ทุกวันที่เดินไปคลินิก ผู้เขียนจะถามตัวเองว่าไปทำไม

  ตามที่บอกไว้ วันจันทร์ เป็นวันหยุดทำการของคลินิกวัดไทยกุสินารา ผู้เขียน ก็เลยถือเป็นวันสบายของตัวเองไปด้วย ขณะนี้ เพิ่งจะ แปดนาฬิกา อากาศแจ่มใส แสงสว่างผ่านหมอกบางๆ ได้อย่างดี ดังนั้น วันทั้งวัน คงมีเวลาในการเขียนบันทึก ที่ละเอียดขึ้น นานขึ้นกว่าช่วงกลางคืน

  จากบันทึกก่อน ที่ได้เขียนถึงกองฟอนริมน้ำ คือกองเถ้ากระดูก ของผู้จากไปของคนที่นี่ ผู้เขียนใช้คำที่เกิดความรู้สึก กับภาพที่เห็นนั้น ว่าธรรมสังเวช แท้จริงแล้ว ผู้เขียนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องธรรมศึกษา จากตำรามากเท่าไหร่ แต่ชอบปฏิบัติตามคำสั่งสอน แล้วดูอาการของใจไปเรื่อยๆ วันนี้รู้สึกใจเกลี้ยงเกลาดีไหม หรือวันนี้ มันร้อนรุ่มไปหมด แล้วทำอย่างไรต่อไป กับสภาพต่างๆที่เกิดขึ้น

 ผู้เขียนจึงเหมือนผู้ระหกระเหิร ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ปะปนกันไป บางครั้งตัดสินใจจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นมา ที่อธิบายไม่ได้ เช่นการมาอินเดีย พอทราบข่าวบุญ การมาเป็นอาสาสมัครที่นี่ ผู้เขียนก็บังเกิดความรู้สึกว่า ต้องมา จะมา ถามว่าตอนนั้น อะไรคือเหตุผล เป้าหมายที่จะมาคืออะไร ตอบตัวเองแบบคลุมเครือ เช่น ไปแล้วก็รู้เองแหละ ไปสร้างบารมีบุญกุศล ที่ยังไม่เคยทำในชาตินี้ไง หรือไปตามกฎแห่งกรรมมั้ง

  แล้วก็แปลก แค่การปรารภ กับพี่โยคีเรื่องนี้ กลับกลายมาเป็นเรื่องราวเป็นจริง อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งท่านที่ทราบเรื่องราวจากบล็อกนี้ คงได้เห็นเป็นลำดับๆ

  ในวันที่มายืนบนแผ่นดินอินเดีย ความคิดที่มัวๆกลับชัดเจนขึ้น ทุกวันที่เดินไปคลินิก ผู้เขียนจะถามตัวเองว่าไปทำไม จะไปทำอะไรแค่ไหน อย่างไร แล้วก็พบว่า การที่คนเราถามตัวเองบ่อยๆ มันจะเกิดคำตอบที่ไม่มีสิ่งเคลือบแฝง เสแสร้ง เช่นคำตอบจากแหล่งอื่น ที่เราเคยได้มา มันจะเป็นคำตอบที่เราเท่านั้นจะรู้ว่า ใช่ และบางคำตอบ ที่ดูสูงส่ง เราก็ตอบตัวเองได้ ไม่ต้องถ่อมตนเอง หรือ ไม่ต้องกลัวใครจะหมั่นไส้เรา ณ ขณะนี้ ผู้เขียนได้คำตอบตัวเองแล้วว่า จะมาสร้างบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ตามแนวทางพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นคือ การสร้างบารมี ๓๐ ทัศ เพราะจากที่ผู้เขียนมาอยู่ที่นี่ ได้เห็น ได้ฟัง ได้อ่านเรื่องราวมากมาย ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ครูบาอาจารย์ภิกษุสงฆ์ ท่านบอกท่านเล่าให้ฟัง แนวทางการสร้างบารมี ทั้ง๓๐ ทัศ เป็นแนวทางที่พระพุทธองค์ใช้ในการสั่งสม จนบรรลุการหลุดพ้นในที่สุด

 ผู้เขียนเป็นชาวพุทธ เป็นลูกของพระตถาคต แม้จะได้อัตภาพ เป็นหญิง ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเกิดมาสร้างบารมีเลย วันนี้ ผู้เขียนมีแนวทางเดินแล้วต่อจากนี้ จะทำ จะทบทวน ทีละข้อๆ ทุกงานจะมีความหมาย และผู้เขียน ก็จะใช้วิธีถามตัวเองอีกต่อไปเรื่อยๆ ฟังคำตอบที่หวังดีของตัวเอง ส่วนการนำมาถ่ายทอดในโอกาสต่อไป จะพยายามรวบรวมแจกแจง ให้มองเห็นการสร้างบารมีของตนให้ชัดเจน คงไม่มีถูก มีผิด เพราะเรื่องเหล่านั้น บันทึกจากความรู้สึกภายในเฉพาะตนเท่านั้น