คนเรานี่ก็แปลกเน๊อะ
งานหนักงานหนาเท่าไหร่ถ้าคนเดียวเคยทำมาก็ทำได้ ไม่เครียด ไม่ยุ่ง ไม่วุ่นหัวใจอะไร
แต่ถ้ามีคนมาเพิ่ม มาช่วย แล้วเขากลับอู้ ไม่ทำงาน
งานเดิมที่เคยทำคนเดียวได้แบบสบาย ๆ กลับต้องกลายเป็นงานที่แสนหนักอย่างสาหัส “หนักหัวใจ”

การภาวนาองค์หลวงพ่อสอนให้ฉันเฝ้าทบทวนจิตใจ
เวลาทำงานหรือทำกิจสิ่งใด ต้องพยายามไม่ให้ใจเกิดอกุศลกรรม

มีอะไรก็ทำไป เราทำได้ ก็ทำของเราไป เหนื่อยหน่อยก็ธรรมดา กายเหนื่อยได้ แต่อย่าให้ใจเหนื่อย
สิ่งที่สำคัญ อย่าไปมองเพ่งโทษของคนอื่นเขา
เพราะถ้าทำอย่างเราจะได้รับกรรม คือ ความเศร้าหมองใจเกิดขึ้นกับตนเอง


เขาไม่ทำ ทำไม่ดี อู้งาน เห็นแก่ตัว ก็เรื่องของเขา “กรรมของเขา”
เราต้องไม่นำกรรมของเขามาใส่ในใจเรา
เพราะถ้านำมาใส่ใจเรา กรรมนั้นก็จะตกมาอยู่ที่เราเอง
ความเศร้าหมอง เครียด โกรธ แค้น อาฆาต พยาบาท
จะเปรียบหนึ่งไฟนรกอันสุมอยู่ในอก เกิดเป็นนรกที่ตกอยู่กลางใจ

ถ้าเราไม่ปล่อย ไม่หยุดคิด เครียด แค้น นอกเหนือจากนั้นในทุกเวลา
เขาคนนั้น คนที่เราเคยมองเขาไม่ดี เคยเพ่งโทษเขา
แม้เขาจะก้าวขาซ้าย แล้วก็จะมองเพ่งโทษ
หรือเขาจะก้าวขาขวา แล้วก็จะพลอยเกิดโกรธ
ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เราจะถือโทษ โกรธ พยาบาท เขาร่ำไป

ฉันต้องปล่อยวางความอาฆาต พยาบาท ถือโทษโกรธเคืองเขาออกเสีย
ฉันต้องพยายามให้นำกรรมเครื่องเศร้าหมองเข้ามาใส่ใจ

วางเฉยต่อกรรมของเขา
เมื่อไม่เพ่งโทษเขาแล้ว
ฉันต้องเพียรเมตตาเขาให้มาก ๆ มากกว่าคนอื่น ๆ
ต้องกรุณา เมตตาเขา คิดได้แง่ที่ดีกับเขา

หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย
เมื่อต้องสัมผัสกับเขา เจอหน้าเขา ต้องทำงานร่วมกับเขา
อยู่กับปัจจุบัน
ถ้าเขาอู้อีก ทำผิดอีก เบื้องแรกฉันต้องให้อภัย
เมื่อวางเฉยได้ ไร้อคติ
จากนั้นจึงค่อยบอก ค่อยสอน


คำสอนที่สอน คำกล่าวที่พร่ำบอกนั้น จะไร้อคติ และไร้อารมณ์
คำสอนจะเหลือแต่เหตุผล เหตุผลที่เขาพร้อมจะรับฟังและแก้ไข


เรื่องทุกเรื่องนั้นต้องเริ่มแก้ที่ใจฉันก่อนใจใคร
แก้ใจตนเองได้ สามารถแก้ได้ทุกเรื่อง
แก้ไขที่เสียของตนเอง ให้กลับกลายเป็นใจที่ดี ใจที่สบาย
ใจที่ดี ใจที่สบาย ย่อมทำให้ใจอื่นรอบข้างนั้นสบาย
มองออกไปข้างนอกสบาย มองเข้ามาข้างในก็สบาย
หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย ใจจะดีและใจจะสบาย

สบายด้วยตนเองทำใจตนเองดี สบายกว่าไปทำให้คนอื่นดีเยอะเลย...