สถาบันครอบครัว

          ผมเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับการไม่ยอมแพ้ของคน  สรุปได้ว่าความมีน้ำใจนักกีฬา ที่รุ้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ของคนในสังคมยุคนี้ เริ่มลดน้อย ถอยลงอย่างเห็นได้ชัด ทางออกหลายคนบอกว่าต้องแก้ไข ตั้งแต่สถาบันครอบครัว เมื่อคำตอบเป็นอย่างนี้ ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ ที่พบเห็นด้วยตัวเอง เมื่อ 5 - 6 วันที่แล้ว อดไม่ได้ที่จะนำมาเล่าให้ฟัง เพราะเกี่ยวพันกับเรื่องที่เรากำลังพูดถึงขณะนี้

         ผมไปออกกำลังกาย ที่สระแก้ว สระขวัญ หลังจากที่เดินไป 3 รอบ และวิ่งอีก 2 รอบ ซึ่งก็เพียงพอแล้ว สำหรับคนแก่อย่างผม ผมมาผ่อนคลายด้วยการดัดเนื้อดัดตนที่บริเวณลานจอดรถ  ขณะดัดตัวไปมา สายตาเหลือบไปเห็น พ่อ แม่ ลูก เขามาออกกำลังกายด้วยกัน แม่ใช้ไม้พลอง ในการออกท่าบริหาร  พ่อกับลูกเล่นแบดมินตัน

         ผมเห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้  ครอบครัวนี้น่าจะเป็นครอบครัวตัวอย่างในการรักษาดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี  เห็นแล้วอยากกลับไปมีลูกเล็กอีกครั้งหนึ่ง  เด็กผู้ชายคนนั้น กะว่าเรียนประมาณชั้น ป.1 ตีแบดกับพ่อไปก็คุยทับพ่อตลอดเวลา พ่อแกล้งตีแพ้ตลอด  ผมอดที่จะแอบชมคนเป็นพ่อ  คนอะไรก็ไม่รู้ สร้างความมั่นใจให้ลูกได้ดีเยี่ยมอะไรปานนั้น 

         และแล้วความชื่นชมทั้งหลายทั้งปวงก็มลายหายไปสิ้น  พ่อลูกคงจะเบื่อการตีแบดมินตัน ก็เลยชวนกันวิ่งแข่ง ระยะทางก็ไม่ไกลเลยครับ ประมาณ 20 เมตรคงจะได้  เริ่มต้นลูกโกยแนบเลย พ่อก้าวยาว ๆ คุมเชิง พอใกล้รถที่จอด เขาตกลงกันว่าใครแตะรถก่อนเป็นผู้ชนะ พ่อเร่งความเร็วเอามือแตะรถก่อน  ลูกไม่ยอมครับขอแข่งใหม่ พ่อบอกเหนื่อย ลูกทิ้งตัวลงพื้นร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร สุดท้ายพ่อต้องยอมแข่งใหม่ และแพ้ลูกไปตามฟอร์ม

        ตรงนี้มันบอกอะไรเรา ครอบครัวไทย น่าจะมีส่วนสร้างความไม่มีน้ำใจนักกีฬาให้เกิดขึ้นในสังคมหรือเปล่า  ในขณะเดียวกัน ความรักลูก มันก็เป็นเรื่องสำคัญ ด้วยมิใช่หรือ  วานท่านสาธุชนทั้งหลาย สาธยายให้เป็นบุญเป็นกุศลทีเถิด