เมื่อพูดถึงงานวิชาการด้านยาเสพติดหลายคนมักคิดถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  การเขียนงานต้องมีระเบียบวิธีวิจัย  ทฤษฎีที่อ้างอิง  การประมวลผลเชิงสถิติ ตัวเลขบ่งชี้ หลายครั้งจึงทำให้ภาพของงานวิชาการด้านยาเสพติดมีความแข็งตัว  กระด้าง ไม่ละมุนละไมที่คนหลายคนอยากหยิบมาอ่านหรือกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง  อีกทั้งงานวิจัยหลายชิ้นมักสนใจที่จะศึกาเรื่องตัวแปร หรือปัจจัยที่ส่งผลอย่างโน้นอย่างนี้  ซึ่งการวิจัยตัวแปรลักษณะนี้หลายครั้งที่ไม่สามารถนำผลการวิจัยไปอ้างอิงในภาพรวมของกลุมเป้าหมายในพื้นที่อื่นๆ ได้เนื่องจากมีลักษณะของกลุ่มเป้าหมายและจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เล็กเกินไป

     งานวิจัยที่พอจะมีสีสันทำให้เกิดความมีชีวิตชีวาขึ้นมาก็คืองานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการประมวลผล  สรุป/วิเคราะห์ผล  และประเมินผล  ที่เกิดจากการกระทำจริงในพื้นที่ทดลอง  กลุ่มประชากรทดลอง  ด้วยการที่นักวิจัยต้องเข้ามีส่วนร่วมในขั้นตอนดำเนินการตลอดระยะเวลาดำเนินการ  แต่การจะนำผลการวิจัยไปอ้างอิงหรือขยายผลจะต้องมีการคัดเลือกพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่มากพอและหลากหลายพอที่จะนำไปอ้างอิงหรือขยายผลรูปแบบทดลองต่อไปได้และที่สำคัญนักวิจัยต้องระวังเรื่องนำอคติส่วนตัวมาตัดสินผลสำเร็จของงานวิจัยเนื่องจากการวิจัยเชิงปฏิบัติการมีการสรุปประเมินผลที่ใช้ความคิดเห็นค่อนข้างสูง อาจต้องมีการทำวิจัยเชิงปริมาณเพื่อวัดผลควบคู่ไปกับการวิจัยเชิงคุณภาพด้วย

     นอกจากงานวิชาการที่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของงานวิจัยแล้ว  หลายครั้งมีการเขียนบทความทางวิชาการโดยผู้เขียนศึกษาค้นคว้าจากตำราที่เกี่ยวข้อง การเก็บตัวอย่างในพื้นที่วิเคราะห์ประกอบทฤษฎีที่สามารถบ่งชี้สถานการณ์หรือผลของสถานการณ์หรือการดำเนินการใดๆ ได้ งานวิชาการลักษณะนี้หลายครั้งลดทอนความเป็นวิชาการเนื่องจากผู้เขียนใช้ประสบการณ์ในการเขียนซึ่งถ้าหากประสบการณ์นั้นๆ ไม่กว้างขวางพอการนำไปใช้อ้างอิงก็ไม่เหมาะสมเพราะเป็นเพียงกรณีเฉพาะเท่านั้น 

     ประสบการณ์เกือบ 4 เดือนที่นั่งทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานวิชาการด้านยาเสพติดรู้สึกเงียบเหงาและขาดสีสันของงานอย่างเห็นได้ชัด  การทำงานวิชาการแต่ขาดโอกาสในการเดินทางเห็นโลกกว้างว่าชีวิตจริงในพื้นที่ดำเนินการจัดการปัญหากันอย่างไร อะไรเป็นบทเรียนของเขาเหล่านั้น  ภาพรวมของการทำงานทั้งประเทศในระดับพื้นที่เกิดการขับเคลื่อนงานเป็นระบบอย่างไร  งานเหล่านี้กระจัดกระจายไปตามสำนักงานภาค และงานเชิงยุทธศาสตร์  การแบ่งแยกภารกิจตามโครงสร้างและมีการกำหนดตัวชี้วัดผลงานเฉพาะทำให้เจ้าหน้าที่ขาดการมองภาพแบบองค์รวมเพราะทุกคนกลัวจะลำเส้น แถมทำงานไม่ตรงภารกิจแล้วผลงานของตนก็ไม่เกิดเพราะมัวแต่ไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน  จริงๆ แล้วเรากลับมองว่าการบริหารจัดการภาครัฐแบบนี้ทำให้มุมมองเชิงวิชาการของเจ้าหน้าที่ลดลงอย่างน่าใจหาย