พฤติกรรมระหว่างประเทศขององค์กร NGO
NGOsมาจากคำย่อว่า Non Govermental Oganizationsแปลตรงตัว คือองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ ในต่างประเทศมักเรียกว่า "องค์ที่ทำงานโดยไม่แสวงหากำไร" หรือ "องค์กรอาสาสมัครเอกชน สำหรับประเทศไทย มักเรียกว่า "องค์กรการกุศล" หรือ "องค์กรสาธารณประโยชน์" และในระยะหลังก็เรียกว่า "องค์กรพัฒนาเอกชน" องค์กรพัฒนาเอกชน ( NGOs)คือ องค์กรที่ไม่ใช่ภาคราชการและไม่ใช่ภาคธุรกิจที่แสวง หากำไร ก่อตั้งและดำเนินการโดยกลุ่มบุคคลที่มีความมุ่งมั่นในอันที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาสังคมโดยเฉพาะปัญหาด้านคุณภาพชีวิตของกลุ่มบุคคลผู้ด้อยโอกาสและประชาชนผู้ทุกข์ยากอันเกิดจากผลกระทบของการพัฒนา
NGOในประเทศไทย
การแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาประเทศนั้นเป็นบทบาท ของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียวมา โดยตลอด จะพบอยู่เสมอว่าในภาครัฐจะมีบุคลากรมากมาย มีงบประมาณจากภาษีประชาชนไม่น้อยแต่ในการทำงานยังมีข้อจำกัดเพราะปัญหาสังคมนั้นใหญ่โตและสลับซับซ้อนเกินกว่าที่จะแก้ไขได้โดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว โดยตลอดมาในสังคมไทยเรามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ต้องการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วยใจที่ต้องการจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยรวมตัวกันเรียกว่า "องค์กรพัฒนาเอกชน"มานานกลุ่มแรกๆ เป็นกลุ่มศาสนา ทั้งในส่วนของพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนาที่มีอุดมการณ์ทางศาสนาให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ตกทุกข์ได้ยากและเสียเปรียบอีกกลุ่มหนึ่งคือนักศึกษาตามสถาบันต่างๆ รวมตัวกันเป็นกลุ่มอาสาสมัคร ออกไปช่วยสร้างโรงเรียนสร้างห้องสมุดหรือช่วยสอนหนังสือเด็กชนบทที่อยู่ห่างไกล
ในยุคแห่งการรณรงค์ให้เกิดการพัฒนาในประเทศด้อยพัฒนาที่องค์การสหประชาชาติเรียกว่า"ทศวรรษแห่งการพัฒนา"กระแสในช่วงนั้นทำให้มีการก่อตั้ง"สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์"ในปี พ.ศ.๒๔๙๙"สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์"ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์พ.ศ.๒๕๐๑
งานขององค์กรพัฒนาเอกชนในช่วงนี้เน้นการให้ความรู้และการสงเคราะห์แก่กลุ่ม ผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่ขาดแคลนและผู้ที่ประสบปัญหาขั้นพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง ในแต่ละช่วง มีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวคิดและวิธีการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)ในแต่ละช่วงเช่นเดียวกันในช่วงเวลาต่อมาแนวความคิดการพัฒนาที่เน้นการสงเคราะห์ไม่สามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหาสังคมที่พัฒนาขึ้น จึงค่อยๆเริ่มเปลี่ยนแปลง การทำงานนั้นมีการศึกษาวิเคราะห์ชุมชนไปพร้อมกับมุ่ง เข้าไปแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและด้านสังคมเป็นสำคัญ
การดำเนินงานของNGO ระหว่างประเทศของไทย
ด้านเกษตรกรรม
กระแส “มะละกอจีเอ็มโอ” คงต้องเริ่มนับกันตั้งแต่ครั้งที่ “กรีนพีซ” ปฏิบัติการสอยมะละกอแขกดำท่าพระที่ต้องสงสัยว่าเป็นจีเอ็มโอในแปลงทดลองของสถานีทดลองพืชสวนอ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น เมื่อราว 2เดือนก่อนซึ่งเป็นข่าวโด่งดังด้วย “ชุดอวกาศสีขาว” เตะตา และ “การจู่โจม” ชนิดเจ้าของบ้านตื่นตระหนกตกตะลึง จนถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล
การทดลองมะละกอจีเอ็มโอของศูนย์เกษตรท่าพระ (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ)รวมทั้งเอ็นจีโอในภาคอีสานที่เป็นตัวตั้งตัวตีคัดค้านเรื่องนี้ทั้งเครือข่ายเกษตรทางเลือก สหพันธ์องค์กรผู้บริโภคฯลฯ
การเคลื่อนไหวให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่ยังไม่หยุดแค่นั้นมีการจัดเวทีสัมมนาทั้งในระดับผู้นำชาวบ้าน นักวิชาการ ส่วนราชาการ อย่างต่อเนื่องจนล่าสุดมีการแจกซีดีว่าด้วยเรื่องจีเอ็มโอให้ชาวบ้านในพื้นที่
ด้านเศรษฐกิจ
เอ็นจีโอ รุมต้านถก "เอฟทีเอ" นอกรอบกับสหรัฐชี้รัฐบาลรักษาการไม่เหมาะสมเปิดเจรจา หวั่นสร้างแรงกดดันรัฐบาลเอ็นจีโอ รุมต้านถก "เอฟทีเอ" นอกรอบกับสหรัฐชี้รัฐบาลรักษาการไม่เหมาะสมเปิดเจรจา หวั่นสร้างแรงกดดันรัฐบาลการเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐในช่วงรัฐบาลรักษาการไม่มีความเหมาะสมอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลไม่ควรเจรจาใหม่ แต่ปรับแนวทางของการเจรจาเดิมโดยเฉพาะปัญหาภายในของการเจรจาให้เรียบร้อย ใน 4 ประเด็นสำคัญ
1.รายละเอียดของข้อตกลงที่ผ่านมา ยังไม่มีการเปิดเผยชัดเจน
2. ในสาขาที่เสียเปรียบ รัฐบาลวางแนวทางแก้ปัญหา
3.การคัดค้านของกลุ่มองค์กรภาคเอกชน (เอ็นจีโอ) และกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาจะสร้างแนวทางทำควาเข้าใจ
4.การมีส่วนร่วมรับรู้ของประชาชนทุกกลุ่มในกรอบการเจรจา รัฐบาลวางกระบวนการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
ด้านการทหาร
เอ็นจีโอ ต้านอเมริกาตั้งฐานทัพในเอเชีย อจ.จุฬาฯแฉรบ.ไทย-สหรัฐ กำลังเจรจาลับๆ ตั้งฐานทัพในไทย แต่ใช้รูปแบบใหม่ เน้นเทคโนโลยีไม่เข้ามาเช่า โดยมีการชุมชุนที่หน้าสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุกลุ่มแนวร่วมเพื่อสันติภาพประเทศไทย ตัวแทนจากศาสนาอิสลาม คริสต์ พุทธและตัวแทนจากประเทศปากีสถาน เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ จำนวน20 คน นำโดยนายนิติ ฮาซันประธานสภามุสลิมแห่งประเทศไทยเดินทางไปยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีนายบ๊อบ เอ็คเซิร์ตหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเป็นผู้รับหนังสือมีใจความโดยสรุปว่าการติดหล่มสงครามอิรักของมหาอำนาจและเพิ่มงบประมาณรายจ่ายทางด้านการทหารอย่างมหาศาลท่ามกลางความไม่พอใจของชาวอเมริกัน สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาแต่รัฐบาลสหรัฐกลับกดดันประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศเล็กและยากจน ให้ส่งทหารไปอิรักซึ่งจะติดหล่มไปด้วย ขอเรียกร้องให้สหรัฐหยุดการยึดครองอิรักและหยุดกดดันประเทศอื่นให้ส่งทหารไปอิรักและหยุดขยายกองกำลังคุกคามความสงบของประเทศต่างๆ ทั่วโลก