ใกล้ชิด เป็นที่ปรึกษา ร่วมแก้ไข ร่วมพัฒนา ร่วมชื่นชม

ตอนนิเทศฝังตัว

          มีหลายคนที่พูดถึงการนิเทศแบบฝังตัว ไม่แน่ใจว่าทำแบบใหน?ใครทำสำเร็จ? น่าจะได้แลกเปลี่ยนกัน แต่ก็เป็นความพยายามที่จะทำให้การนิเทศเป็นไปอย่างมีเป้าหมาย  สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับการนิเทศ เป็นการนิเทศเชิงรุกมากขึ้น คงจะมีรูปแบบการฝังตัวหลายรูปแบบ การนิเทศโรงเรียนในฝัน รุ่นที่1 ก็มีการนิเทศแบบฝังตัวโดย Roving team  และการนิเทศแบบฝังตัวโดยคณะทำงานโรงเรียนในฝันจากส่วนกลาง(เห็นชัดมากในคราวที่ถนนทุกสายมุ่งสู่ โรงเรียนกันทรารมณ์  )

       บันทึกหน้านี้ขอย้อนหลังที่โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม สพท.ร้อยเอ็ดเขต 2 เมื่อปี 2546  เป็นโรงเรียนที่ดิฉันไม่รู้จัก  เหตุผลที่คณะทำงานตัดสินใจเลือกโรงเรียนนี้ให้อยู่ในกลุ่ม Fast track เพราะประวัติดีของผู้บริหาร และการรับรองของ RTติ้ง  ช่วงนั้นยอมรับว่าเป็นห่วงและหนักใจมาก ทุกคนในส่วนกลางมีภาระที่จะต้องดูแลโรงเรียนที่ได้รับมอบหมาย พวกเราต้องดูแลชนิดเกาะติดจนกว่าโรงเรียนจะผ่านการประเมินและได้รับการรับรองเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝันซึ่งดิฉันได้รับมอบหมายให้ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคมเป็นโรงเรียนลำดับที่ 6 ที่จะถูกประเมิน  ก่อนหน้านั้น (หลังเหตุการณ์สึนามิ ประมาณ 2 เดือน ) มีการประเมินโรงเรียนเหนือคลองประชาบำรุง จังหวัดกระบี่ และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต     ทั้ง 2 โรงเรียนสร้างความประทับใจแก่ ท่านประธาน และคณะผู้ประเมินมาก ดิฉันยังจำหุ่นยนต์ตัวน้อยที่มอบมาลัยแก่ท่านประธาน จากโรงเรียนเหนือคลองประชาบำรุง และในห้องปฏิบัติการคณิตศาสตร์ ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราภูเก็ต  นักเรียนแก้โจทย์ปัญหาที่ว่าด้วยการเดินทางช่วยชีวิตคนในเหตุการณ์สึนามิ ด้วยโปรแกม GSP (ช่วงนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย) อย่างสนุกสนาน  ทำให้ดิฉันยิ่งเป็นห่วงโรงเรียนปทุมรัตต์ฯมากขึ้น

     ในความเป็นจริงการพัฒนาโรงเรียนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมาก ผอ.บัณฑิต มีแผนพัฒนาที่ชัดเจน  ท่านได้ประสานขอรับการนิเทศจาก ศึกษานิเทศก์เขตฯ และ RT ระหว่างที่ดิฉันยังไปไม่ถึงโรงเรียน RT พนิจ RT หมู และ RTติ้ง ได้เข้าปฏิบัติการนิเทศโรงเรียนอย่างต่อเนื่องโดนเฉพาะ RTพนิจ และ RTหมู ได้ย้ายตัวเองมาพักค้างในโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว  ขณะที่ดิฉันอยู่ภาคใต้ได้โทรศัพท์ติดต่อหา RTพนิจ ตลอดเวลา และนัดแนะว่าจะเดินทางมาโรงเรียนทันทีที่เสร็จภาระกิจ

       มาค้างที่ร้อยเอ็ด และอยู่ที่โรงเรียนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ดิฉันเห็นมิตรภาพการนิเทศ เห็นการยอมรับ การให้เกียรติ การดูแลเสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน  เวลากลางวัน RT เป็นทั้งที่ปรึกษาและผู้ช่วยครู  ผู้ช่วยผู้บริหาร ช่วงวางแผนก็รู้สึกธรรมดาแต่ การที่ช่วยครูสอน สอนให้ครูดูนี่สิยอมรับว่าสุดยอดจริงๆ เวลาเย็นเลิกเรียนก็ปฏิบัติงานร่วมกันต่อ  RT ทำหน้าที่นิเทศมากกว่าเวลากลางวัน ทั้งปะชุม ทั้งบอกจุดบกพร่อง ทั้งสาธิต ช่วยหาวิธีแก้ไข แล้วเราทุกก็ทานข้าวเย็นหม้อเดียวกันพร้อมกัน จากนั้นใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำ  และเป็นเวลาที่ ผอ.พร้อมด้วยคณะผู้นิเทศตรวจงาน นิเทศงาน วางแผนต่อ วันหนึ่งมีชาวบ้านมาคุยด้วย ชาวบ้านขอให้โรงเรียนช่วยจัดกิจกรรมให้  (จำไม่ได้ว่างานอะไร) RT เสนอตัวเองช่วยคิด ช่วยทำเพราะต้องการแบ่งเบาภาระครู

       เมื่อเวลาผ่านไปโรงเรียนมีความมั่นใจ คณะRTก็ลากลับ เพื่อไปปฏิบัติเช่นนี้อีกที่โรงเรียน            เลิงนกทา จังหวัดยโสธร และอีกหลายโรงเรียน (ตามที่โรงเรียนร้องขอ) นี่คงเป็นหนึ่งในการนิเทศแบบฝังตัว

     ท้ายบันทึกหน้านี้ขอเรียนว่า ณ  วันนี้โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม  ต่างจากวันแรกที่เจอ และต่างจากวันที่ให้การรับรองเป็นต้นแบบโรงเรียนในฝันมาก ดีใจที่บนถนนการนิเทศ          มีโรงเรียนดีๆที่ก้าวสู่อินเตอร์ให้เด็กๆทุ่งกุลาได้เรียน