ระเบียบว่าด้วยการเข้าไปทำการประมงในสหภาพพม่า (เก่า) 

       ภายหลังจากที่ประเทศสหภาพพม่าได้ประกาศปิดน่านน้ำเมื่อเดือนตุลาคม 2542 ทำให้เรือประมงไทยที่เข้าไปทำการประมงในน่านน้ำพม่าต้องนำเรือกลับประเทศ และไม่สามารถกลับเข้าไปทำการประมงได้ตามปกติ รัฐบาลได้ดำเนินการเจรจากับทางการพม่าอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ จนกระทั่งในที่สุดพม่าได้เปิดน่านน้ำเพื่อการประมงอีกครั้งหนึ่งในเดือนตุลาคม 2544 ได้มีการเจรจาในระดับรายละเอียดและมีข้อสรุปเกี่ยวกับระเบียบเงื่อนไขในการเข้าไปทำการประมงในน่านน้ำพม่า ดังนี้

1. จะไม่มีการให้สิทธิการทำการประมง (Fishing Rights) แก่เรือประมงต่างชาติ (โดยการจ่ายค่าธรรมเนียมการจับสัตว์น้ำ การรับสัมปทานการจับสัตว์น้ำ และการขนสัตว์น้ำไปตลาดต่างประเทศโดยตรง โดยไม่แจ้งจำนวน-ชนิด-มูลค่าสัตว์น้ำ เป็นต้น)

2. การอนุญาตจับสัตว์น้ำแก่เรือประมงต่างชาติจะให้ผ่านบริษัทร่วมลงทุนเท่านั้น (Joint Venture Company) และอยู่ภายใต้แผนงาน Joint Venture Fishing Programs ซึ่งจะให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องบนบกด้วย

3. บริษัทร่วมลงทุนจะต้องยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการการลงทุนของพม่า (Myanmar Investment Commission, MIC) พิจารณาอนุมัติ และพม่าจะอนุญาตให้เข้าไปทำการประมงได้ในระหว่างที่ยื่นคำร้องขออนุญาตจัดตั้งบริษัท/ลงทุนจาก MIC

4. การจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน มี 3 วิธี คือ

4.1 ระหว่างบริษัทต่างชาติและกรมประมง
4.2
ระหว่างบริษัทต่างชาติและบริษัทร่วมลงทุนที่มีอยู่เดิม
4.3
ระหว่างบริษัทต่างชาติและบริษัทพม่า

5. บริษัทร่วมลงทุนจะต้องลงทุน (ก่อสร้างและดำเนินการ) ในกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปนี้

5.1 โรงน้ำแข็ง ห้องเย็น
5.2
โรงงานปลากระป๋อง
5.3 โรงงานอบแห้ง (
Dehydration Plant)
5.4
โรงงานปลาป่น
5.5
โรงงานอวน
5.6
อู่ต่อเรือประมง
5.7
อู่ซ่อมเรือ
5.8 การซ่อมแซมบนบก (
Onshore Repair Facilities)
5.9
การเพาะเลี้ยงกุ้ง/กุ้งน้ำจืด/ทะเล โรงเพาะฟักและธุรกิจต่อเนื่อง
5.10
อุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ บนบก

6. เขตทำการประมง

6.1 เรือประมงของบริษัทร่วมลงทุนต้องทำการประมงนอกเขตทะเลอาณาเขต (หลังเขต12 ไมล์ จาก เส้นฐาน)
6.2 ให้ทำประมงในพื้นที่อนุญาตในเขตเศรษฐกิจจำเพาะที่กรมประมงพม่ากำหนดเท่านั้น

7. กรมประมงพม่าจะกำหนดเรือประมงที่สามารถทำการประมงในเขตทำการประมงที่กำหนด โดยยึดหลักเกณฑ์ศักยภาพของการประมง อัตราการจับและสมรรถนะของเรือ

8. ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต
8.1 เรืออวนลากและเรืออวนล้อม - 10 เหรียญ/GRT/
เดือน
8.2 เรือเบ็ดราว 10 เหรียญ/GRT/
เดือน
8.3 เรือแม่ - น้อยกว่า 100 ตันกรอส ตันกรอสละ 5 เหรียญ/เที่ยว - ระหว่าง 100 - 150 ตันกรอส ตันกรอสละ 4 เหรียญ/เที่ยว - ระหว่าง 150 - 250 ตันกรอส ตันกรอสละ 3
เหรียญ/เที่ยว
8.4 ค่าจดทะเบียน - 50
เหรียญ/ลำ

9. การแบ่งผลประโยชน์จากการจับ (Catch Sharing) ต้องแบ่งผลประโยชน์จากการจับให้รัฐบาลพม่า (กรมประมง) ร้อยละ 15 ของสัตว์น้ำที่จับได้ (ในรูปมูลค่าหรือสัตว์น้ำ (in kind))

10. ภาษี (Tax) เก็บร้อยละ 10 ของมูลค่าสัตว์น้ำที่ส่งออกเป็นเงินเหรียญสหรัฐ

11. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการใช้ท่าเรือ ค่าธรรมเนียมการใช้ไฟ เป็นต้น บริษัทร่วมลงทุนเป็นผู้รับผิดชอบ

12. ลูกเรือ ( Fishing Crew)

12.1 ชาวพม่า 5 คน ในช่วง 4 เดือน
12.2 ชาวพม่า 7 - 10 คน ในช่วง 6
เดือน
12.3 ลูกเรือชาวพม่าครึ่งหนึ่งหลังจาก 6
เดือน แล้ว
12.4 เจ้าหน้าที่กรมประมง 1 คน โดยบริษัทร่วมลงทุนออกค่าใช้จ่ายให้

13. จุดตรวจ (Check Points) และถ่ายปลา สิตต่วย ตันด่วย มะริด เกาะสอง ไฮจิ และย่างกุ้ง

14. การขนส่งสัตว์น้ำ

14.1 สัตว์น้ำที่จับได้ทั้งหมดจะต้องนำขึ้นที่ท่าเรือ ประเมินราคา ขาย และขนถ่ายไปเรือแม่เพื่อส่งออก
14.2
ไม่อนุญาตให้ส่งสัตว์น้ำออกนอกประเทศโดยเรือประมง

15. เงินประกันความเสียหาย ( Security Deposit)

15.1 ต้องวางเงินประกันความเสียหายจำนวน 100,000 เหรียญสหรัฐ ที่กรมประมงพม่า
15.2
เงินประกันจำนวนนี้ จะใช้สำหรับเป็นค่าธรรมเนียมในการต่อใบอนุญาตจับสัตว์น้ำ และ จ่ายเป็นค่าปรับกรณีกระทำผิด เป็นต้น
15.3
จำนวนเงินประกันที่เหลือสามารถขอคืนได้

16. พันธบัตรประกันการลงทุน (Performance Bond) จะต้องมีการวางพันธบัตรประกันการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่กระประมง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมี

--------------------------------------------------------------------------------

คุณสมบัติและหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะเข้าไปทำ การประมงในประเทศสหภาพพม่า   

   เนื่องจากการเปิดน่านน้ำของพม่าในครั้งใหม่นี้ ฝ่ายไทยและฝ่ายพม่ามีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรได้มีกลไกในการกำกับดูแลการทำประมงร่วมกัน เพื่อให้การทำประมงมีความยั่งยืนบนผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวการกรมประมงของพม่าจึงขอให้กรมประมงไทยพิจารณากลั่นกรองผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปร่วมทุนกับฝ่ายไทยเพื่อนำเรือประมงไทยเข้าไปจับปลา โดยการออกหนังสือรับรองให้กับผู้ประกอบการเพื่อนำไปแสดงต่อพม่า กรมประมงจึงได้ออกระเบียบกรมประมงว่าด้วยการประกอบการประมงในประเทศสหภาพพม่า พ.ศ.2545 เกี่ยวกับการกำหนดขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการทำการประมงในน่านน้ำประเทศสหภาพพม่า และการออกหนังสือรับรองสำหรับผู้ประกอบการประมงร่วมกับประเทศสหภาพพม่า ซึ่งผู้ประกอบการต้องยื่นหลักฐานประกอบการขอ ดังนี้

1. สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทหรือของหุ้นส่วนผู้จัดการในกรณีที่เป็น นิติบุคคล

2. หนังสือมอบอำนาจในกรณีไม่ได้ยื่นคำขอด้วยตนเอง

3. เอกสารจากกรมประมงหรือหน่วยงานอื่นใดในประเทศสหภาพพม่า ซึ่งแสดงว่าผู้ประกอบการเป็นผู้ได้รับโอกาสให้เข้าไปทำการร่วมกับฝ่ายพม่า หรือเอกสารอื่นใดที่ผู้ประกอบการได้ไปตกลงทำสัญญาทำการประมงร่วมกับฝ่ายพม่า

4. หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกของสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย

5. หนังสือแสดงความประสงค์ของเจ้าของเรือประมง เพื่อเข้าร่วมโครงการทำการประมงในประเทศสหภาพพม่า ของเจ้าของเรือประมงไม่น้อยกว่า 5 ลำ พร้อมสำเนาทะเบียนเรือไทยและใบอนุญาตใช้เรือ

6. หนังสือคำมั่นของผู้ประกอบการทำการประมงในน่านน้ำประเทศสหภาพพม่าต่อกรมประมง ว่าด้วยการปฏิบัติการทำประมงในน่านน้ำประเทศสหภาพพม่า ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

6.1 ข้าพเจ้าจะปฏิบัติตามข้อตกลง ระเบียบกฏเกณฑ์ว่าด้วยการเข้าไปทำการประมงในประเทศสหภาพม่าทุกประการ
6.2
ข้าพเจ้าเข้าใจในภาระหน้าที่ควบคุมดูแลเรือประมงที่เข้าร่วมโครงการกับข้าพเจ้า เพื่อให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อตกลง ระเบียบ กฎเกณฑ์ว่าด้วยการเข้าไปทำการประมงในประเทศสหภาพพม่าทุกประการ
6.3
ข้าพเจ้าจะชี้แจงข้อปฏิบัติและเงื่อนไขในการทำประมงให้เจ้าของเรือประมง ผู้ควบคุมเรือ และลูกเรือประมงทราบ โดยละเอียดก่อนที่เรือประมงจะออกเดินทางไปทำการประมง
6.4
ข้าพเจ้ามีหน้าที่รวบรวมทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ อาชญาบัตรการทำ การประมงนอกน่านน้ำ และใบอนุญาตผ่านน่านน้ำเข้าไปในประเทศสหภาพพม่า เพื่อนำเรือออกไปทำการประมงในประเทศนี้เสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมประมง เพื่อตรวจสอบ
6.5
ข้าพเจ้าจะดำเนินการเพื่อให้เจ้าของเรือประมงที่เข้าร่วมโครงการรายงาน การนำเรือออกไปทำการประมง และนำเรือเข้าเทียบท่ากับประมงจังหวัดในภูมิลำเนาของเจ้าของเรือ เพื่อลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและเก็บข้อมูล
6.6
ข้าพเจ้าจะร่วมรับผิดชอบกับเจ้าของเรือเพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่ถูกจับกุม ตามหลักมนุษยธรรมหากเรือประมงได้กระทำความผิดและถูกจับกุม ในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหนังสือคำมั่น กรมประมงจะพิจารณาถอนชื่อผู้ประกอบการประมงในน่านน้ำประเทศสหภาพพม่า เป็นการชั่วคราวหรือถาวรแล้วแต่กรณี

--------------------------------------------------------------------------------
หน้าที่ของเจ้าของเรือหรือไต้ก๋งในการทำ การประมงในประเทศสหภาพพม่า

เจ้าของเรือประมงอาจเป็นผู้ประกอบการเองหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามและกำกับดูแลไต้ก๋งและลูกเรือ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทั้งก่อนและหลังที่ออกไปทำการประมงในประเทศ สหภาพพม่า ดังนี้

1. เจ้าของเรือหรือไต้ก๋งเรือต้องดำเนินการเพื่อให้มีทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ อาชญาบัตรทำการประมงนอกน่านน้ำ ใบผ่านน่านน้ำจากพม่าหรือใบอนุญาตทำการประมงในพม่า เพื่อเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมประมง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนออกเดินทางไปทำการประมง โดยสามารถดำเนินการผ่านผู้ประกอบการที่เรือนั้นเข้าร่วมโครงการอยู่

2. เจ้าของเรือหรือไต้ก๋ง ต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อตกลง ระเบียบ กฎเกณฑ์ว่าด้วยการเข้าไปทำการประมงในประเทศพม่า และชี้แจงรายละเอียดให้กับลูกเรือประมงทราบ

3. เจ้าของเรือหรือไต้ก๋งเรือต้องนำเรือประมงไปแจ้งเข้าออกไปทำการประมงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมประมงในภูมิลำเนาที่เรือเทียบท่า เพื่อขอรับ "ใบผ่านตรวจประมง" เป็นภาษาอังกฤษเพื่อไว้ประจำเรือ

4. เจ้าของเรือและไต้ก๋งเรือต้องรับผิดชอบร่วมกับผู้ประกอบการประมง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกเรือ ในกรณีถูกจับหรือประสบเคราะห์กรรม ตามหลักมนุษยธรรม

   ที่มา  http://www.navy.mi.th/thaiasa/boat31.html