วิจัย โจทย์ปัญหาคณิตสาสตร์

การสร้างและพัฒนาแบบผึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตสาสตร์

ชื่อเรื่อง              ผลการสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์

                         กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์   ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ชื่อผู้จัดทำ           นางศิริพร  พิกุลหอม

โรงเรียน               บ้านสระบัว  อำเภอท่าศาลา  จังหวัดนครศรีธรรมราช

                         สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4

ปีการศึกษา            2550

บทคัดย่อ

                การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) สร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์   กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์    ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ให้มีประสิทธิภาพ  80 / 80    2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  ก่อนและหลังใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5    3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5   4)  เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาและทดลองครั้งนี้  เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  5 โรงเรียนบ้านสระบัว  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  นครศรีธรรมราช เขต 4   ในปีการศึกษา 2550  จำนวน 24  คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองประกอบด้วย  1) แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  จำนวน  4 เล่ม/ 4 เรื่อง   2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์   การหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80  และค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยร้อยละ  และทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ก่อนและหลังใช้แบบฝึก โดยการทดสอบค่าที  (t- test แบบ dependent sample) และใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( ) วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนต่อแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์

 

            ผลการศึกษาพบว่า

       1. แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  มีประสิทธิภาพ  83.25 /83.85  สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด (80/80)

                       2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง  ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์   หลังใช้แบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์   กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์       ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5   สูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

                     3. ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  มีค่าเท่ากับ 0.6239  หมายความว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.39

        4. ความพึงพอใจของนักเรียนต่อแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.38 ,  = 0.62 )  เมื่อเทียบกับเกณฑ์การพิจารณาระดับความพึงพอใจ   พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจที่ดีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ



ความเห็น (0)