....คุณครูกระดาษทราย....บทเพลงนี้ยังคงก้องกังวานอยู่ในใจของดิฉัน  นับตั้งแต่วันที่นักเรียนชั้นม. 6

ร่วมกันขับร้องในวันปัจฉิมนิเทศ  เมื่อเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา  และดิฉันหวังว่าเพลงบทนี้และ

ภาพความทรงจำจะยังคงตราตรึงและซาบซึ้งอยู่ในความรู้สึกของคุณครูทุกคน....

    ดิฉันจึงขอมอบเพลงแห่งความทรงจำนี้ให้แด่  คุณครูกิตตินันท์  หอมฟุ้ง 

(วันนี้ขออนุญาตเรียกว่า...คุณครู....) ครูผู้สอนวิชา  เทคโนโลยีกับการเรียนรู้  จาก มหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่า  เก่าแก่ที่สุดในภาคเหนือ 

....ครูผู้เสียสละ  ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ  ประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้แก่ลูกศิษย์  จากเมืองศิวิไลซ์  ถึง เมืองในสายหมอก  จากใจที่มุ่งมั่น สู่ ใจที่มั่นคง  มั่นคงในความรักที่มอบให้แก่คุณครู.....

     คำบ่นน้อย  คือ คำสอน

     คำบ่นกลาง  คือ คติเตือนใจ

     คำบ่นมาก   คือ  ต้องใส่ใจจำไว้ให้มั่น  *อย่าลืมเด็ดขาด****

     พวกเรารู้นะคะว่าทุกคำที่ครูพร่ำสอน  ครูต้องการให้พวกเราประสบความสำเร็จ  เป็นครูที่มีคุณภาพ

     พวกเราทราบค่ะ  ว่า ครูเหนื่อย  ครูล้า  แต่ครูไม่เคยท้อ  ยังพยายามปลุกปั้นให้พวกเราจนได้ดี

     นับจากวันแรกที่ครูก้าวเข้าห้อง ...... จนถึง.....วันสุดท้ายที่ครู ก้าวออกจากห้อง  ครูได้ทิ้งความทรงจำดี ๆ ไว้ที่นี่  ที่แม่ฮ่องสอน.....

               ตั้งแต่วันที่พวกเรานั้น รู้จัก-ครู ไม่มีวันไหนครู ไม่บ่น แต่ละคำระคายบาดหู ทุกทุกคน ไม่มีใครอยากสนใจ ครู ผิดอะไรนิดเดียว ครูเห็น เป็นเรื่องยาว บ่นจนใครก็ดึง ไม่อยู่ พวกเราเองก็เลยรวมหัว ตั้งชื่อครู เรียกคุณครู ว่าครู กระดาษทราย

         แต่ครูคะรู้ไหม ที่ครูคอยว่าเรา ดุเรา อยู่ทุกวัน ครูคะรู้ไหม กระดาษทรายแผ่นนั้น นั่นเอง ขัดเกลาเราจนได้-ดี อยากให้วันนี้ครู ได้รู้ และได้เห็น ว่าครูทำให้เป็น อย่างนี้..จากวันวานแม้พวกเรานั้น ไม่ค่อยดี แต่เรามีวันนี้ เพราะครู

         แต่ครูคะรู้ไหม ที่ครูคอยว่าเรา ดุเรา อยู่ทุกวัน ครูคะรู้ไหม กระดาษทรายแผ่นนั้น นั่นเอง ขัดเกลาเราจนได้-ดี อยากให้วันนี้ครู ได้รู้ และได้เห็น ว่าครูทำให้เป็น อย่างนี้.. จากวันวานแม้พวกเรานั้น ไม่ค่อยดี แต่เรามีวันนี้ เพราะครู อยากจะบอกเรารัก-ครู คุณครูกระดาษทราย

อยากจะบอกเรารักคุณครู.....คุณครูกิตตินันท์..... ^๐^

                                                                                     ด้วยความเคารพรักยิ่ง