การผลิตกุ้งทะเลมาตรฐาน จีเอพี (GAP/Good Aquaculture Practice)

จีเอพี คือ อะไร

           การผลิตกุ้งทะเลให้มีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้ถูกสุขลักษณะที่ดีของฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเลป้องกันการใช้ยา และสารเคมีในการเลี้ยงไม่ให้มีสารตกค้างในเนื้อกุ้ง

การตรวจสอบมาตรฐาน จีเอพี แบ่งเป็น 2 หัวข้อ

       1. สุขอนามัยฟาร์ม (พิจารณาตามหัวข้อ 1-7)
       2. การตรวจสอบสารปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อกุ้ง
           ยาต้านจุลชีพในกลุ่มต่อไปนี้
            - เตรตร้าซัยคลิน (Tetracyclin)
              ออกซี่เตตร้าซัยคลิน (Oxytetracycline)
            - ออกโซลินิก แอซิด (Oxolinic acid)
            - ซัลฟานิลาไมด์ (Sulfanilamide)
            - คลอแรมฟินิคอล (Chloramphenical)
            - ไนโตรฟูแรนส์ (Nitrofurans)
            - ฟลูโอโรควิโนโลน (Fluoroquinolones)
            - นอฟลอกซาซิน (Norfloxacin)

ขั้นตอนการขอใบรับรองการผลิตกุ้งทะเลมาตรฐาน จีเอพี (GAP)

 1. เกษตรกรต้องเป็นสมาชิกหน่วยตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสัตว์น้ำของกรมประมง
2. กรอกแบบคำขอให้ออกใบรับรองการผลิตกุ้งทะเลมาตรฐาน จีเอพี (GAP) กับหน่วยงานของกรมประมง
      3. เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสุขอนามัยฟาร์ม และตรวจสารปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อกุ้ง
      4. ถ้าผ่านการประเมินตามแบบการประเมินของกรมประมงจะได้รับใบรับรองมาตรฐาน จีเอพี (GAP) 

         จากกรมประมงเป็นเวลา 1 ปี

         หลังจากที่การประเมินสุขอนามัยฟาร์มผ่านเกณฑ์มาตรฐานจีเอพี(GAP)และตรวจไม่พบสารปฏิชีวนะตกค้างในปริมาณที่กรมประมงกำหนด กรมประมงจะออกใบรับรองการผลิตกุ้งทะเลตามมาตรฐาน จีเอพี (GAP) ให้กับเกษตรกร โดยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีปรมกระมงที่อยู่ในพื้นที่

เป็นสมาชิก จีเอพี จะได้อะไร

    - ทำให้ผลผลิตกุ้งเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อ
    - ทำให้สภาพแวดล้อมภายในฟาร์มดีขึ้น ถูกสุขลักษณะ
    - ช่วยให้เกษตรกรมีการจัดการเพาะเลี้ยงกุ้งได้อย่างเป็นระบบ

เกณฑ์มาตรฐาน จีเอพี (GAP)

1. การเลือกสถานที่
            1.1 มีการคมนาคมสะดวก และอยู่ในที่น้ำท่วมไม่ถึง
            1.2 อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี และไม่อยู่ในอิทธิพลของแหล่งกำเนิดมลภาวะ
            1.3 เกษตรกรผู้เลี้ยงต้องขึ้นทะเบียนฟาร์มและเป็นสมาชิกหน่วยตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสัตว์น้ำกับกรมประมง
2. การจัดการการเลี้ยงทั่วไป
            2.1 อุปกรณ์และโรงเรือนต้องอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดี
            2.2 มีการวางผังฟาร์มเลี้ยงที่ถูกต้องตามหลักการเลี้ยงกุ้งทะเล
            2.3 มีการเตรียมน้ำ ดินและตะกอนเลนก่อนการเลี้ยงกุ้งอย่างเหมาะสม
            2.4 มีการปล่อยกุ้งที่มีคุณภาพดี ความหนาแน่นและอายุที่เหมาะสม
            2.5 มีการติดตั้งเครื่องเพิ่มอากาศอย่างเหมาะสมและมีการจัดการรักษาคุณภาพน้ำและดินที่ดี
3. อาหาร การให้อาหาร และปัจจัยการผลิตกุ้งทะเล
            3.1 เลือกใช้อาหารกุ้งที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ
            3.2 เก็บอาหารกุ้งไว้ในที่ร่ม เย็นและไม่ชื้นแฉะ
            3.3 มีวิธีการจัดการให้อาหารที่มีประสิทธิภาพ ให้อาหารสดในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
            3.4 ปัจจัยการผลิตที่ใช้เสริมสร้างความแข็งแรงของกุ้งและ/หรือรักษาคุณภาพน้ำจะต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ
4. การจัดการสุขภาพ และการแก้ไขปัญหาโรคกุ้ง
            4.1 ตรวจคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงอยู่เป็นประจำ
            4.2 มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคกุ้งที่มีประสิทธิภาพ
            4.3 เมื่อต้องการรักษาโรคกุ้งควรใช้ยาปฏิชีวนะที่อนุญาตให้ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ
5. สุขอนามัยฟาร์ม
            5.1 มีการทิ้งและกำจัดขยะสิ่งปฏิกูลจากฟาร์มอย่างถูกวิธี
            5.2 เก็บรักษาปัจจัยการผลิต วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆในลักษณะที่ดีไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ที่เป็นพาหะของโรค
            5.3 มีห้องสุขาที่ถูกต้องตามหลักอนามัย
            5.4 น้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้งมีปริมาณแบคทีเรีย (Total coliform และ Feacal coliform)ไม่เกินค่าที่กำหนดไว้
6. การเก็บเกี่ยวผลผลิตและการขนส่ง
            6.1 เกษตรกรต้องวางแผนการจับและจำหน่าย โดยเน้นการรักษาความสด และความสะอาด
            6.2 มีรายงานผลการสุ่มตรวจยาปฏิชีวนะตกค้างในผลผลิตกุ้ง และมีใบกำกับการจำหน่ายลูกพันธุ์สัตว์น้ำ
                (FMD) หรือใบกำกับการจำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำ (MD)
7. การจดบันทึกข้อมูล
            มีบันทึกการจัดการเลี้ยง การให้อาหาร การใช้ยาและสารเคมีที่ถูกต้องสม่ำเสมอ มีความทันสมัย

ที่มา  http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/CoC.htm