พื้นที่ที่เราน่าจะลงที่หนึ่งคือกรุงเทพฯลืมไปได้ไงเนี่ยเพราะมีคนไร้บ้านคนไร้บัตรจำนวนมากออกมาทำงานเสี่ยงโชคอย่างเรื่องในเว็บบอร์ดของอาจารย์แหวว อันนี้ http://www.archanwell.org/newwebboard/main.php?board=001224&topboard=1

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">มีข้อสังเกตว่าคนเหล่านี้จะไม่ปรากฏตัวเมื่อป่วยหนักจริงๆ เพราะตามปกติ ก็จะไปคลินิกเอกชน ไปซื้อยาทานเอง และมักคิดว่าตนเองป่วยเป็นโรคเล็กๆ น้อย แต่เรื้อรัง หรือเป็นๆ หายๆ ปัญหาเรื่องสิทธิในหลักประกันสุขภาพจึงไม่เกิด หรือเจ้าของเรื่องมองไม่เห็น ในช่วงแรกๆ เมื่อยังซื้อยาประทังอาการเป็นครั้งคราวได้ เพราะจ่ายทีละไม่กี่ร้อยจนถึงหลักพัน นานๆ ทีก็ยังไม่มากเท่าไหร่</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">เพราะกลัวว่าไปตรวจสุขภาพ โดยไม่มีหลักประกันจะแพง จึงรักษาตามอาการไปได้ระดับหนึ่ง ต่อมาเมื่ออาการค่อนข้างจะพัฒนาไปทางขาลง คลินิกรับมือไม่ไหวก็ต้องไปโรงพยาบาล </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">พอเข้าโรงพยาบาลก็เข้านาน  เสียค่าใช้จ่ายมากเมื่อไม่ได้ทำบัตรไว้ก่อนโดยเฉพาะกรณีคนมีปัญหาเรื่องสัญชาติไทย คือเป็นคน(สัญชาติ)ไทยโดยการเกิด หรือสามารถแปลงสัญชาติเป็นไทยได้ แต่ยังไม่ได้แปลง จะมาทำบัตรตอน Admit เข้าโรงพยาบาลก็ไม่ทันเสียเเล้ว ไหนจะต้องตามหาเอกสาร หาพยานร้อยแปด ไหนจะต้องเดินเรื่องที่อำเภอ ไหนญาติจะต้องวิ่งหาเงินมาดูแลผู้ป่วย ฯลฯ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">ประเด็นการเข้าถึงของคนเกือบไทย หรือคนเกือบมีสิทธิในหลักประกันสุขภาพ แต่ไม่มี เพราะไร้บัตรนี้ เป็นเรื่องทับซ้อน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">จะคิดว่าเป็นปัญหาเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตีความ คำว่า "บุคคล" ที่เป็น "ผู้ทรงสิทธิ์" ก็ใช่ เพราะถ้าตีความว่าผู้ทรงสิทธิ์เป็น"บุคคล" ที่อาศัยอยู่หรือมีภูมิลำเนาในประเทศไทยกับตีความว่า "บุคคล" คือผู้มีสัญชาติไทย การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพก็ต่างกันลิบลับจะมองว่าเป็นปัญหาเรื่องความไม่ตระหนักถึงสิทธิในหลักประกันสุขภาพของบุคคลก็ได้ เพราะแทนที่จะตรวจสอบสิทธิ์ และหาหลักประกันเเต่เนิ่นๆ ก็ไม่สนใจ เพิ่งมาทำเอาตอนป่วย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">จะมองว่าเป็นความไม่รู้ และเห็นความสำคัญของสิทธิในการมีตัวตนทางกฎหมายก็ได้อีก เพราะ คนที่มีสัญชาติไทยแต่เป็นคนไร้เอกสารพิสูจน์ตน หลายๆ คนไม่สนใจกลับไปติดต่อทำบัตรประชาชน เพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้าน จนขาดการติดต่อกับระบบทะเบียนราษฎร อาจเป็นเพราะต้องโยกย้ายไปทำงานต่างถิ่น ไปสร้างครอบครัว ไปค้าขาย เป็นคนเร่ร่อน ฯลฯ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">จะมองว่าเป็นเพราะระบบทะเบียนราษฎรสำหรับคนสัญชาติไทย ออกแบบมาไม่เหมาะกับสังคม ทั้งสังคมยุคสมัยใหม่ที่เพิ่งพัฒนาระบบทะเบียนราษฎร และสังคมหลังสมัยใหม่ ที่มีระบบทะเบียนราษฎรค่อนข้างมั่นคงเเล้วก็ใช่อีก  ปัญหาหลายๆ กรณีสะท้อนว่าระบบทะเบียนราษฎรไทยอาจมีฐานคิดว่าคนต้องติดบ้าน ดังนั้นคนทำมาหากินชายแดน  ที่มีวิถีชีวิตต่างจากคนติดบ้าน จึงมักตกหล่น เช่นไม่ได้อยู่บ้านตอนที่มีการสำรวจ ไปค้าขายสร้างกิจการต่างแดนเป็นพักๆ ไม่ค่อยกลับบ้าน ในยุคเเรกเริ่มของการ "สำรวจ" จนทุกวันนี้ คนที่ไปๆมาๆ ระหว่างพรมแดน  คนไร้บ้านส่วนใหญ่จึงเป็นคนไร้บัตร และไร้ทะเบียนบ้าน  ที่พบกระจัดกระจายจนทุกวันนี้ ส่วนเป็นคนที่อยู่นอกสารบบของ "บ้าน" ในทะเบียนราษฎรไทย</p> ประเด็นทุกประเด็น ล้วนส่งผลกระทบต่อการเข้าสู่สิทธิในหลักประกันสุขภาพ ในรูปแบบต่างๆ ดังนั้นปัญหาการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ การใช้หรือให้บริการตามหลักประกันสุขภาพ จึงไม่ใช่การฟันธงว่า ปัญหาอยู่ที่ไหน เพราะปัญหาเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างร่วมกัน ทั้งผู้ใช้และระบบหลักประกันสุขภาพ กับระบบสัญชาติ/ ทะเบียนราษฎร (เวลาเขียนรายงานจะเขียนอย่างนี้ได้หรือไม่ โปรดติดตาม จะให้ดีมาอ่านในบล็อกจะสนุกกว่าอ่านรายงานมากกกกกกก) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal"></p>หมายเหตุ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">การเขียนเรื่อง คน(เกือบ)ได้หลักประกันสุขภาพ  ทำให้คิดต่อได้เป็นวรรคเป็นเวร จึงมีปัจฉิมลิขิตจากมุมมองของนักเรียนสังคมศาสตร์ สองเรื่อง คือ "บ้านกับคน คนกับบ้าน" และ "สิทธิมนุษยชนที่เราเห็น ยัง "ติดบ้าน-ติดบัตร" ซึ่งคงไม่ได้นำมาใช้ในโครงการศึกษาหลักประกันสุขภาพฯ ทางเลือก สำหรับคนไร้รัฐไร้สัญชาติ จึงเเยกคำสำคัญของกระทู้ไปต่างหาก แต่นำมารวมไว้ในบล็อกนี้ เผื่อท่านผู้อ่านจะสนใจเเละเเลกเปลี่ยน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">บ้านกับคน คนกับบ้าน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">ปรากฏการณ์อีกอันหนึ่งก็คือในยุคที่การอพยพย้านถิ่นฐานเป็นไปได้ง่าย และเป็นเเรงบันดาลใจให้คนเข้ามาหาอนาคตในเมืองใหญ่ ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งดิ้นรนไปทำงานเมืองใหญ่ หรือที่ที่มีผลตอบเเทนทางเศรษฐกิจสูง ไม่ใช่เฉพาะที่กรุงเทพฯ และไม่ใช่เฉพาะที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีมาเเล้ว แต่เกิดขึ้นเรื่องยๆ เมื่อเหมืองบูม คนเฮไปทำเหมือง ไปขุดแร่ ไปทำป่าไม้ เมื่อการท่องเที่ยวบูม คนย้ายไปทำงานภาคบริการ ไปทำงานก่อสร้างโรงเเรม รีสอร์ท ภาคใต้  (สังเกตจากคนไร้บัตรในสึนามิที่ไม่ใช่มอแกน)ฯลฯ การย้ายถิ่นนี้บางคนมักจะไม่ย้ายที่อยู่ไปทะเบียนบ้านปลายทาง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้มี "บ้าน" เป็นของตัวเอง เช่นคนงานก่อสร้าง ฐานคิดว่าเมื่อก่อนสังคมไทยส่วนหนึ่งอาจจะเป็นสังคมติดบ้าน อยู่กันในท้องถิ่น ไม่ต้องดิ้นรนย้ายถิ่น ทำให้ระบบทะเบียนนิยมการจัดหมวดหมู่คนใส่บ้าน สิทธิทางการเมือง การสาธารณสุข ผู้ติดกับบ้านมากกว่าคน </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">ในปัจจุบัน พวกอยู่หอพัก  อพาร์ตเมนท์ หรือเช่าคอนโด เช่าบ้านเขาอยู่ในเมืองอื่น เช่น ผู้เขียนเองมีทะเบียนบ้านอยู่ที่หนึ่ง แต่มาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ในอพาร์ตเมนต์ หรือ "หอ" อีกที่หนึ่ง แต่เท่าที่ถามมาเพื่อนร่วมหอก็ไม่มีใครคิดจะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในกรุงเทพฯ การใช้สิทธิบางประการของคนจึงผูกติดอยู่กับ"บ้าน" เช่นการไปเลือกตั้ง ก็ต้องเลือกในเขตที่ตนมีทะเบียนบ้านอยู่ (เเม้จะขอมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่ที่ๆ อยู่อาศัยจริง ก็ต้องเลือก ส..ตาม "ทะเบียนบ้าน" ที่ตนมีชื่ออยู่)แต่ว่า ส.. ที่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้เขียน คือ ส.. กรุงเทพฯ มากกว่า ส.. ตามทะเบียนบ้าน </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">เมื่อก่อนการใช้สิทธิ 30 บาทก็ต้องอยู่ติดบ้าน จนภายหลังอนุญาตให้คนที่มีภูมิลำเนาอยู่จริงๆ ในพื้นที่ที่ไม่ใช่ตามทะเบียนบ้าน ขอใช้สิทธินอกพื้นที่ได้ โดยแสดงหลักฐานว่าตนเองมีภูมิลำเนาอยู่ในที่อื่นๆ จริงๆ เช่น แสดงใบเสร็จค่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ ค่าเช่าบ้าน ฯลฯ ที่มีชื่อของเจ้าของสิทธิ์ เพื่อยืนยันว่าได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่ไม่ได้ระบุในทะเบียนบ้าน เช่นผู้เขียนเช่าหอพัก ก็อาจเอาใบเสร็จค่าหอพัก ค่าโทรศัพท์ที่เเสดงที่อยู่ไปเป็นหลักฐานได้ถึงภูมิลำเนาตามข้อเท็จจริง</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">สิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่สุดที่เราเห็น ยัง "ติดบ้าน-ติดบัตร" </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">ปัญหาประการหนึ่งของการใช้สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานก็คือ การเข้าถึงสิทธิพื้นฐานจะต้องผูกติดกับ "การมีประทับตรารับรอง" หลายอย่าง เช่น ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวหนังสือเดินทาง บัตรอะไรสักอย่าง ถ้าอยากได้สิทธิเหนือกว่าสิทธิพื้นฐาน ก็ต้องมีตรารับรองเพิ่มขึ้นอีก เช่น สัญชาติ บนบัตรประจำตัวประชาชน"ไทย"  หลักฐานการเสียภาษี หลักฐานการส่งเงินประกันสังคม เช่นบัตรประกันสังคม เมื่อก่อนคนมีรายได้น้อยต้องไปจดทะเบียน มีบัตรรับรอง "ความจน"คนพิการก็ต้องมีบัตรรับรอง "ความพิการ" เป็นผู้ลี้ภัยต้องมีบัตรประจำตัวหรือเอกสารประจำครอบครัว ถ้าไม่มีก็ต้องมีหนังสือรับรอง เมื่อจะออกไปยังประเทศที่สาม </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">การมีบัตรไม่ใช่สิ่งเลวร้าย หรือเป็นการกดขี่เสมอไป  บัตรบางบัตรเป็น "บัตรเบ่ง" เช่นบัตรทอง royal orchid บัตรเครดิต "แพลตินัม"  บัตรบางบัตรผลิกชีวิตคนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลองถามคนที่เคยได้ "บัตรสี" แล้วเปลี่ยนมาเป็น "บัตรประชาชนไทย" หรือลองเปรียบเทียบหนังสือเดินทางไทย  กับหนังสือเดินทางอเมริกา หรือหนังสือเดินทางสหภาพยุโรป แล้วจะรู้ว่าบัตรอภิสิทธิ์มีจริงๆ ยิ่งถือหนังสือเดินทางประเทศไทย ไปบางประเทศล่ะก็ ยิ่งรู้ซึ้ง ได้ยินเสียจนตัดใจว่าถ้าชาตินี้ไม่เดือดร้อนต้องไปจริงๆ จะไม่เสียค่าวีซ่าไปเที่ยวให้พวก "มัน" แน่ๆ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: 36.0pt 72.0pt 108.0pt 144.0pt 180.0pt 216.0pt 252.0pt 288.0pt 324.0pt 360.0pt 396.0pt 432.0pt" class="MsoNormal">แม้สิทธิมนุษยชน จะไม่ได้จำกัดเฉพาะ "คนมีบัตร" ความจริงก็คือ ถ้าไม่มีบัตร การเข้าถึงสิทธิก็จะยากขึ้น ต้องดิ้นรนกันหลายรอบ ชีวิตจริงจะต้องการบัตรหรือเอกสารรับรองความเป็นมนุษย์ แม้บางมนุษย์จะไม่มีบัตร แต่เขาก็เป็นมนุษย์ เขาจะไม่มีสิทธิพื้นฐานตามไปด้วยหรือ  แม้ฝ่ายนโยบายจะขยับ แต่ถ้าผู้ปฏิบัติยังไม่ขยับตาม เรื่องนี้ยังต้องสู้อีกยาวค่ะ</p><p></p>