ช่วงนี้มีวันหยุดยาวๆ รู้สึกดีจังได้พักผ่อนเลยนึกอะไรเพลินๆเกี่ยวกับการทำงานและ KM รวมถึงวันก่อนได้ไปประชุมฟังเรื่อง Quality: Beyond expectationของหน่วยงานที่ผมทำงานอยู่ เลยอยาก shareแนวคิดของผมในเรื่องนี้บ้างว่าบางทีการยึดติดอยู่กับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอาจไม่ใช่คำตอบของการพัฒนาคุณภาพก็ได้ ทุกสิ่งที่นำมาใช้น่าจะเป็นแค่เครื่องมือที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมายที่ดีที่ต้องการคือคุณภาพ ในการพัฒนาหน่วยงาน มีปัจจัยต่างๆมาเกี่ยวข้องด้วยมาก การเอาหลักการมาใช้โดยไม่ประยุกต์อาจจะไม่สำเร็จก็ได้ คนไทยเราเสียโอกาสไปมากมายที่ไม่ค่อยยอมรับความรู้ฝังลึก( Tacit knowledge)ของเรากันเอง ใครคิดอะไรมาถ้าไม่ตรงกับตำราต่างชาติก็มักถูกตำหนิหรือต่อต้านว่าผิด ผมคิดว่าTQAแบบไทยที่เป็นคนง่ายๆสบายๆอาจไม่ตรงกับของต่างประเทศก็ได้ ขอเพียงให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเกิดประโยชน์ และอีกอย่างการบริหารคุณภาพส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของโรงงานที่อาจไม่สอดคล้องกับกิจกรรมของหน่วยงาน การเปิดกว้างให้โอกาสเรียนรู้น่าจะสอดคล้องกับแนวโน้มยุคใหม่ขององค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning organization) ซึ่งคงไม่ใช่แค่เลียนรู้ (Copy&Development) การยึดติดกรอบของทฤษฎีเกินไปอาจทำให้ความคิดสร้างสรรค์(Creative thinking)หรือความคิดนอกกรอบ(Lateral thinking)ไม่เกิดหรือเกิดได้ยากก็ได้ และการมุ่งมั่นทำ High Quality ไม่ควรมุ่งมั่นเพื่อให้ได้แค่ใบรับรอง แต่ควรมุ่งมั่นเพื่อให้องค์กรมีคุณภาพซึ่งอาจไม่ต้องประชุมมาก ไม่เน้นการประชุมแบบทางการแต่เน้นการปรึกษาหารือในโอกาสต่างๆเท่าที่จะอำนวยก็ได้เพราะบางแห่งดูเหมือนประชุมมากแต่จริงๆแล้วเวลาหลบงานของเจ้าหน้าที่รวมกันอาจจะมากกว่าการประชุมเพื่อพัฒนาคุณภาพก็ได้ อยากให้มองว่าทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี ความดีเป็นสากล ระบบริหารคุณภาพเหมือนศาสนา ที่ทุกระบบบริหารคุณภาพจะมุ่งไปสู่การมีคุณภาพ คุณภาพจึงเป็นสากล การจะใช้ระบบริหารคุณภาพใดก็ย่อมแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละองค์กร ครับอาจจะเป็นความเห็นแตกต่าง แต่ไม่น่าจะขัดแย้งเพราะในสังคมประชาธิปไตยการมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไม่จำเป็นต้องอยู่ฝ่ายตรงข้ามกันเสมอไป และนี่เหละคือแนวคิดหนึ่ง ของ KM ในการนำมาใช้พัฒนาองค์กรในมุมมองของผมครับใครมีแง่คิด ด้าน KM อะไรดีๆ ก็เขียนมาบอกกันบ้างก็ได้ครับ