GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เกือบตายเพราะกินหน่อไม้ปี๊บ ตอน 6 : ขนย้ายผู้ป่วยขึ้น ซี 130

อาการมากที่สุดจะอยู่ติดทางออกท้ายเครื่อง พอเครื่องลงที่ดอนเมืองคนป่วยอาการหนักที่สุดจะได้ออกจากเครื่องเป็นคิวอาการมากที่สุดจะอยู่ติดทางออกท้ายเครื่อง พอเครื่องลงที่ดอนเมืองคนป่วยอาการหนักที่สุดจะได้ออกจากเครื่องเป็นคิวแรกสุด

บุคลากรจากกองทัพอากาศ บนเครื่อง ซี 130 กว่า 30 คน นักบินทำภารกิจการบิน พยาบาลยศนาวาอากาศโท เป็น CEO ในเคบิน จัดลำดับความหนักเบาผู้ป่วยอากาศไม่หนักหนาจะเข้าในสุด ที่อาการมากจะอยู่ด้านใกล้ท้ายเครื่อง อาการมากที่สุดจะอยู่ติดทางออกท้ายเครื่อง พอเครื่องลงที่ดอนเมืองคนป่วยอาการหนักที่สุดจะได้ออกจากเครื่องเป็นคิวแรกสุด
นี่คือ การจัดการความรู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 20548
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ผมได้ข้อมูลจากทีมงาน ไบโอเท๕ที่ทำงานจัดการความรู้อยู่ เห็นว่ามีประโยชน์เลยขอส่งมาให้เผื่อจะเป็นข้อมูลให้ช่วยกันดูแลครับ

 

จังหวัดน่าน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่อง หน่อไม้อัดปี๊บ !

จากการรายงานใน J Med Assoc Thai.(วารสารการแพทย์ของแพทยสมาคมไทย) 2000 (รายงานปี 2543 คือเมื่อราว 5 ปีก่อน) Sep;83(9):1021-5

บทความชื่อ Foodborne botulism outbreaks following consumption of home-canned bamboo shoots in Northern Thailand. โดย Swaddiwudhipong W, Wongwatcharapaiboon P. Department of Community and Social Medicine, Mae Sot General Hospital, Tak, Thailand

พบอุบัติการณ์เช่นนี้แล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 1997 ที่แม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งมีผู้ป่วย 6 ราย ตาย 1 ราย และที่จังหวัดน่าน เมื่อปี 1998 ในครั้งนั้นมีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 2 ราย รายละเอียดในเอกสารแนบ http://www.ncbi.nlm.nih.gov/entrez/query.fcgi?cmd=Retrieve&db=pubmed&dopt=Abstract&list_uids=11075968&query_hl=2&itool=pubmed_docsum

แต่ถ้ามองในขนาดของปัญหา คงไม่เคยมีใหญ่ขนาดนี้มาก่อน  ซึ่งน่าจะแปลว่าปัจจุบันคนไม่รับผิดชอบเพียงคนเดียวทำให้คนเดือดร้อนแสนสาหัสได้มากกว่าแต่ก่อนมากมายนัก

ส่วนในแง่การใช้เครื่องบินขนคนไข้ นี่อาจจะเป็นกรณีที่สองที่ผมทราบ ที่ทางกองทัพแสดงบทบาทยามสงบได้ยอดเยี่ยมมาก  อีกครั้งที่ผมทราบคือเมื่อคราว สึนามิ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยจากภูเก็ตได้ขนย้ายมาเข้า รพที่ กทม เป็นการลดภาระทางจุดเกิดเหตุ และเพิ่มคุณภาพการดูแลผู้ป่วยไปด้วย

ขอปรมมือให้กับกองทัพ หวังว่าคงจะเป็นกลไกแห่งการสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทย แทนการเป็นสัญญลักษณ์ของการใช้อำนาจ และกำลังทำลายล้างอย่างที่เคยเป็นมาในอดีตนะครับ (ใครจะตีความว่าเกี่ยวกับการเมืองในปัจจบันก็แล้วแต่นะครับ) 

ขอบคุณกองทัพด้วยคนค่ะ
สำหรับหน่อไม้อัดปี๊ปถือเป็นอาหารกระป๋องชนิดหนึ่ง ซึ่งถือเป็นอาหารควบคุมพิเศษ การจะผลิตต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยาของกระทรวงสาธารณสุข โดยวิธีการผลิตต้องใช้หม้อนึ่งความดัน ให้ได้ความร้อน 120 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที และต้องมีฉลากของอย. ที่ระบุประเภทอาหาร สถานที่ผลิต วันหมดอายุ
แต่เนื่องจากชาวบ้านทำเป็นลักษณะอุตสาหกรรมในครัวเรือน ซึ่งมีต้นทุนต่ำ ไม่สามารถซื้อเครื่องหม้อนึ่งความดันราคาแพงได้ จึงยังคงแอบผลิตอย่างไม่ถูกวิธีอยู่ การทำหน่อไม้อัดปี๊ปมีการทำในหลายจังหวัดทั้งในภาคเหนือและภาคกลาง เช่น น่าน, สุพรรณบุรี โดยส่งมาที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี จากการสำรวจพบว่ามีหลายหมื่นปี๊ป ที่ยังไม่ได้ขาย
เชื้อก่อโรคคือเชื้อคลอสติเดียม โบทูลินั่ม จะสร้างสปอร์ซึ่งพบได้ในดิน เมื่อปนเปื้อนมาอยู่ในอาหารกระป๋องหรือภาชนะที่ปิดสนิทจะเพิ่มจำนวน และผลิตสารพิษที่เรียกว่า โบทูลินั่ม ทอกซิน ซึ่งมีพิษร้ายแรงมาก การทำลายสปอร์ในอาหารต้องผ่านความร้อน 120 องศา นาน 30 นาที แต่การทำลายพิษในอาหารใช้ความร้อน 80 องศา นาน 30 นาที หรือ 100 องศา นาน 10 นาที
การป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำอีก ควรหยุดกระบวนการผลิตในทุกจังหวัด โดยถ้าชาวบ้านต้องการทำต่อ ต้องใส่กรดน้ำส้มเพื่อให้อาหารมีภาวะเป็นกรด (pH<4.5) ซึ่งจะกลายเป็นหน่อไม้ดอง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ชอบทานหน่อไม้ดอง จึงทำให้การใส่กรดน้ำส้มไม่เป็นที่นิยม การผลิตโดยการผ่านหม้อนึ่งความดันจะมีเพิ่มต้นทุนการผลิต ทำให้หน่อไม้ราคาแพงขึ้น ซึ่งควรรวมกลุ่มกันทำในรูปสหกรณ์จะช่วยให้ลดต้นทุนลง
สำหรับผู้บริโภค ขอให้หยุดรับประทานหน่อไม้ในช่วงฤดูร้อน เพราะหน่อไม้ที่วางขายในตลาดในฤดูร้อนจะเป็นหน่อไม้อัดปี๊ปทั้งสิ้น หน่อไม้สดจะมีเฉพาะในฤดูฝน ถ้าจะรับประทานหน่อไม้ควรซื้อหน่อไม้ดอง ที่มีรสเปรี้ยว หรือนำหน่อไม้ที่ซื้อมาผ่านความร้อนโดยต้มให้เดือดนาน 10 นาทีจะทำลายพิษโบทูลินั่มได้ แต่ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ควรรับประทานอาหารกระป๋องที่บวม บุบ หรือหมดอายุ ถ้าอาหารกระป๋องมีสีหรือกลิ่นเปลี่ยนไปควรทิ้งทันที
สำหรับอาหารกระป๋องที่ผลิตแบบอุตสาหกรรม ที่ผ่านการรับรองของ อย. มีฉลากครบถ้วน มีความเสี่ยงน้อยมาก เพราะใช้กระบวนการหม้อนึ่งความดันที่ได้มาตรฐาน จึงไม่ต้องหวาดกลัว และอาจไม่จำเป็นต้องนำมาผ่านความร้อนอีกครั้ง
สำหรับผู้ผลิต และผู้ขายหน่อไม้อัดปี๊ปที่ไม่ผ่านมาตรฐานอย. ขอให้หยุดผลิตและหยุดขาย เพราะจะมีโทษตามกฎหมาย