บริบทของโรงพยาบาลไพศาลีคล้ายกับโรงพยาบาลหลายโรงพยาบาลชุมชนในประเทศไทย เป็นโรงพยาบาล 60 เตียง อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 72 กิโลเมตร เป็นอำเภอที่อยู่ทางทิศตะวันออกสุดของจังหวัด ติดกับอำเภอวิเชียรบุรีและอำเภอบึงสามพัน(จังหวัดเพชรบูรณ์) และอำเภอหนองม่วง(จังหวัดลพบุรี) ประชากรส่วนหนึ่งของอำเภอที่ใกล้เคียงเหล่านี้ ก็จะเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลไพศาลี แต่ก็จะมีประชากรส่วนหนึ่งของอำเภอเราไปรักษาที่อำเภอใกล้เคียง เช่น อำเภอท่าตะโกและอำเภอตากฟ้า ดูแลตำบล 7 ตำบล ( 1 ตำบลเราโอนไปให้อำเภอตากฟ้าไปดูแลเพราะใกล้กว่าจะได้สะดวกผู้รับบริการ ) 100 หมู้บ้าน ส่วนใหญ่ของประชากรทำอาชีพเกษตรกรรม โรคที่เป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ เบาหวาน ความดันสูง โรคกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ

          โรงพยาบาลไพศาลีมีแพทย์ประจำ 4 ท่าน มีผู้อำนวยการที่ได้รับอนุมัติเวชศาสตร์ครอบครัว นอกนั้นเป็นแพทย์ทั่วไป ทำงานโรงพยาบาลชุมชนมาเกือบ 20 กว่าปี รองลงมาเป็นผม ทำงานมา 7 ปีเข้าปีที่ 8 อีก 2 ท่าน เป็นแพทย์ใช้ทุนปีที่ 2 เข้าสู่ปีที่ 3 คาดว่าปีหน้าก็จะไปเรียนตามระบบของแพทย์สมัยปัจจุบัน

          โรงพยาบาลเรามีผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 200 คนต่อวัน ผู้ป่วยในทั้งปีประมาณเกือบ 6000 คน

          โรงพยาบาลมีคลินิกเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คลินิกจิตเวช คลินิกวัยทอง ซึ่งก็เหมือนกับโรงพยาบาลอื่นๆนั้นแหละครับ แต่ต่อไปกำลังจะมีคลินิกCOPD

          วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลไพศาลีคือ "โรงพยาบาลคุณภาพเพื่อสุขภาพ" เราไม่อยากพัฒนาคุณภาพแบบที่ใครๆป่วยนิดป่วยหน่อยก็อยากมาโรงพยาบาลเรา แต่อยากให้ป่วยให้น้อยลง หากไม่สบายสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้ดี แต่ถ้าไม่สามารถดูแลได้ด้วยตนเองแล้วต้องมาหาเรา ซึ่งต้องอาศัยเวลามาก เพราะสุขภาพเกี่ยวเนื่องกับ เศรษฐานะ การศึกษา สังคม ชุมชม ตลอดจน ค่านิยมของชุมชน แต่เราก็หวังเช่นนั้น

          พันธกิจของโรงพยาบาลไพศาลีคือ "โรงพยาบาลไพศาลีเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มุ่งมั่นให้บริการสุขภาพตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพโดยมุ่งเน้นผู้รับบริการภายใต้การบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน"

         การพัฒนาโรงพยาบาล เราเริ่มมาก่อนที่ผมจะเข้ามารับช่วง คือเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.2540 ซึ่งคือเริ่มด้วย 5 ส และน่าจะเริ่มรู้จัก HA พอๆกับโรงพยาบาลอื่นๆ คือ พ.ศ. 2545

         โรงพยาบาลผ่านขั้นที่ 1 ปี 2547 แบบเขย่งไปรับ ปีนี้ โรงพยาบาลของเราก็ผ่านขั้นที่ 2 แบบรู้ตัวดีว่า ทางพรพ.คงต้องการให้กำลังใจในการพัฒนา จึงให้เราผ่าน จริงพี่หมอพิเชฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านตาก และพี่เกศได้เคยให้กำลังใจว่าปีหน้า(หมายถึงครั้งนี้ที่ผ่านขั้น 2)ให้ผ่าน HA เลยนะ ก็คงต้องบอกพี่ว่าปีหน้าเดี๋ยวขอประเมินพร้อมพี่เลยครับ อิอิ(แต่ของพี่เค้า re accredit') ซึ่งปี้นี้เราคงต้องทำงานหนักให้กว่เดิม เพื่อมุ่งมั่นให้โรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพให้ได้ แล้วค่อยไปขอรับรองต่อไป