Three Analogies for Learning (สามวัยแห่งการเรียนรู้)

   สวัสดีครับมิตรรักชาว gotoknow วันนี้เป็นวันที่อากาศออกจะครึ้ม ๆในช่วงเช้า เหมือนฝนจะตกอย่างไงอย่างงั้น  ที่ขุนยวมเมื่อ 2-3 วันก่อน อากาศร้อนมากแต่มีฝนมาให้ชื่นใจหน่อยก็เมื่อวาน แต่ก็ตกไม่มากครับ สงสัยอากาศอาจจะเป็นเปลี่ยนแปลงบ่อยหรือไม่ก็เป็นเพราะภาวะโลกร้อน อิ..อิ. ว่าไปนั่น

     คันปากอยากพูดเหลือเกิน มีนักเรียนของผมส่วนใหญ่ออกเสียง season change ไม่ค่อยถูกครับ ! บ่อยเหลือเกินที่พูดกันว่า ซีซัน เช้ง ไม่รู้ว่าชอบกินส้มเช้งกันมากหรือไง ฮ่า ๆ ไม่ได้ตั้งใจว่าใครนะครับ ใจเย็น ๆ ที่ผมได้ยินนั้นเพื่อนฝรั่งออกเสียงจะ เป็น ซีซั่น เช้นจึ  (จึ..ออกเสียงสั้นพอน่ารักครับ)  อย่าเข้าใจผิดว่า ge เป็น ง ในภาษาไทยเสมอไปนะครับ อายเค้า !  คันปากอีกอย่างหนึ่ง มีอาสาสมัครชาวต่างชาติมาช่วยสอนที่โรงเรียนก็หลายคน ทั้งชาวผู้ดีอังกฤษ และกุ๊ย.....เอ๊ย ชาวอเมริกัน สำเนียงที่กระผมได้ยินก็มีอรรถรสแตกต่างกันไป เมื่อวันก่อนมีอาจารย์สอนภาษาอังกฤษท่านหนึ่ง ได้โม้ ..เอ๊ย บอกกับเพื่อนครูทั้งหลายว่า ถ้าเรารู้สึกร้อน เพราะอากาศเนี้ย ให้พูดว่า I am feeling so hot. แต่ถ้าพูดว่า I am hot. ผิดถนัด ใช้ไม่ได้   ไอ้เราเมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ไม่กล้าคั้นค้านในทันที ตามมารยาทครับ แต่กลัวเขาจะโกรธเอา หาว่าผมหัวหมอ 555.... แต่จริง ๆ แล้วจากประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีกับชาวต่างชาติมากว่า 10 ปี ถ้าเรารู้สึกร้อนเราสามารถใช้ประโยคว่า I am hot. ได้ครับโดยเฉพาะอังกฤษแบบอเมริกันชน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเจตนาครับ อะฮ่า...

I am a hot man !  please have a look the story below....

Three Analogies for Learning (สามวัยแห่งการเรียนรู้)

 

Once, Prince Ping of Jin said to his subject, Shi Kuang: “I am getting old; I am already seventy. I do wish to pursue knowledge and do some studying, but I always feel it is ‘too late’ !

‘ Is it too late” ? Shi Kuang asked. “why don’t you light a candle then?”

“I, a subject, would not dare to joke with my King,” Shi Kuang answered.  “To tell the truth, if one loves learning in youth, his future is like that of the morning sun: bright and glorious. If one is fond of learning in middle-age, he is like the sun at soon: there is half of a fine day left. When one is old, he can only be like the flame of a candle. Although the flame is not so bright, still, it is certainly better than groping in the dark !”

       ท่านเจ้าปิง แห่งแคว้นจิ๋น กล่าวกับอำมาตย์ชิกวงว่า ข้าชราแล้ว ปีนี้ก็ร่วมเจ็ดสิบ ใจข้านั้นยังปรารถนาที่จะศึกษาเรียนรู้ต่อไป แต่มักรู้สึกว่าสายเกินไปแล้ว

ชิกวงกล่าวว่า สายเกินไปหรือ ? เหตุไฉนท่านจึงไม่จุดเทียนเล่า”?

ปิงอ๋องกล่าวว่า ข้าพูดจริง เหตุไฉนท่านจริงพูดเล่นเช่นนี้?”

ชิกวงจึงตอบว่า ข้าเป็นบริวาร ท่านเป็นเจ้าเหนือหัว ไฉนเลยข้าจะบังอาจพูดเล่นได้ ความนี้มีนัยดังนี้ หากผู้ใดรักเรียนรู้ในวัยเยาว์ อนาคตของเขาย่อมประหนึ่งรุ่งอรุโณทัยที่สดใสเรืองรอง หากผู้ใดใฝ่ศึกษาเมื่อเข้าวัยกลางคน เขาก็เป็นประดุจตะวันยามเที่ยง ที่สาดส่องต่อไปอีกครึ่งวัน หากผู้ใดใฝ่ศึกษาเมื่อชรา ก็ประหนึ่งเปลวเทียน ถึงแม้ว่าจะให้แสงสว่างไม่มากนัก แตก็ยังดีกว่าคลำเปะปะไปในความมืดมิด

 

โชวหยวน...

       What do you think about the story then?