บ่อยครั้ง ที่เราเห็นภาพไม่ใช่เสมอไป หากเราด่วนตัดสินใจ แต่หากเราใส่ใจเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆ หากเราผิด สิ่งที่สำคัญ คือ การขอโทษ
มุมมองคนเราแต่ละด้านในแตกต่างกันไป ตามภูมิปัญญา ประสบการณ์การเรียนรู้ มีบ่อยครั้งที่เราไม่ค่อยเข้าใจในการกระทำของคนอื่น หากเราคิด อาจไม่ใช่เสมอไป
การเรียนรู้พฤติกรรมของเด็ก กับการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียน และที่บ้าน เราเองทั้งในฐานะผู้ปกครอง ก็มองเด็กผิดไป เพราะคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ต้องกับเราบ้าง หรือเราได้ยินได้ฟัง ได้เห็นแค่เศษเสี้ยว ก็จับตีความกันไป
"ลูกแก ทำจักรยานพังอีกแล้ว" ยายฟ้องแต่เช้า
"ผมไม่ผิด ก็มันพัง" เด็กตอบ
"ก็กูเห็นมึงทำเมื่อวาน เอาฝาน้ำอัดลมมาใส่เบาะรถ" ยายพูด
" น้องไม่ได้ใส่ " เด็กเถียงเสียงดัง
"ไหนดูสิ" แม่ขอดูจักรยาน "ที่แท้ก็เบาะเลื่อนลงมา เป็นรูของเหล็กที่กำลังจะทะลุเบาะ"
"ทำไมไม่บอกยายละลูก" แม่แนะ
"ก็ยายมันไม่เชื่อน้อง" เด็กตอบ ท่าทางเสียใจ
นี่ก็อีกประเด็นหนึ่งที่โรงเรียน
"ทำไมยางลบน้องหายทุกวันครับ"แม่ถาม
"เพื่อนมาเอาไปครับ" เด็กตอบ
"ทำไมไม่เก็บดี ๆ หรือ หากเพื่อนมาเอาก็บอกเขา ให้ยืมแล้วอย่าลืมคืนให้นะ" แม่แนะ
"ผมบอกแล้ว เพื่อนไม่เชื่อ" เด็กพูดต่อ
" ทำไมไม่บอกครูล่ะลูก ขโมยของคนอื่นไม่ดีนะ" แม่แนะต่อ
" ผมบอกแล้ว แต่ครูไม่เชื่อ เขาว่าผมขี้ฟ้อง ทีหลังอย่าฟ้องครูอีกนะ" เด็กน้อยใจ
บ่อยครั้ง ที่เราเห็นภาพไม่ใช่เสมอไป หากเราด่วนตัดสินใจ แต่หากเราใส่ใจเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆ หากเราผิด สิ่งที่สำคัญ คือ การขอโทษ
เพราะไม่มีใครที่จะเหนือกว่ากันได้ การที่เราคิดก่อนพูดด้วยความโกรธ อาจมีอารมณ์ต่อต้านไม่น่าฟัง ควรเริ่มพุดเชิงบวก พูดสั้น ๆ เข้าใจง่าย พูดดี ๆ ในความเป็นจริง ก็จะเป็นการส่งเสริมความวินัยกับเด็ก เมื่อเด็กโตขึ้นจะได้ไม่สับสนในการกระทำของผู้ใหญ่