กลุ่มเสี่ยงกลุ่มนี้มีฃื่อว่า”กลุ่มบานไม่รู้โรย” นอกจากมีการรวมกลุ่มพูดคุยและเล่าเรื่องราวของตัวเองให้สมาชิกที่มีการเจ็บป่วยด้วยโรคเดียวกันแล้ว  เราได้เอากระบวนการ KM มาใช้ในการทำกลุ่มทุกครั้ง จดบันทึกเรื่องเล่าแต่ละครั้งที่ได้มา และเมื่อสมาชิกเจอกันอีกครั้ง(ทุกเดือนต้องมาพบแพทย์) เราก็จะใช้คำถามว่ามีใครได้ลองนำสิ่งที่เพื่อนสมาชิกแนะนำครั้งที่แล้วไปปฏิบัติบ้าง เป็นอย่างไร ทำอย่างไร  สุขภาพดีขึ้นมั้ย โดยมีตัวชี้วัดหลายอย่างเช่น น้ำหนักตัวลดลง ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการดีขึ้นส่งผลให้แพทย์ปรับลดยาลงได้  ตัวผู้ป่วยเองก็จะบอกว่ารู้สึกสบายตัวขึ้นไม่อึดอัด  สิ่งเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดเล่าต่อเพื่อนสมาชิกในกลุ่มด้วยกัน ทำให้เกิดแรงผลักดันด้วยตัวเองที่อยากจะมีความรู้สึกอย่างคนเล่าบ้าง จึงทำให้หลายๆคนที่เคยมีพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนยาก กลับมาปฏิบัติอย่างที่เพื่อนในกลุ่มเล่าให้ฟังว่าทำแล้วเขาดีขึ้น จึงพบว่าการใช้ KM บวกเข้ากับงานประจำที่ทำอยู่ เป็นสิ่งที่ไม่ยุ่งยากอะไรเลย แต่กลับทำให้งานเราง่ายขึ้น ดีขึ้น คนในกลุ่มก็สนิทสนมกันมากขึ้น เพราะคุ้นเคย ทำให้เอื้ออาทรกันมากขึ้นด้วย   ภาพที่เห็นนี้คือ กลุ่มตกลงกันคัดเลือกหัวหน้ากลุ่มขึ้นมาเพื่อประสานงานกับสมาชิกในกลุ่มให้ทั่งถึงยิ่งขึ้นและสัญญาว่าจะช่วยกันดูแลคนในกลุ่มที่เจ็บป่วยให้มีสุขภาพ เปลี่ยนไปในทางดีขึ้น