เมื่อคืนวันจันทร์  หลังจากเดินทางออกจากเกาะช้าง  เพื่อมาเข้าที่พักที่หาดทรายทอง  รีสอร์ท  อ.ท่าใหม่  จ.จันทบุรี  ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ประมาณ 2 กิโลเมตร ในช่วงกลางคืนเมื่อเดินตรวจดูความเรียบร้อย  พร้อมกับสอบถามสารทุกข์สุกดิบของนักศึกษาแล้ว  ก่อนจะเข้านอนพอมีเวลาอยู่บ้าง  ผู้วิจัยจึงมานั่งเรียบเรียงความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับการประชุมสัญจรฯ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา  โดยความคิดเห็นนี้เป็นของผู้วิจัยเพียงคนเดียวนะคะ  ส่วนของคนอื่นๆก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ารู้สึกกันอย่างไร  (ความจริงจะบอกว่าไม่ทราบก็ไม่เชิงค่ะ  ความจริงก็พอทราบอยู่บ้าง  แต่อยากจะให้เจ้าตัวเข้ามาเขียนเองจะดีกว่าค่ะ)

     สำหรับผู้วิจัยแล้ว  มีความเห็นต่อการประชุมเครือข่ายฯในครั้งนี้  ดังนี้ค่ะ

     1.หงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง  เนื่องจาก 

         1.1เรื่องที่ผู้วิจัยได้ list ออกมาเพื่อให้ประธานฯนำเข้าที่ประชุมนั้น  ไม่ได้มีการพูดถึงในที่ประชุมหลายเรื่อง  ทั้งๆที่เรื่องเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากความคิดของผู้วิจัย  แต่เป็นเรื่องที่มีการเรียกร้องกันขึ้นมา  หรือมีการสัญญาตกลงกันว่าจะเอาเข้าที่ประชุม  แต่พอถึงเวลาจริงๆประธานฯกลับไม่นำเข้าที่ประชุม  (สำหรับสาเหตุนั้นผู้วิจัยเห็นว่าคงมาจากหลายอย่าง  เช่น  เวลาไม่พอ  ประธานฯลืม  เนื่องจาก  ไม่ได้จดบันทึกเอาไว้  เป็นต้น)  สิ่งนี้ผู้วิจัยเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก  โดยเฉพาะเรื่องต่างๆที่ประธานฯได้รับปากเอาไว้กับกรรมการบริหารหรือแม้กระทั่งกรรมการเครือข่ายฯ (ในคราวที่ประชุมเตรียมงานตำบลละแสน  และการลงพื้นที่เก็บข้อมูลแต่ละกลุ่ม)  เนื่องจาก  อาจทำให้คณะกรรมการเห็นว่าเครือข่ายฯไม่ใส่ใจ  ไม่มีความจริงใจในการทำงาน  และที่สำคัญ  คือ  ทำให้งานไม่เดิน  ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข  เรื่องดีๆไม่ได้รับการถ่ายทอด 

         1.2ประธานฯจะต้องคุมสถานการณ์ให้ได้ดีกว่านี้  บางครั้งต้องเด็ดขาด  แม้ว่าอาจถูกมองว่าเผด็จการก็ตาม  ต้องไม่เอาบรรยากาศ  หรือ  คำพูดบางคำพูด ของผู้เข้าร่วมประชุมมาเก็บเป็นอารมณ์  และตอบโต้ออกไปอย่างทันทีทันควัน  หรืออย่างเอาแต่ใจตนเอง  เพราะ  จะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมขาดความเชื่อถือ

        1.3การใช้คำพูด (ที่ดูเหมือนว่าจะพยายามปัดความรับผิดชอบ)ของประธานฯ  บ่งบอกให้เห็นว่าการเป็นประธานฯได้  ไม่ได้หมายความว่า  จะเป็นคุณอำนวยได้  เนื่องจากคุณอำนวยที่ดีต้องมีทักษะในการพูด  ในการตอบคำถาม  รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วย  จะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงที่มีการพูดถึงเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์  หรือแม้กระทั่งเรื่องป้าอรพินทร์ที่รับทำงานเรื่องทะเบียนสมาชิก  ทั้งๆที่ทั้ง 2 เรื่องนี้นั้นได้มีผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆช่วยอธิบาย  ขยายความแล้ว  แต่ประธานฯกลับทำ (เหมือน) ไม่เข้าใจ

       2.เครือข่ายฯต้องพัฒนาทักษะในอีกหลายเรื่อง  โดยเฉพาะเรื่องการสรุปประเด็น  จะเห็นได้ว่าการประชุมค่อนข้างยืดเยื้อ  เนื่องจาก  ไม่มีผู้สรุปประเด็น  (หรืออาจสรุปแต่เป็นการสรุปเข้าข้างความคิดของตนเอง  ไม่ใช่การสรุปประเด็นจากที่ประชุม)

       3.ดีใจ  ที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในการประชุมเครือข่ายฯสัญจรครั้งนี้  ไม่ว่าจะเป็น

           3.1ความเจริญเติบโตทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพของกลุ่มแม่ทะ  กรรมการยังคงมาพร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนเดิม  รู้สึกว่าจะมีชาวบ้านมาร่วมสังเกตการณ์มากขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผู้วิจัยมาด้วยค่ะ

           3.2ผู้เข้าร่วมประชุมมากขึ้น  มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  มากันครบทุกกลุ่ม  ทั้งกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่

           3.2การเปลี่ยนไปของคนหลายคน  คณะกรรมการหลายคนจากที่ผู้วิจัยไม่เคยเห็นพูดเลย  แต่ครั้งนี้กลับพูดมากขึ้น  และพูดอย่างมีเนื้อหาสาระด้วย

       4.สำหรับในส่วนของผู้วิจัยเองนั้น  รู้สึกว่าตัวเองควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น  พูดมากขึ้น  (ปกติถ้ามีการประชุมเครือข่ายฯ  ผู้วิจัยจะทำตัวเป็นผู้สังเกตการณ์  จะไม่พูดอะไรเลย  จะพูดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับโครงการฯเท่านั้น)   ใช้สมาธิ  และทักษะมากขึ้นด้วย 

       สุดท้าย  ท้ายสุด  แม้ผู้วิจัยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลายอย่างในการประชุมเครือข่ายฯ  แต่ถ้าหากว่าผู้ที่มีบทบาท  มีอำนาจ  ยังไม่ปรับปรุงแก้ไขตนเอง  การประชุมก็คงจะออกมาเหมือนกับที่ผ่านๆมาเหมือนเดิม  คือ  มีความทันสมัย  แต่ไม่พัฒนา