สองสามวันนี้มีคนชวนไปงานศพหมอสงวน แต่รู้สึกว่างานวิจัยไม่ค่อยคืบหน้า โดยเฉพาะแนะนำให้คุณหมอในโรงพยาบาล เเละสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้รู้จัก "คนไร้รัฐ" ส่วนเรื่องแรงงานข้ามชาติ แต่ละท่านย่อมรู้จักและเข้าใจองค์ความรู้ที่มีจำนวนมากในระบบสาธาณสุขเเละในท้องที่อยู่เเล้ว จึงตัดใจว่าจะเขียนบทนำนี้เพื่อนำไปแนะนำประเด็นคนไร้รัฐ ให้กับเเหล่งข้อมูลด้วย ถือเป็นการส่งคารวะ โดยการทำงานทดแทนนะคะ

 หน่วยงานของท่านเคยพบมนุษย์ เหล่านี้หรือไม่ ...  

ป้าเจรียง: หรือความเป็นมนุษย์อยู่ที่ DNA          ป้าเจรียงเป็นอนุสาวรีย์ของการเข้าไม่ถึงหลักประกันสุขภาพ เพราะความที่ไม่ได้สัญชาติไทยเมื่อการคุ้มครองสุขภาพขึ้นพื้นฐานภายใต้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับคนไทยที่มีบัตรประชาชน           

ป้าเจรียงเป็นลูกสาวของคนไทย น่าจะได้สัญชาติไทยโดยการเกิด เพียงเพราะไม่ได้ทำบัตรประชาชน ขาดการติดต่อกับระบบทะเบียนราษฎรเป็นเวลานานพาให้ชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่งเดินผิดองศา ถ้ามีบัตรประชาชน ก็ทำบัตรทองได้ เมื่อไปโรงพยาบาลก็อาจได้รับการชักชวนให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และได้รับการรักษา และน่าจะไม่เสียชีวิต    

แต่ป้าเจรียงไม่มีบัตรประชาชน จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต แม้ลูกๆ ที่ถือบัตรประชาชนไทย จะพยายามขอติดต่อทำบัตรประชาชนให้แม่ที่ป่วยหนัก แต่กลับได้รับคำตอบให้ไปตามหาพี่น้องท้องเดียวกันที่แยกจากกันไปนานให้มาพิสูจน์ DNA เพื่อทำบัตรประชาชน แทนที่จะได้รับการรักษาปัญหาเฉพาะหน้า (มติชนรายวัน 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2549)           

บทสรุปของเรื่องคือ ป้าเจรียงเสียชีวิตที่บ้าน โดยไม่เคยใช้สิทธิบัตรทอง ที่รัฐภาคภูมิใจหนักหนา ว่าเป็นของขวัญเพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพแก่ คนไทยทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อย 

เด็กชายวิษณุ ไม่มีนามสกุล: ภาระค่าใช้จ่าย ใครรับผิดชอบ            

 วิษณุเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดไส้ติ่ง ด้วยความที่เป็นคนมีรายได้น้อย การผ่าตัด เข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้ง หมายถึงความมั่นคงในชีวิตที่ร่อยหรอไปเรื่อยๆ            

ยายของวิษณุชื่อสันที เป็นชาวมอญอพยพมาจากทวาย ถ้าอาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่ได้รับการสำรวจ ก็อาจจะได้ บัตรผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ลูกๆ ของยายสันที น่าจะได้บัตรประจำตัว ได้สิทธิอาศัยถาวร และวิษณุ ในฐานะ คนที่เกิดในประเทศไทย จากบิดามารดาที่เกิดในประเทศไทย น่าจะได้รับสัญชาติไทย ทุกอย่างน่าจะดี หากยายสันที แม่ และวิษณุมีเอกสารพิสูจน์ตนตามสิทธิที่ตนมีอยู่ แต่ด้วยปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ของชีวิต ไม่มีใครมีเอกสารระบุตัวตนและสิทธิอาศัยเลย           

หลังจากการผลักดันแข่งกับเวลาเพื่อให้วิษณุได้ผ่าตัด เจรจาได้รับการยกเว้นค่ารักษาพยาบาล  และต่อรองให้วิษณุไม่ต้องถูกส่งตัวไปที่ ต.ม. เพราะเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่มีบัตรประจำตัวแสดงสิทธิในการได้รับผ่อนผันให้อาศัยชั่วคราวและออกมานอกพื้นที่ๆได้รับอนุญาตวิษณุกลับบ้านไป โดยครอบครัวไม่ต้องหมดเนื้อหมดตัวและเป็นหนี้เพราะค่าผ่าตัดไส้ติ่ง หรือต้องไปอยู่หลังลูกกรงของห้องกักในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง 2550)           

แต่ปัญหาของเด็กชายคนหนึ่งกับครอบครัว ยังไม่หยุดแค่นี้ เรื่องของวิษณุสะท้อนให้เห็นปัญหาที่ส่งผลสะเทือนกับโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่ เป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการคุ้มครองในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ  ถ้าโรงพยาบาลมีคนแบบวิษณุสัก 10 ต่อเดือน น่าเห็นใจว่าโรงพยาบาลจะแบกรับค่าใช้จ่ายสาหัสขนาดไหน 

 เสียงสะท้อนจากแม่ฮ่องสอน: เมื่อโรงพยาบาลต้องจัดการปัญหาสุขภาพของคนต่างด้าวในประเทศไทย ที่ไม่ใช่ประชากรของรัฐอื่น         

หนังสือหารือเรื่อง ขอทราบแนวทางการขึ้นทะเบียน และออกบัตรแก่ประชากรต่างด้าว ที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก และปรากฏอยู่ในฐานกลางของข้อมูลสำนักทะเบียนราษฎร์กลางของกระทรวงมหาดไทย จากผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่แนบท้าย หนังสือตอบข้อหารือจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (2547) เรื่อง การขึ้นทะเบียนและออกบัตรแก่ประชากรต่างด้าวที่มีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก สะท้อนความกังวลของพื้นที่ที่มีประชากร

ที่อยู่อาศัย มีภูมิลำเนา และทำมาหากินอยู่ในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมานาน และมีข้อมูลปรากฏอยู่ในฐานของมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเสมอมา เพียงแต่ทางราชการและหน่วยงานรับผิดชอบ ไม่อาจให้สัญชาติไทยได้ […] เป็นผลให้ขาดโอกาสได้รับบริการสาธารณสุขจากรัฐบาล […] เมื่อเจ็บป่วย จะเป็นภาระมากแก่ครอบครัว และสถานพยาบาลที่จะต้องดูแล           

คำตอบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพเป็นที่ทราบชัดจากนโยบายที่ปรากฏในปัจจุบัน นั่นคือ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น มีสำหรับปวงชนชาวไทย อันหมายถึงผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น            

 ในความเป็นจริง คนต่างด้าว ที่เป็นคนบนพื้นที่สูง ชาวเล คนที่อาศัยมาแต่ดั้งเดิมบนแผ่นดินไทย อดีตผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยจนกลมกลืนกับประเทศไทย ล้วนแต่พบกับความเกิด แก่ เจ็บ ตาย อันเป็นธรรมดาของมนุษย์ โรงพยาบาล สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ที่ตั้งขึ้นเพื่อบำบัดทุกข์ของประชาชน ก็มีหน้าที่ตามหลักจรรยาบรรณ  ความตั้งใจจะที่จะบำบัดทุกข์แก่ประชาชนผู้เจ็บป่วย           

ท่ามกลางทรัพยากรจำกัด สถานพยาบาลจะเอางบประมาณมาจากไหน หากการจัดสรรงบประมาณรายหัว ซึ่งเป็นรายได้หลักประการหนึ่งของโรงพยาบาล ไม่ได้รวมประชาชนตัวจริงในพื้นที่ห่างไกลเหล่านั้นไปด้วย             

ระบบสาธารณสุขไทยที่ "ควร" จะเป็น จะก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านี้อย่างไร เป็นหนึ่งในโจทย์วิจัยที่อยากให้เชื้อเชิญท่านให้ร่วมคิด            

 เรียบเรียงโดย  จุฑิมาศ สุกใส นักวิจัย  โครงการวิจัยเพื่อสำรวจสถานการณ์การดำเนินการของโรงพยาบาลเพื่อการเข้าถึงสุขภาพและการสร้างหลักประกันสุขภาพทางเลือกสำหรับคนไร้รัฐ

เอกสารอ้างอิง ชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง (2550) เมื่อมนุษย์ที่ไม่มีเลข 13 หลัก ป่วยหนัก : กรณีของเด็กชายวิษณุหลานยายเชื้อสายมอญที่เข้าเมืองปี ๒๕๐๖ ป่วยเป็นไส้ติ่งอักเสบเวิล์ด ไวด์ เว็บ http://gotoknow.org/blog/chon-statelessperson/101597 เข้าถึง วันที่ 21 มกราคม 2551 

มติชนรายวัน, หนังสือพิมพ์ รัฐเลือดเย็นคอลัมน์กวนตะกอน วันที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 1034} หน้า 9 

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (2547) การขึ้นทะเบียนและออกบัตรแก่ประชากรต่างด้าวที่มีเลขประจำตัว ๑๓ หลักหนังสือตอบข้อหารือ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๗  นนทบุรี: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ