บทคัดย่อรายงานวิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาฟิสิกส์ 2 โดยใช้ชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202
เรื่อง การดลและแรงดล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2549 ”
ผู้วิจัย นางศศิชา ลื่นโพธิ์กลาง ตำแหน่งครู กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โรงเรียนมะค่าวิยา
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
วิทยาศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งที่ต้องอาศัยความเป็นเหตุเป็นผลเกี่ยวความเป็นจริง และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทั้งหลายโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์ถือเป็นพื้นฐานหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้เจริญและนำไปสู่การพัฒนาด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีด้านต่างๆ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายพุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) กำหนดให้วิชาฟิสิกส์เป็นวิชาบังคับและวิชาเลือกเสรี เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อในระดับสูงของนักเรียน แต่ที่ผ่านมาผลการประเมินคุณภาพทางการศึกษาของกรมวิชาการ ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ปีการศึกษา 2540 พบว่ารายวิชาฟิสิกส์มีผลคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับพอใช้ คิดเป็นร้อยละ 28.12 และมีคะแนนเฉลี่ยในเกณฑ์ต้องปรับปรุงคิดเป็นร้อยละ 70 (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 2543:14) สาเหตุที่ทำให้นักเรียนประสบความล้มเหลวเพราะในการเรียนการสอนครูเน้นผลสุดท้าย คือการนำไปใช้แก้ปัญหาโจทย์แบบฝึกหัด ครูส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการสอนเน้นเฉพาะการคำนวณและท่องจำ โดยไม่มีการสอนความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนความคิดรวบยอด(สมนึก บุญพาไสว,2534:19) ทั้งนี้เมื่อพิจารณาในส่วนเนื้อหาพบว่า ยังคงเป็นการนำเสนอเนื้อหาที่ยึดการทดลองเป็นหลักในการสอนแต่ครูผู้สอนส่วนมากละเลยไม่เห็นคุณค่าของการทดลองในส่วนดังกล่าวนี้จึงเป็นปัญหาของนักเรียนเกี่ยวกับการอธิบายขั้นตอนการทดลอง
(สนอง ทองปาน.2537:2)
จากประสบการณ์ที่ผู้สอนได้สอนวิชาฟิสิกส์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง
การดลและแรงดล ซึ่งผู้สอนได้ใช้วิธีการสอนโดยการบรรยาย ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำ จากหลักการและเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงได้จัดทำโครงการวิจัยและ พัฒนาชิ้นงาน
เพื่อคิดค้นหารูปแบบนวัตกรรมทางการศึกษา โดยนำหลักการของชุดการการเรียน มาพัฒนาให้เหมาะสมกับเนื้อหาวิชาที่สอน ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถนำมาแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์ และทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาฟิสิกส์ 2 เรื่องการดลและแรง ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล
ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย
1. เป็นแนวทางแก่ครูผู้สอนวิชาฟิสิกส์ ในการพัฒนาปรับปรุงการสอนให้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. เป็นแนวทางแก่ครูผู้สอนวิชาอื่น ๆ ในการพัฒนาปรับปรุงการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. ได้ชุดเรียนวิชาฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้สนใจได้ศึกษาค้นคว้า
วิธีการดำเนินการวิจัย
1. การกำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง
ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนมะค่าวิทยา อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ที่เรียนวิชาฟิสิกส์ ว 40202 ในภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2549 จำนวน 38 คน
การเลือกกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ของโรงเรียนมะค่าวิทยา อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549 จำนวน 27 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำเรื่องการดลและแรงดล
แบบแผนการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้ใช้แบบแผนการวิจัยแบบ One-Group pretest-Post Test Desing (ล้วน สายยศ; และ อังคณา สายยศ. 2538 : 249)
ตาราง 1 แบบแผนการวิจัย
กลุ่ม สอบก่อน ทดลอง สอบหลัง
E T1 X T2
เมื่อ E แทน กลุ่มทดลอง
T1 แทน การจัดกระทำ ( Treatment)
X แทน การสอบก่อนการจัดกระทำ ( Pretest)
T2 แทน การสอบหลังการจัดกระทำ ( Posttest)
2. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้มีการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล
2. ชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่องการดลและแรงดล
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
สำหรับเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการวิจัยครั้งนี้ มีรายละเอียดในการสร้าง ดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ ว 40202 เรื่องการดลและแรงดล ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกระทรวงศึกษาธิการ
1.2 ศึกษาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์
1.3 วิเคราะห์คำอธิบายรายวิชา
1.4 วิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ 2 ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล เพื่อกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้
2. สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การดลและแรงดล ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย
1. ชื่อรายวิชา
2. ระดับชั้นเรียน
3. ชื่อสาระการเรียนรู้
4. เวลาที่ใช้
5. จุดประสงค์การเรียนรู้ ประกอบด้วย
- ด้านความรู้
- ด้านทักษะ/กระบวนการ
- ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์
6. สาระการเรียนรู้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้
9. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้
10. บันทึกหลังการสอน
3. นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง
2. ชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล ผู้วิจัยได้ดำเนินลำดับขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้
1. การเตรียมเอกสารด้านวิชาการ ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าสิ่งที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
1.2 ศึกษาตำรา เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2. การสร้างชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
2.1 ดำเนินการสร้างชุดการเรียน โดยผู้วิจัยได้ประยุกต์แนวคิดการสร้างชุดการเรียนหลายท่านซึ่งในแต่ละชุดการเรียนประกอบด้วย
1. ชื่อชุดการเรียน
2. แนวทางการศึกษาชุดการเรียน เป็นการบอกแนวทางการศึกษาชุดการเรียน
3. แบบทดสอบก่อนเรียน เป็นการตรวจสอบความรู้พื้นฐาน
4. คำชี้แจง เป็นแนวทางในการเรียนให้นักเรียน
5. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เป็นสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นหลังจากการเรียนด้วย
ชุดการเรียน
6. เวลา เป็นการบอกเวลาในการศึกษาชุดการเรียน
7. สื่อการเรียน โดยระบุอุปกรณ์ที่ใช้ในชุดการเรียน
8. เนื้อหา เป็นส่วนที่เสนอความรู้ให้แก่นักเรียน
9. แบบฝึกทักษะ เป็นส่วนที่ให้นักเรียนได้ปฏิบัติระหว่างศึกษาชุดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมทักษะความรู้ความเข้าใจและการคำนวณ
10. แบบทดสอบหลังเรียน
2.2 นำชุดการเรียนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่านตรวจพิจารณา คือ นายหัสนัย กันธรส ศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 1
นางเพ็ญพรรณ ธรรมปัตโต ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบุญวัฒนา และ
นายจักรพันธ์ จงเพ็งกลาง ครูชำนาญการ โรงเรียนโนนสูงศรีธานี แล้วนำชุดการเรียนไปปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อยพร้อมที่จะทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง
3.การเก็บรวบรวมข้อมูล
1) การทดสอบก่อนเรียน ผู้วิจัยได้ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนให้ผู้เรียนได้ศึกษาชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล
2) การทำแบบฝึกทักษะ ผู้วิจัยได้ให้ผู้เรียนได้ทำแบบฝึกทักษะหลังจากที่ได้ศึกษาเนื้อหาจากชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล
3 ) การทดสอบหลังเรียน ผู้วิจัยได้ดำเนินการให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนจากที่ให้ผู้เรียนได้ศึกษาจากชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีลำดับขั้นตอนในการวิเคราะห์ดังนี้
1. ศึกษาพัฒนาการในการเรียนรู้ของนักเรียนโดยใช้สถิติ t-test Dependent sample เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิชาฟิสิกส์ ว 40202 ก่อนและหลังได้รับการสอนโดยชุดการเรียน
2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
2.1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) โดยคำนวณจากสูตร (ล้วน สายยศ; และ
อังคณา สายยศ. 2543 : 306)
เมื่อ แทน ค่าเฉลี่ยเลขคณิต
แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง
2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยคำนวณจากสูตร (ล้วน สายยศ; และ
อังคณา สายยศ. 2543 : 308)
เมื่อ แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน
แทน คะแนนของนักเรียนแต่ละคนในกลุ่มตัวอย่าง
แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดของแต่ละคนยกกำลังสอง
แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง
2.3 ใช้สถิติ t-test เพื่อตรวจสอบสมมุติฐานทดสอบความแตกต่างของคะแนนวิชาฟิสิกส์ จากการใช้ชุดการเรียนฟิสิกส์ ว 40202 เรื่องการดลและแรงดล ของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้คะแนนสอบก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียน (ล้วน สายยศ; และ อังคณา สายยศ. 2540 : 28)
; df = n-1
เมื่อ แทน ค่าสถิติที่ใช้พิจารณา t – distribution
แทน ผลรวมของความแตกต่างระหว่างคะแนนการทดสอบหลัง
ใช้ชุดการเรียนกับก่อนใช้ชุดการเรียน
แทน ผลรวมของกำลังสองของความแตกต่างระหว่างคะแนน
การทดสอบหลังใช้ชุดการเรียนกับก่อนใช้ชุดการเรียน
แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยได้ใช้สัญลักษณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้
n แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง
แทน คะแนนเฉลี่ย
s แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
K แทน คะแนนเต็ม
t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณา t – Distirlution
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
การเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลในการทดลองครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอลำดับหัวข้อได้แก่ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ของนักเรียนก่อนกับหลังได้รับการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนเรื่องการดลและแรงดลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โดยการทดสอบแบบ t-test Dependent Sample ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ของนักเรียนระหว่างก่อนกับหลังได้รับการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนเรื่องการดลและแรงดลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยนำผลต่างของคะแนนระหว่างคะแนนก่อนกับหลังการทดลองมาเปรียบเทียบโดยใช้t-test Dependent Sample ปรากฎในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ 2 ว 40202 เรื่องการดลและแรงดล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ของกลุ่มตัวอย่างระหว่างก่อนกับหลังการทดลอง
การทดลอง n
s ค่า t
ก่อนทดลอง 27 2.59 0.69 42.25**
หลังทดลอง 27 9.48 0.58
** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
จากตารางที่ 1 พบว่านักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนฟิสิกส์ 2 ว 40202 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
สรุปและอภิปรายผล
1. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาฟิสิกส์ 2 ว 40202 ที่เรียนโดยชุดการเรียน เรื่อง การดลและแรงดล ของนักเรียนระดับชั้น ม. 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549 พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
2. จากการวิจัยพบว่าการสอนโดยใช้ชุดการเรียนวิชาฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดลมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญที่ .01
ข้อเสนอแนะ
จากการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและการศึกษาค้นคว้าต่อไป
1. ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.1. ชุดการเรียนวิชาฟิสิกส์ ว 40202 เรื่อง การดลและแรงดล
ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นขาดการทดลองหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมก่อนนำไปทดลองใช้กับผู้เรียน ดังนั้นการวิจัยในโอกาสต่อไปควรหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมก่อนนำไปใช้ จะได้นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนต่อไปได้ดียิ่งขึ้น
1.2 ก่อนการเรียนการสอนในชั่วโมงแรก ครูควรทำความเข้าใจกับนักเรียนเกี่ยวกับการเรียนด้วยชุดการเรียนวิชาฟิสิกส์ ว 40202 เรื่องการดลและแรงดล
1.3 ในการเรียนการสอนควรมีกิจกรรมที่มีความหลากหลายเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติร่วมกัน
2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรมีการส่งเสริมทักษะ/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นต่างๆ