึกษาภายใน โรงเรียนพบว่า ผลที่เกิดมากที่สุด คือ ผลสัมฤทธิ์ของโครงการที่ครูได้รับ ซึ่งมีผลทำ ให้ครูผู้รับการนิเทศได้พัฒนาประสิทธิภาพ ด้านการจัดการเรียนการสอน มีความร่วม มือร่วมใจในการปฏิบัติงานเป็นกลุ่มมากขึ้น มีความมั่นใจและคล่องตัวในการปฏิบัติ งาน สามารถช่วยเหลือตัวเองในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนได้มากขึ้น
ส่วนในด้านบรรยากาศในการดำเนินโครงการ ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความร่วมมือร่วม ใจการดำเนินโครงการมีผลทำให้ ผู้บริหาร ผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศมีความเข้าใจ ยอมรับซึ่งกันและกัน มีความสามัคคีและประสานสัมพันธ์กันมากขึ้น เว้นแต่โรงเรียน ขนาดเล็ก ที่มีบรรยากาศแห่งความร่วมมือร่วมใจ และความพึงพอใจต่อสัมฤทธ์ิผล ของโครงการน้อย
5) อุปสรรคและปัญหาในการจัดดำเนินโครงการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนที่ได้ รับการระบุมาก คือ อุปสรรคและปัญหาทางด้านบุคลากรและการจัดการ ได้แก่ ปัญหาครูขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีดำเนินโครงการ อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ผู้ นิเทศภายในโรงเรียนยังขาดความรู้และทักษะในการนิเทศและขาดการแนะนำจากผู้ที่ มีความรู้ความสามาถเฉพาะด้าน การจัดระบบงานยังไม่มีประสิทธิภาพ งบประมาณ และวัสดุอุปกณ์ไม่เพียงพอ
สรุปผลสำคัญจาการวิจัยที่นำไปเป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการนำเสนอรูปแบบการจัดการ นิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตการศึกษา 5 ซึ่งได้นำเสนอใน ลักษณะของตารางเพื่อสะดวกต่อการพิจารณาดังนี้
| ลักษณะของการริเริ่มโครงการ | ผลที่เกิดจากการดำเนินโครงการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน | โรงเรียนขนาดใหญ่ | โรงเรียนขนาดกลาง | โรงเรียนขนาดเล็ก |
| ปฏิบัติตามนโยบายหรือคำสั่งกรม | สัมฤทธิผลของโครงการบรรยากาศในการดำเนินโครงการความเอาใจใส่ของผู้บริหารโรงเรียน ขวัญ และกำลังใจ |
ดี
ไม่ดี ดี |
ดี
ไม่ดี ดี |
ไม่ดี
ไม่ดี ดี |
| ศึกษานิเทศก์ |
สัมฤทธิผลของโครงการบรรยากาศในการดำเนินโครงการ
ความเอาใจใส่ของผู้บริหารโรงเรียน ขวัญ และกำลังใจ |
ดี
ดี ดี |
ไม่ดี
่ดี ไม่ดี |
ไม่ดี
่ดี ไม่ดี |
| โรงเรียนริเริ่ม |
สัมฤทธิผลของโครงการบรรยากาศในการดำเนินโครงการความเอาใจใส่ของผู้บริหาร
โรงเรียน ขวัญ และกำลังใจ |
ดี
ดี ดี |
ดี
ดี ดี |
ไม่ดี
ไม่ดี ไม่ดี |
| กลุ่มโรงเรียนริเริ่ม |
สัมฤทธิผลของโครงการบรรยากาศในการดำเนินโครงการความเอาใจใส่ของผู้บริหาร
โรงเรียน ขวัญ และกำลังใจ |
ดี
ดี ดี |
ดี
ดี ไม่ดี |
ไม่ดี
ไม่ดี ไม่ดี |
จากการศึกษาสภาพการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน
เพื่อนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการสร้างรูปแบบการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตการศึกษา 5 ปรากฏรูปแบบ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
(1) ผู้บริหารการศึกษาในระดับกรม ควรมีนโยบายหรือคำสั่งการให้โรงเรียนถือปฏิบัติ และมอบหมายให้หน่วยศึกษานิเทศก์ และกลุ่มโรงเรียนดำเนินการสนับสนุน
(2) ศึกษานิเทศก์ มีหน้าที่นิเทศ “งานนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน” โดยเปลี่ยน บทบาทจาการนิเทศครูผู้สอนโดยตรง มาเป็นการนิเทศเพื่อให้ครูสามารถนิเทศกันเอง ได้
(3) ผู้บริหารโรงเรียนต้องถือว่างานนิเทศการศึกษาเป็นงานของผู้บริหารโรงเรียนซึ่ง ควรมีลักษณะการดำเนินงานเป็นกระบวนการที่มีระบบและมีขั้นตอน ดังนี้
| การดำเนินการในส่วนของโรงเรียน |
- ผู้บริหารแจ้งนโยบายแก่คณะครู
- แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน - วางแผนดำเนินงาน |
| การดำเนินงานในระดับหมวดวิชา |
- ศึกษาสภาพปัญหา และสำรวจความต้องการจำเป็น
- วางแผนและจัดทำโครงการ - ให้ความรู้ความเข้าใจในหลักการและวิธีการดำเนินงาน - ดำเนินการปฏิบัติงาน - ประเมินผล |
ข้อเสนอแนะ
1. ผู้บริหารการศึกษาหน่วยงานต้นสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งพัฒนางาน นิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนขนาดเล็ก ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อยกระดับ
คุณภาพการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างจริงจัง2. ผู้บริหารโรงเรียน ผู้นิเทศภายในโรงเรียน หรือศึกษานิเทศก์จากภายนอก ควรใช้ กิจกรรมในการนิเทศ และติดตามผลหลาย ๆ รูปแบบ นอกเหนือจากการสังเกตการ ปฏิบัติงาน และการให้คำแนะนำ เช่น การสาธิต การใช้เอกสารและสื่อ การพาไปดู งาน การให้ข้อมูลย้อนกลับ การเชิญวิทยากรมาบรรยาย ฯลฯ
3. ศึกษานิเทศก์เขต ควรจัดการอบรมหรือสัมมนาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริหารโรงเรียน และครูเกี่ยวกับการจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน และควรผลิตชุดการนิเทศ หรือคู่มือการนิเทศเผยแพร่แก่โรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตการศึกษา 5 เพื่อให้ความรู้ ทางด้านการนิเทศการศึกษาแก่บุคลากรภายในโรงเรียนโดยทั่วถึง เพื่อสนับสนุนให้ บุคลากรในโรงเรียนสามารถนิเทศกันเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ควรมีการสร้างหลักสูตรอบรมผู้บริหารโรงเรียนโดยเฉพาะ เพื่อให้ความรู้ทางด้าน การจัดและการบริหารโครงการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียน ความรู้และทักษะของ ผู้นิเทศ และความรู้ทางด้านพฤติกรรมศาสตร์
5. ควรมีศูนย์วิชาการ หรือหน่วยงานสำหรับให้บริการทางด้านเอกสาร ความรู้ หรือ สื่อสารนิเทศที่ทันสมัย อยู่ที่หน่วยศึกษานิเทศก์เขต และควรมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำ ปรึกษา แนะนำ หรือสาธิตเพื่ออำนวยสะดวกแก่ครู-อาจารย์ที่มาใช้บริการ