ทางจักรยานเส้นนี้เกิดจากความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้จักรยานร่วมใช้เส้นทาง โดยปราศจากการบังคับ แต่คนน่านมีน้ำใจต่อกันเสมอมาอยู่ก่อนแล้ว จึงเป็นการจัดการความรู้ที่นำทุนความสัมพันธ์มาใช้
วันมาฆะบูชา 13
ก.พ. 49
วันแห่งความรัก เมตตา และอาทร ที่คนน่านนำโดย นายปริญญา ปานทอง
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และประชาชนคนน่าน
ร่วมขี่รักรยานในเส้นทางเลาะริมฝั่งน้ำน่าน
ซึ่งจะเป็นทางจักรยานที่ผู้ใช้รถใช้ถนนเอื้อเฟื้อน้ำใจต่อกัน
ยาวประมาณ 4 กิโลเมตร
คาดว่าจะมีจักรยานใช้เส้นทางนี้ในแต่ละวันหลายร้อยคัน ทางจักรยานน่านจึงไม่ใช่การรณรงค์ขี่กันวันเดียวเลิกทางจักรยานน่านจึงไม่ใช่การตีเส้นแบ่งช่องทางให้จักรยาน
แต่ทางจักรยานน่านคือการแบ่งปันโอกาสให้จักรยานร่วมใช้เส้นทางอย่างมั่นใจในความปลอดภัยกว่าเดิม
ดีใจแทนคนน่านด้วยครับที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกัน สิ่งที่ท่านได้ทำนั้นคือการน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างจริงจัง อย่างนี้ก็ไม่ต้องขยายถนน และยังประหยัดน้ำมั้นได้มากโข
ดีใจแทนคนน่านด้วยครับที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกัน สิ่งที่ท่านได้ทำนั้นคือการน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างจริงจัง อย่างนี้ก็ไม่ต้องขยายถนน และยังประหยัดน้ำมั้นได้มากโข
ได้ยินมานานว่า "เมืองน่าน" น่าอยู่ ผู้คนมีน้ำใจ
น่าอิจฉาคนเมืองน่านนะครับ แต่รู้มาว่าที่นั่นประชาคมเมืองน่านมีความเข้มแข็งมาก เริ่มได้กลิ่น KM จัดการความรู้ บ้างแล้ว แต่คงต้องติดต่อกับคนเมืองน่านอีกที คงคุยกันยาว อยากรู้เหมือนกันว่าทำจัดการความรู้กันบ้างหรือไม่ และอย่างไร เผื่อจะแบ่งปันความรู้ให้คนอื่นๆ และเครือข่ายอื่นบ้างครับ
คงต้องฝากเนื้อฝากตัวกับหมอชาตรี ไว้ที่นี้นะครับ
เผื่อจะได้รับการอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่
ป.ล. หมอชาตรี ถ่ายรูปสวยมากๆครับ (นับถือครับ)
ยินดีต้อนรับคุณแขก รวมถึงพี่น้องและผองเพื่อนที่จะมาช่วยเติมเต็มความรู้ แลคืนความรู้แก่แผ่นดินครับ
ไม่ได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ เรียนให้ทราบว่า 2-3 วันที่ผ่านมา ทราบว่าที่ประชุมศาลากลาง ประกาศน่านเมืองจักรยาน รายละเอียดคงต้องถามคนอยู่ในเหตุการณ์ และเมื่อ 2-3 วันหัว และท้ายถนน ราษฏร์อำนวย เทศบาลนำป้ายผ้า ขึ้นให้เห็น ข้อความ โปรดมีน้ำใจให้ผู้ใช้จักรยาน ยอดเยี่ยมจริง ๆ ขอยกย่อง