- เมื่อวานจิตตกอีกแล้ว แต่ตกคราวนี้มีความหมายหลายอย่าง อย่างแรกคือ ทำให้เข้าใจ คำว่า จิตตก ชัดขึ้น กล่าวคือ เริ่มเชื่อมโยงคำว่า อยู่บนโลก อย่าให้ฝุ่นของโลก(กิเลสตัณหา)มาเกาะติด คือ อยู่เหนือโลก แต่ในความเป็นจริง เพราะอวิชชา จิตที่ยังไม่เข้มแข็งพอ บางทีจิตก็ตกลงมาคลุกฝุ่นของโลก ๆ ตามประสาปุถุชนคนฝึกตนมือใหม่
- เริ่มสังเกตุเห็นว่า คราวนี้จิตของเรายกขึ้นเหนือโลกได้ดีและนานขึ้น ทุกสิ่งล้วนเป็นอนิจจังไม่เที่ยง ติดสุขอยู่นาน แต่เมื่อมีกิเลสตัณหาที่มันหนักกว่า แรงกว่า ที่สติจะเอาอยู่ และมาตอนที่สติเราเผลอไปด้วย คราวนี้ล่ะตะลุมบอลกันใหญ่ มีการฉุดกระชากลากดึงกันขึ้นลงอย่างเมามัน เจ้าสติพยายามเปิดตำราธรรมออกมาต่อสู้ แต่เจ้าตัวตนสัญชาตญาณเดิมที่ถูกเจ้ากิเลสตัณหาเข้าครอบงำแล้วก็ไม่ยอมปล่อยวาง
- เออ! อยู่เหนือโลกมาตั้งนาน พอตกลงมามีชีวิตวุ่นวายกระสับกระส่ายแบบโลก ๆ เข้าบ้าง ก็หาทางออกไม่เจอเหมือนกัน อย่างนี้! ทำให้ทราบว่า การไปทางลัด ไปเร็วเกินไป พอต้องตกลงมา แล้วขึ้นไปใหม่บางทีมันก็งงและหาทางไปยากเหมือนกัน สู้ค่อยเป็นค่อยไปเดินขึ้น เดินลงให้เกิดความชำนาญน่าจะยั่งยืนกว่าเป็นแน่

ขอหยิบยืมภาพมาจาก 201070
-
ผมว่าบางทีบนเส้นทางแห่งการฝึกตนนั้น เป้าหมายไม่ใช่จุดสุดท้าย แต่เป็นระหว่างการเดินทาง เป้าหมายไม่ใช่คำเฉลย แต่เป็นการเดินไปตามบุญวาสนาแบบไม่มีเฉลย
-
และบางทีเมื่อรู้เฉลยแล้ว บางทีเราก็ลืมสัมผัสบนเส้นทางที่เราเดินผ่านมา เราควรซึมซับประสบการณ์สดใหม่ที่ยังไม่มีเฉลยนี้ให้มากที่สุด น่าจะสำคัญกว่า
ตอนนี้น้ำจะท่วมครับ จิตตกเลย เหอะๆๆ
คล้ายๆกับการอ่านหนังสือมั๊งครับ เป้าหมายคือเนื้อหาของเรื่อง เรื่องราวที่ดำเนินไป ให้ซึมซับเอาความคิด ความรู้เข้าไป บางทีตอนจบมันก็จบแบบดื้อๆเหมือนกัน แต่ความประทับใจอยู่ในตัวเนื้อเรื่องต่างหาก...
สวัสดีครับ
ขันธะวิมุติ
นมัตถุ สุคตัสสะ ปัญจธัมมักขันธานิ
บางที จิตมันก็หนักจนยกไม่ไหว
มันหนักไปด้วยความอยากดี อยากเด่น อยากเป็น อยากโต
จะพยายามครับ
ดีครับจะได้เบาสบาย ไม่หนัก
สวัสดีครับ ท่านรองฯ
สวัสดีครับ