ภาพความเข้าใจ (Mental Model) ใครบางคน

  ติดต่อ

  เมื่อใช้ Mind' eye มองลึกเข้าไป...สิ่งสำคัญที่มองเห็น คือ เจตนาที่ดีงาม..เพื่อปวงชน.."คนชายขอบ"  

          จากการถูกทวงถามที่มีเกิดขึ้นในเวทีเสมือน..ที่เกิดการ ลปรร. ในประเด็นที่ว่า "Mental Model"  ของคุณชายขอบเป็นอย่างไร ตามที่เคยวิพากษ์เชิงวิเคราะห์ ใน “ชายขอบ” กับ KM ใน สสจ.พัทลุง #1:  เริ่มต้นแบบ “งง-งง-งง” นั้น...จึงอยากบอกเล่า...แลกเปลี่ยนโดยใช้ฐานคิดจากเรื่อง Cognitive Process ในการเดินเรื่องเล่าครั้งนี้นะคะ...(ยิ้ม..ยิ้ม) (ได้ขออนุญาตจากคนต้นเรื่องแล้วนะคะ)

 

 

         

          หากมองที่กระบวนการทางปัญญาที่เกิดขึ้น...อยากบอกได้ว่าคุณชายขอบเป็นผู้ที่มีความล้ำลึกอย่างมากทางความคิดที่มีการบูรณาการศาสตร์หลายๆ ศาสตร์เข้าด้วยกัน...นั่นอาจเรียกได้ว่ามีการ "ตกผลึก" ทางความคิด...เมื่อใดที่คุณชายขอบมีสิ่งสงสัย..แล้วรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส (sensory) ก็จะเกิดความสงสัยทางปัญญาหรือที่เรียกว่า เกิดการเสีมสมดุลทางปัญญา ดังนั้นเพื่อให้เกิด Cognitive equilibium (เกิดความสมดุลทางปัญญา)...จำเป็นต้องมีกระบวนการทำงานเกิดขึ้นในปัญญา สิ่งที่ "คุณชายขอบ"..เรียนรู้และเกิด นั่นคือ พยายามเชื่อมข้อมูลใหม่ที่รับเข้ามา..เชื่อมโยงกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ในปัญญา ที่สั่งสมทั้งจากประสบการณ์เดิม..และที่เป็นตัวความรู้เดิมต่างๆ ที่มี  แต่หากเมื่อใดก็ตามที่เชื่อมโยงไม่ได้ ซึ่งอาจมาจากที่ไม่มีฐานข้อมูลเดิม..สิ่งที่ "คุณชายขอบ" มักเลือกทำ...คือ..การเสาะแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยเป็นในรูป self-learning หรือการ ลปรร. กับแหล่งความรู้อื่นๆ เพิ่มเติม จากนั้นจึงนำมาเชื่อมต่อเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่สงสัย...และสร้างเป็นภาพความเข้าใจ...เกิดขึ้น และ Representation ออกมา...ดั่งที่เรามองเห็นผ่านได้จาก...ผลงานบันทึกที่เขียน..หรือแนวคิดที่สื่อ...และอาจเรียกสิ่งใหม่ที่ได้นี้ว่า "คุณชายขอบ" เกิด  Knowledge Construction

 

 

          และหากมองในฐานแนวคิดของ Schema ก็ยิ่งเกิดความล้ำลึกอย่างมาก เพราะผู้บันทึกมองว่า "คุณชายขอบ" น่าจะมี Schema ที่เยอะและแตก...แขนงออกไปมาก หรืออาจอธิบายบนฐานคิดของเรื่อง Thinking Process หรือ Information Processing ก็ได้อีกอย่างล้ำลึก...หากมีโอกาสคราวต่อไปอาจขออนุญาตคนต้นเรื่องนี้..วิพากษ์เชิงวิเคราะห์อีกครั้ง...(ยิ้ม)...สำหรับบันทึกนี้อาจคงพอตอบข้อสงสัยใครบางคนได้ว่า...Dr.Ka-poom มองเห็นอะไร..ทางปัญญาของคุณชายขอบ..และเมื่อใช้ Mind' eye มองลึกเข้าไป...สิ่งสำคัญที่มองเห็น คือ เจตนาที่ดีงาม..เพื่อปวงชน.."คนชายขอบ"

 

 


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน In Mind

หมายเลขบันทึก: 20311, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:18:37+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #knowledge#tacit#model#ความไว้วางใจ#ความเข้าอกเข้าใจกัน#mental#cognitive#k_kc

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

Dr.Ka-poom
IP: xxx.170.228.172
เขียนเมื่อ 

เพิ่มเติม...คะ

ดูเหมือนเขียนมาเพื่อ "ชื่นชม"

และก็ "ชื่นชม"....จริง ในสิ่งที่พบ และ "ทึ่ง"

และรูปเหล่านี้...มีเกิดในทุกคน...ทุกเพศ..ทุกวัย..

แตกต่างกันไป...ตาม ความเป็น "ปัจเจคบุคคล"

Mental Model เป็นสิ่งที่ "มนุษย์" สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทำความเข้าใจสิ่งที่เรียนรู้ หรือบางครั้งอาจเรียกว่า รูปแบบที่ใช้ในการทำความเข้าใจ หรือเป็นการสร้างรูปแบบที่ใช้ในการทำความเข้าใจ  จะมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ซึ่งเราจะรับรู้ด้วยจิตใจในขณะที่มันเคลื่อนไหว

ชายขอบ
IP: xxx.170.228.172
เขียนเมื่อ 
     อ่านครั้งนี้เป็นครั้งที่ซ้ำ เพราะตอนตั้งคำถาม "Mental Model คุณชายขอบ เป็นอย่างไร" นั้น เป็นการตั้งคำถามแบบ "โง่ ๆ ซื่อ ๆ" ไม่เข้าใจอะไร สักเท่าไหร่ เมื่อเจอคำอธิบายก็ "ทึ่ง" คนสังเกตและอธิบายทำได้ "สุดยอด ของการอธิบาย" นี่แหละที่ผมเคยพูดว่า เมื่อผมอ่านและเขียนบันทึกใน GotoKnow.org มาก ๆ เข้า ก็ยิ่ง "โง่" ลงทุกวัน เพราะพบว่าที่ยังไม่รู้ และคนอื่นรู้ หรือลองปฏิบัติจนได้ผลดี แล้วสื่อออกมาให้ร่วมรู้ มีอีกเยอะมาก เยอะจริง ๆ ไม่ได้ดูถูกตัวเอง แต่เพียงรู้ตัวตนของตัวเองว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ชายขอบ
IP: xxx.170.228.172
เขียนเมื่อ 
     ขอบคุณ "เพื่อนที่รักที่ดีคนหนึ่ง" ที่พยายามเป็นกระจกสะท้อนบางอย่างออกมา เชื่อว่าสิ่งนี้ เราจะไม่มีทางรู้และเข้าใจตนเองได้เองอย่างดีนัก...ขอขอบคุณอีกสักครั้ง
ดอกหญ้า
IP: xxx.47.247.117
เขียนเมื่อ 
เข้ามาอ่าน หลายครั้งเห็นเปลี่ยนหัวเรื่องหลายหน 
คนอื่นเป็นกระจกสะท้อนให้กับเรา ดีกว่าเรามองตัวเอง 
จริงไหมคะ
Dr.Ka-poom
IP: xxx.90.246.100
เขียนเมื่อ 

"คุณดอกหญ้า"

ใช่เลยคะ..การก้าวเดิน..แม้เรื่องใดใด

ทำให้เราเกิดการเรียนรู้..และเปลี่ยนแปลง

ทุกอย่างมีเหตุ...

และจึงมีผลตามมา...

ขอบคุณนะคะ...ที่"เข้ามาอ่าน หลายครั้งเห็นเปลี่ยนหัวเรื่องหลายหน "...

นั่นย่อม...มีคนเฝ้ามอง...

Dr.Ka-poom
IP: xxx.90.246.100
เขียนเมื่อ 

"คุณชายขอบ"

บางครั้งหากแม้เรา..อาจมองว่า..เราเข้าใจ "ตน"
แต่ในบางครั้ง..."เรา"...จำต้องใช้ผลจากการ "สะท้อน"
เพื่อหันกลับมา...ทบทวน "ตน"...อีกครั้ง
ว่า "คน"...มอง "ตน"...
ไม่ใช่ "แก้ไข"...เพื่อการแก้ตัว
แต่คือ..ใช่ "แก้ไข"...เพื่อ.."การพัฒนา" ---> "ตน"

bunny
IP: xxx.8.90.86
เขียนเมื่อ 

สรุปย่อบทเรียนเกี่ยวกับรูปแบบความคิด

รูปแบบความคิด (Mental Model) คือ ความเชื่อ ภาพลักษณ์ และข้อสมมติฐานที่พวกเรายึดมั่นอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวพวกเราเองโลกของเรา และองค์กรของเราและสิ่งที่เราปรับตัวอย่างเหมาะสมกับสิ่งเหล่านี้

วิธีการที่พวกเรามองโลกมีผลกระทบต่อประสบการณ์ของเรา เมื่อวิธีการที่เรามองโลกเปลี่ยนแปลงไป เราก็อาจเปลี่ยนการกระทำของเราและได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิมอย่างมาก

7 หลักการเกี่ยวกับรูปแบบความคิด:

1. ทุกคนมีรูปแบบความคิด

2. รูปแบบความคิดกำหนดสิ่งที่เราเห็นและวิถีทางที่เราเห็น

3. รูปแบบความคิดนำทางถึงวิถีทางที่เราคิดและปฏิบัติ

4. รูปแบบความคิดทำให้พวกเรายึดถือการอนุมานของเราเป็นข้อเท็จจริง

5. รูปแบบความคิดจะไม่สมบูรณ์เสมอ

6. รูปแบบความคิดมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ที่เราได้รับ และส่งผลกลับในการเสริมแรงให้กับรูปแบบความคิดเอง

7. รูปแบบความคิดมักจะดำรงอยู่ยาวนานกว่าประโยชน์ของมัน

นำมาฝากจาก หนังสือ Shadows of the Neanderthal เงาแห่งยุคหิน (การทำความกระจ่างในความเชื่อที่จำกัดองค์กรของเรา)

โดย David Hutchens ภาพประกอบโดย Bobby Gombert

1 ใน 5 เล่มจาก หนังสือชุด วินัย 5 ประการ สำหรับองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ฉบับนิทาน

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ

(^__^)