ชอบเรียนภาษามาตั้งแต่เด็กๆ... กล้าที่จะพูดคุยกับชาวต่างชาติ
รู้จักกับ "ตงตง"
มาสิบกว่าปีแล้ว ก็ได้ยินมาจากเพื่อนๆ
ที่ทำงานที่เดียวกันว่า
น้องเค้าสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร
แต่ไม่ได้ทราบว่าได้ดีแค่ไหน จนเมื่อเร็วๆ
นี้ที่เธอมีคนสนิทเป็นชาวต่างชาติ
เลยคิดว่าน่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีจริงๆ
ไม่งั้นก็คงพูดกันไม่รู้เรื่อง
หลายวันก่อนได้มีโอกาสสอบถามกันจริงๆจังๆ (ซะที)
ว่า มีวิธีการฝึกฝนทักษะด้านนี้อย่างไร
(เผื่อจะได้ทำตามบ้าง)
เธอตอบแบบถ่อมตัวว่า
ไม่ได้เก่งหรอกแค่พอพูดได้เท่านั้นเอง จริงๆ
แล้วชอบเรียนภาษามาตั้งแต่เด็กๆ
วิธีการเท่าที่นึกออกก็มี
1.
เรียนพิเศษภาษาอังกฤษ
หลังเลิกเรียน ตั้งแต่ชั้น
ป.3-ป.6 โดยมีครูจากมาเลเซียมาสอน (บ้านของ ตงตง
อยู่นราธิวาส) ม.1 - ม.3 เรียนที่ ECC ,
พอถึง ม. ปลาย ก็ไม่ได้เรียนพิเศษ เพราะเรียนแผนก
ศิลป์-ภาษา ที่ ญ.ว.
ได้ฝึกภาษาในชั้นเรียนทุกวันอยู่แล้ว
2.
ฟังเพลง "ฝรั่ง"
ทุกเช้า
เพราะพี่ชายชอบ เปิดกรอกหูทุกวัน
เลยกลายเป็นชอบไปด้วย
3.
ชอบและกล้าที่จะพูดคุยกับชาวต่างชาติเวลาพบเจอตามที่ต่างๆ
เช่นตลาดกิมหยง หรือเวลาไปเที่ยวตามเกาะ
และชายทะเลต่างๆ
จุดประสงค์เพื่อฝึกฝนทักษะการพูด
(ไม่ได้ชอบคุยเพราะจะหาแฟนฝรั่งหรอกค่ะ)
4.
เวลาว่างหรือช่วงเดินทางบนรถโดยสาร มักจะฟังเทบ
ซีดี ภาษาอังกฤษ เสมอๆ
กับคำถามที่ว่า แล้ว คนสนิทชาวต่างชาติคนนั้น
มีส่วนช่วยให้เก่งภาษามากขึ้นหรือไม่
คำตอบคือ "ช่วยมากเลยค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของการออกเสียง
ที่บางที หรือคำบางคำ ตงตง ก็ยังติดสำเนียงแบบไทยๆ
อยู่มาก"
และเพราะคนสนิทคนนั้นเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ
การฝึกฝนภาษาของเธอจึงได้เรื่องได้ราวและก้าวหน้าไปมาก
ก็ดูอย่างของขวัญที่เธอได้รับ เป็น
ดิกชันนารี เล่มใหญ่ๆ หนึ่งเล่ม
โอ...ช่างมีสาระอะไรเช่นนี้
สงสัยว่าต่อไปเพื่อนๆอาจจะต้องคอยสอบถามว่า อาจารย์สอนภาษาอังกฤษยังโสดหรือเปล่า
พ้มก็ใช้วิธีฝึกฝนภาษาฯ แบบพี่ตงตง เช่นเดียวกันครับ จะมีแตกต่างกว่านิดหน่อยก็ตรงที่ชอบฝึกพูดหลายภาษาไปพร้อม ๆ กัน มันก็เลยพัฒนาไปได้ช้า แต่ก็หนุกดีที่ทำให้ภาษาต่างชาติวิบัติ ผิดเพี้ยน ตามสไตล์ของเรา แหะ ๆ ๆ
ป้า s จ๋า ถ้าจะให้ work or work more คิดว่าน่าจะใช้พวก skype คุยกับคนเอเชียท่านนั้นวันละ 2-3 ชม.นะจ๊ะ ลองดูจิ
“skype” คืออะไร ?? โปรดเฉลย
คลิกเลยจ้า2