แรงจูงใจตรงข้ามกับแรงบันดาลใจ

แรงจูงใจ

·        แรงจูงใจ หรือ Motivation คือด้านตรงข้ามกับจิตวิญญาณ เป็นการหันเหตนเองออกจากแสงสว่างแห่งความรุ่งเรืองของชีวิตแรงจูงใจ เป็นการขับเคลื่อนด้วยการหวังผลตอบแทน เพื่อมาสร้างอำนาจให้กับอัตตาของตนเอง และใช้การกระตุ้นก้านสมอง อันเป็นส่วนการทำงานของสัญชาติญาณ ที่สัตว์โลกทั้งหลายใช้ดำเนินชีวิต

·        จิตที่เป็นอัตตามองโลกแบบแยกเป็นส่วน ๆ จิตที่เข้าถึงจิตวิญญาณจะมองโลกแบบสัมพันธ์กันทั้งหมดแรงจูงใจ Motivationมองออกนอก พึ่งพาคนอื่น ต้องมีสิ่งจูงใจภายนอกจึงจะทำ ความสุขอยู่ที่ผลสำเร็จ จะทำตามเงื่อนไขของเวลา จะยุติเมื่อเจออุปสรรค หากจะทำมากกว่าที่กำหนด ต้องเพิ่มการจูงใจด้านวัตถุ ต้องการผลตอบแทนเป็นรางวัล ความสำเร็จเป็นผลพลอยได้

·        แรงบันดาลใจ หรือ Inspirationมองเข้าสู่ภายในพึ่งพาตนเองทำตามความรู้สึกมุ่งมั่นจากภายในความสุขอยู่ที่การกระทำ ทำจนกว่าจะสำเร็จ ไม่ยึดในกรอบเวลาเจออุปสรรคจะไม่ย่อท้อจะทำจนกว่าจะสำเร็จด้วยความเชื่อมั่น ต้องการความสำเร็จ รางวัล ผลตอบแทนเป็นผลพลอยได้

·        ตัวอย่างของผู้ใช้แรงจูงใจ Motivationเช่น พนักงานบริษัทที่ทำงานกินเงินเดือน พวกเขาจะทำงานเพื่อเงินมากกว่าความสำเร็จของงาน และทำงานภายใต้เงื่อนไขของเวลาเช่น เริ่มงาน 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็นหากจะทำงานเลยเวลา ต้องมีค่าจ้างเพิ่ม คือ ทำ OT ขณะที่ทำงานมักจะไม่มีความสุข แต่เมื่อเลิกงานจะยินดีและรอคอยวันหยุด จะได้ไปเที่ยวหรือพักผ่อน และรอคอยวันเงินเดือนออก และหวังโบนัสเพิ่มเมื่อองค์กรมีปัญหา มักจะไม่สนใจมากนักแต่หากไม่ได้รับค่าจ้างจากองค์กร จะไม่พอใจแทบจะไม่รู้สึกผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกับองค์กรที่ทำอยู่มององค์กรเป็นเหมือนบันไดเพื่อตัวเองก้าวขึ้นไปหาความสำเร็จจะเห็นได้ว่าผู้ที่ใช้แรงจูงใจขับเคลื่อนชีวิตในสังคมปัจจุบันมีมากมายและมากกว่าผู้ใช้แรงบันดาลใจทำให้คนที่ร่ำรวย เป็นนายตัวเอง มีน้อยกว่าผู้มีฐานะการเงินปานกลาง หรือยากจน

·        หากคุณอายุ 35 ขึ้นไปแล้วยังเป็นพนักงานกินเงินเดือน หากไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสูง หรือเป็นหัวหน้าหน่วยงานแล้วแสดงว่าคุณใช้แรงจูงใจจนเคยชินไปแล้วผู้ใช้แรงจูงใจเลี้ยงชีวิต จะเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความกลัว กลัวล้มเหลวจึงยึดอยู่กับองค์กรด้วยเหตุผลว่าเขารู้สึกปลอดภัย ยอมขาดอิสรภาพในการคิด แสดงออกแม้จะได้ผลตอบแทนไม่มากนัก

·        อีกตัวอย่างของผู้ที่เข้าถึงแรงบันดาลใจในตนเองเขาคือชายชาวจีนคนหนึ่ง ชื่อว่า "จงเหลียนหยง"ได้อพยพจากแผ่นดินจีนไปตั้งรกรากอยู่ที่ฮ่องกงและได้ทำงานด้านหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จแล้วเขาได้เดินตามเสียงเรียกจากจิตวิญญาณภายในด้วยแรงบันดาลใจของเขาจึงได้ผันตัวเองมาเป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในด้วยภาษาที่สละสลวย และสอดแทรกประวัติศาสตร์สร้างความประทับใจให้กับผู้อ่านตั้งแต่เรื่องแรกจากนั้นเขาได้เขียนเรื่องต่อมา ด้วยแรงบันดาลใจที่เพิ่มมากขึ้นจนนิยายเรื่องต่อมาของเขาโด่งดังคับฟ้าผลงานของเขาจึงเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากเขาผู้นี้ใช้นามปากกาว่า "กิมย้ง"และนิยายเรื่องที่สร้างชื่อให้เขามากมาย เช่น มังกรหยกดาบมังกรหยก เพ็กฮ่วยเกี่ยม จิ้งจอกภูเขาหิมะ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า กระบี่เย้ยยุทธจักร และเรื่องสุดท้ายของเขาคือ อุ้ยเสี่ยวป้อหากเราจะสังเกตผลงานของผู้ที่สร้างสรรค์ด้วยจิตวิญญาณผลงานนั้นจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และไม่ซ้ำแบบใครเพราะเป็นการเขียนจากภายในใจ และผลงานจะออกมาแบบองค์รวมเช่น กิมย้งเขียนเรื่องมังกรหยกภาค 1

·        การแน่วแน่ในแรงบันดาลใจนี้ เหมือนการจับราวรถเมล์ เมื่อเราโดยสารรถเมล์ที่กำลังแล่นไป เราจะต้องโหนจับราวบนรถเมล์เพื่อพยุงเราไม่ให้เสียหลักล้มลง เมื่อรถเมล์เลี้ยวซ้าย ขวา หรือเบรคกระทันหัน วิธีที่เราจะไม่ล้มเสียหลักไป คือการจับราวนั้นให้แน่น

ผู้แต่ง: รักไร้พ่าย www.palungjit.com