กฤษฎีกา, พระราช~
คำว่า พระราชกฤษฎีกา เป็นศัพท์กฎหมาย เป็นญาติโดยรากศัพท์กับคำที่เรารู้จักกันดีคือคำว่า กติกา ซึ่งแผลงมาจาก “กิตฺตกา” แปลว่า อันตั้งไว้ เพราะฉะนั้น หนังสือ อักขราภิธานศรับท์ จึงให้ความหมายว่า “พระราชกำหนด” หรือ กฎของพระราชา ซึ่งมีความหมายอย่างกว้างที่สุด คำนี้ยังมีความสัมพันธ์ในเชิงนิรุกติประวัติกับคำว่า กฤต หรือ กิจ แปลว่า การกระทำ เมื่อสมเด็จพระมหาธรรมราชา (รามราชาธิราช) ทรงตราพระราชบัญญัติลักพา ณ เมืองกำแพงเพชรศรีวิมลาศน์ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1395 ตรงกับ พ.ศ. 1938 นั้น ได้เสด็จเสวยสุขในพระที่นั่งตรีมุขแล้วโปรดฯ ให้ “ตั้งกฤตย์” ซึ่งก็คือ การประกอบพิธีทางไสยศาสตร์ (invoking magic) เพราะฉะนั้น การตั้งพระราชกฤษฎีกาจึงเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง และในภาษาเก่าบางแห่งเขียนว่า “กฤตยฎีกา”
เนื่องจากนักปราชญ์สมัยก่อนมีความละเอียดลออในการใช้ศัพท์กฎหมาย ศัพท์ที่สร้างขึ้นมาในชั้นต้นจะต้องมีความหมายโดยเฉพาะ ก่อนที่จะมีความหมายขยายหรือ ความหมายปริยาย การใช้คำว่า พระราชกฤษฎีกา ในสมัยอยุธยาและในกฎหมายตราสามดวงก็เช่นกัน ไม่ควรเอาความหมายความเข้าใจในปัจจุบันไปครอบ เนื่องจากคำว่า กฤษฎีกา มาจาก กติกา ซึ่งแปลว่า ข้อตกลง ข้อกำหนด ซึ่งได้ตั้งขึ้นเป็นกรณีๆ ไป เช่น ถ้าทำผิดอย่างนี้ กติกาหรือข้อกำหนดในการลงโทษให้เป็นอย่างนี้ ยกตัวอย่างมีพระราชกฤษฎีกา (กติกา) ว่า ชายมีภรรยาแล้วไปข่มขืน หรือ ข่มขืนกระทำชำเราเด็กยังไม่มีระดู ให้มีโทษอย่างนั้นอย่างนี้ กติกาแต่ละข้อกำหนดไว้เป็นมาตราๆ ไปในพระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่พระมหากษัตริย์ทรงตั้งขึ้น ส่วนพระราชบัญญัติต่างๆ ตามลำดับเวลานั้นถูกชำระขึ้นไว้เป็นหมวดๆ ตามมูลคดี เรียกว่า พระไอยการ หรือ บทพระไอยการ พันตรีเจมส์ โลว์ ผู้ศึกษากฎหมายโบราณของไทยและแต่งหนังสือ The Law of Meung Thai (1) ใช้คำว่า Digests (ตัวบทกฎหมายที่ทำขึ้นเป็นประมวลแล้ว) เพื่อแปลคำว่า “บทพระไอยการ”
ในพระราชบัญญัติใหม่มีความหลายตอนที่อ้างถึงคำว่า พระราชกฤษฎีกา
"พระเกษมราชสุภาวดีศรีมนธาดูลราชกราบบังคมทูลพระกรรุณา ด้วยพญานนทบุรีศรีมหาสมุดกรมการ บอกส่งระวางนายเทษบลัดเวรมหาดเลกฟ้องว่า ไปราชการขนอิดณกรุงเก่าอยู่ภายหลังนายเกิดทำชู้ด้วยฉิมภรรยานายเทษจะให้ไหมนายเกิดชายชู้ พบพระราชกฤษฎีกาบทหนึ่งว่า ผัวไปราชการต่างเมืองเมียมีชู้ให้ไหมทวีคูน บทหนึ่งว่า ผัวไปค้าเมืองเดียวกันปีหนึ่งมิมาขาดจากผัวเมียกัน เมืองใดเปนเมืองเดียวเมืองใดเปนต่างเมือง ในบทพระไอยะการมิได้มี ข้าพเจ้ามิรู้ที่ปรับ
ที่ข้อสัญญาว่าให้บุตรพญาอภัยษรเพลิงกินนมอีเขียวจนใหญ่หย่านมแล้วค่าตัวอีเขียวไม่เอา แลอีเขียวให้กินนม 3 ปีเศศ จะลดเงินค่าตัวประการใดไม่พบพระราชกฤษฎีกา
พบพระไอยะการแต่ว่าชายมีเมียแล้วข่มขืนเดกไม่รู้เดียงษา ที่ชายไม่มีเมียข่มขืนเดกไม่รู้เดียงษานั้น มิได้พบพระราชกฤษฎีกาจึ่งมีพระราชโองการมาณพระบันทูลสูระสิงหนาทดำหรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า ทุกวันนี้ชายพาลทุจริตหยาบช้าไม่มีหิริโอตัปะทำชุกชุมขึ้น"
คำว่า พระราชกฤษฎีกาในทุกที่หมายถึง “ข้อกำหนด” หรือ “กติกา” บทพระราชกฤษฎีกา คือ บท หรือ มาตรา ต่างๆ ที่เขียนระบุข้อกำหนดหรือกติกา (เงื่อนไขแห่งโทษและลักษณะโทษ)
[(1) เอกสารหายากนี้ ผมได้นำมาพิมพ์เผยแพร่ใหม่ในหนังสือ นีติปรัชญาไทย: ประกาศพระราชปรารภ หลักอินทภาษ พระธรรมสาตร และ On the Laws of Mu’ang Thai or Siam, จัดพิมพ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พุทธศักราช 2548 (กรุงเทพฯ: โครงการวิจัย “กฎหมายตราสามดวง: ประมวลกฎหมายไทยในฐานะมรดกโลก, 2549)]
สุภาวดีแปลว่าอะไร
ขอบคุณและเป็นประโยชน์มากๆ คะ
อาจารย์ให้หารากศัพท์ของคำต่างๆ ในกฎหมายไทย
เพิ่งเจอคำนี้คำแรกเป็นประโยชนฒากเลย
ขอบคุณคะ