พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากมีลูกมาแล้วไม่มากก็น้อย อาจารย์ฟิลลิพพา โฟการ์ที ผู้สื่อข่าว BBC ตีพิมพ์เหตุผลเรื่องนี้ ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
...

กราฟแท่ง: อัตราการเกิดต่อประชากร 1,000 คนของญี่ปุ่นลดลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 1950 หรือ พ.ศ. 2493 [ from BBC > Click ]
...
ปัญหาคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากมีลูกทำให้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นต้องออกไปรณรงค์ให้คนมีลูกกันมากขึ้น
เดือนมกราคมปีนี้ (2550) ท่านไปพูดที่เมืองมัตซึเอะ บอกให้ผู้หญิงที่นั่นช่วยกันผลิตลูกให้มากขึ้น ผลคือ ผู้หญิงโกรธท่านกันยกใหญ่
...
อาจารย์โฟการ์ทีวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากมีลูกได้แก่
- ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูก(ในญี่ปุ่น)สูงมาก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นไม่มีระบบประกันเงินบำเหน็จบำนาญ ทำให้คนรุ่นใหม่กลัวว่า พอแก่แล้วจะไม่มีเงินใช้
- ชั่วโมงทำงานของญี่ปุ่นค่อนข้างมาก เมื่อรวมกับประเพณีที่ไม่ค่อยดีเท่าไรคือ การไปสุมหัวกันดื่มเหล้าหลังเลิกงาน ทำให้คุณสามีกลับบ้านค่อนข้างดึก ทำให้คุณภรรยารู้สึกว่า ภาระในการเลี้ยงลูกตกกับผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียวเกือบทั้งหมด
- ญี่ปุ่นไม่มีระบบสวัสดิการ หรือระบบภาษีที่จะสนับสนุนให้คนมีลูกชัดเจน
...
ข้อมูลจากการสำรวจวิถีชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ในปี 2001 หรือ พ.ศ. 2544 พบว่า
อัตราการเกิดในชนบทสูงกว่าในเมือง ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า สังคมใหญ่แบบชนบท โดยเฉพาะครอบครัวใหญ่ที่มีคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือเครือญาติช่วยเลี้ยงลูกเกื้อกูลต่อการเลี้ยงลูกมากกว่าสังคมในเมือง ซึ่งมักจะเป็นครอบครัวแบบนิวเคลียร์ หรือมีแต่สามีภรรยา
...
ประเพณีญี่ปุ่นที่ยกงานบ้านเกือบทั้งหมดให้ภรรยาทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป
ผลการสำรวจพบว่า ผู้ชายญี่ปุ่นใช้เวลาทำงานบ้าน หรือเลี้ยงลูกเฉลี่ยวันละ 30 นาที ที่เหลือยกให้ภรรยาหมด
...
คุณสามีญี่ปุ่นมักจะกลับบ้านดึก พอไปถึง... ลูกก็หลับเสียแล้ว แถมตอนเช้ายังออกจากบ้านเร็ว ดีไม่ดีออกก่อนลูกตื่นอีกต่างหาก
คุณทาโมมิ นักศึกษามัธยมฯ กล่าวว่า คนญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะแต่งงานช้า ทำให้มีลูกยากขึ้น
...
ภาพ: คุณทาโมมิ นักศึกษามัธยมฯ [ from BBC > Click ]

...
คุณโอเซอิ ช่างเสริมสวย กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกที่สูงมากในญี่ปุ่นมีส่วนทำให้คนรุ่นใหม่กลัวการมีลูก
ภาพ: คุณโอเซอิ ช่างเสริมสวย [ picture from BBC > Click ]

...
อาจารย์โฟการ์ทีกล่าวว่า ถ้าเปรียบเทียบกับสวีเดนแล้ว... ผู้หญิงสวีเดนก็แต่งงานช้าคล้ายๆ กับญี่ปุ่น ทว่า... นิยมมีลูกกันมากกว่าคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่
ผู้เขียนขอสันนิษฐานว่า สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะสวีเดนเป็นประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ซึ่งมีรัฐสวัสดิการสูงมาก ทำให้คนกล้ามีลูกมากกว่าก็เป็นได้
...
งานภาคเอกชนขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) 70% บอกเลิกจ้างผู้หญิงที่ลาคลอด และรับพนักงานใหม่เข้าทำงานแทน
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ว่า การมีลูกสักคนในญี่ปุ่นนั้น... ไม่ง่ายเท่าไร
...
ผู้เขียนสันนิษฐานว่า สาเหตุที่ทำให้คนในประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ มีลูกน้อยลงอาจมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้
- สังคมยุคใหม่ไม่ใช่สังคมเกษตร > การมีลูกมากไม่ได้ช่วยลดงานแบบอาชีพทำไร่ทำนา ทว่า... เพิ่มงาน (workload)
- ครอบครัวยุคใหม่เป็นครอบครัวเดี่ยว (nuclear family) มากขึ้น ไม่ใช่ครอบครัวใหญ่ ไม่ค่อยมีคนรอบข้ามาช่วยดูแลลูก ทำให้การเลี้ยงลูกเหนื่อยมากขึ้น
- สังคมยุคใหม่ โดยเฉพาะสังคมตะวันตก (และกำลังจะเป็นแบบนี้ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ) > มีปัญหาพ่อแม่กำพร้าลูก หรือลูกไม่ค่อยเลี้ยงดูพ่อแม่ตอนแก่เฒ่ามากขึ้น การสำรองเงินไว้ดูจะเป็นหลักประกันที่มั่นคงมากกว่าหวังพึ่งลูก
...
ไม่ทราบว่า เมืองไทยกำลังจะเดินตามรอยญี่ปุ่นหรือเปล่า...
ที่มา
- Thank BBC > Philippa Fogarty > Genter issues key to low birth rate > [ Click ] > November 22, 2007.
คุณหมอครับ
ตามความเห็นส่วนตัวของผม และจากที่ได้พูดคุยกับคนรุ่นๆ เดียวกัน พบว่าส่วนใหญ่ต้องการมีเซ็กส์แต่ไม่ต้องการมีลูกครับ ... ดังนั้นผมว่าเมืองไทยเดินตามรอยแน่ๆ ครับ
และจะมีแถมสำหรับพวกอยากมีเซ็กส์ ไม่อยากมีลูก แต่บังเอิญได้ลูก อันนี้ก็เป็นปัญหาสังคมกันต่อไป :-)
ขอขอบคุณ... คุณต้นกล้า
ตอนนี้อัตราการเกิดของเมืองไทยลดลงไปเรื่อยๆ ต่อไปอาจจะคล้ายญี่ปุ่นมากขึ้น
ถ้าไม่ได้อ่าน ก็คงไม่รู้ รู้แล้วทึ่งจังเลยค่ะ
ขอขอบคุณ... คุณฟ้าหลังฝน
เมืองไทยเราเองก็มีแนวโน้มจะเดินตามกระแสนี้ในญี่ปุ่นต้อยๆ ...
ขอบคุณครับคุณหมอ
คนมีลูกช้า แต่งงานช้า ในเมืองไทย ทีแรกผมนึกว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจของประเทศ (ที่กำลังฟื้น??) หรือการที่ยังไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีในระดับแข่งขันแนวหน้า คนไทยที่ยังไม่มีลูกหรือครอบครัว ส่วนหนึ่งก็กลัวว่าลูกจะไม่ได้โอกาสดีๆในชีวิตตามที่สมควร
แต่เมื่ออ่านจากข้อมูลที่คุณหมอให้นี่ ก็เหมือนกับว่า ประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีเศรษฐกิจที่ดีกว่า มีเทคโนโลยีสูง ก็มีปัญหาเดียวกัน แสดงว่าในสังคมเช่นนนั้น (ที่คิดว่าจะดี) ค่าใช้จ่ายก็สูงตาม เป็นผลให้เศรษฐกิจของครอบครัวไม่ดี รวมทั้งนโยบายของรัฐก็มีผล
จึงน่าสนใจว่า จุดสมดุลตรงไหนที่เหมาะสม สำหรับสังคม หรือความมั่นคงของมนุษย์
ขอขอบคุณอาจารย์พันคำ...
กรณีของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังระบาดไปในประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศเป็นเรื่องใหม่...
เข้ามาเยี่ยมชมครับ ได้ความรู้และแนวคิดเพิ่มเติมดี ขอขอบคุณคุณหมอมาก คนไทยรุ่นใหม่ก็คงเหมือนกันละครับส่วนใหญ่ต้องการมีลูกไม่เกิน 2 คน
ขอขอบคุณอาจารย์โต...
ตามทฤษฎี... ถ้าทุกครอบครัวต้องการมีลูก 2 คน > ระยะยาวประชากรน่าจะค่อยๆ ลดลง
ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ...
ดิฉันมีความเห็นว่า การที่โลกเรามีประชากรมนุษย์น้อยเกินไป หรือ มากเกินไปนั้น ไม่ค่อยจะดีนักค่ะ เพราะทั้งสองกรณีก็ทำให้เกิดปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น และสาเหตุเกี่ยวกับจำนวนลูกนี้ ก็เกิดมาจากเหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือ ความไม่เท่าเทียมกันของหญิง ชาย เพราะ จากที่ดิฉันได้รวบรวมข้อมูลมาบ้างนั้น ถ้าผู้ชายเหนือกว่าผู้หญิงหรือผู้หญิงเหนือกว่าผู้ชาย จะทำให้เกิดปัญหาด้านประชากร แต่ปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมนี้ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวนะคะ ยังมีด้านการศึกษาอีกค่ะ และอื่นๆอีก
ในความคิดของดิฉันนะคะ การแก้ปัญหาด้านนี้นั้น ไม่ควรแก้ที่ปลายเหตุ แต่ควรแก้ที่ต้นเหตุค่ะ (การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็คือการใช้หลักการจูงใจในการมีลูก)
ในการแก้ปัญหาที่เหตุของปัญหานั้น คือ การปลูกฝังความคิดเรื่องการเท่าเทียมกันของหญิงและชาย มีสิทธิทุกอย่างให้เท่าเทียมกันให้มากเท่าที่เป็นได้ แต่ไม่ควรทิ้งการสอนลูกชายและหญิงให้มีความเข้าใจกันทั้งหญิงและชาย ช่วยเหลือกันและกัน ผลัดกันนำ ผลัดกันตามและความเสียสละค่ะ ช่วยกันทำงาน ทั้งงานบ้านและงานที่เป็นอาชีพถึงจะมีลูกแล้วก็ตาม โดยผู้ชายอาจเป็นผู้นำครอบครัวก็ได้หรืออาจเป็นผู้หญิงก็ได้ค่ะ
สนใจในเรื่องนี้เชิญที่ [email protected] ค่ะ
ขอขอบคุณ... คุณปรางใส
คุณหมอวัลลภสงสัยเหมือนกันเลย ว่าญี่ปุ่นมีเวลาที่เดินเร็วกว่าไทยหลายปีมากทำไมถึงมีลูกน้อยลงๆ
แต่เหมือนว่าคนญี่ปุ่นมีความรับผิดชอบต่อลูกที่จะเกิดมาและถ้าเกิดมาแล้วอาจต้องเจอปัญหาในชีวิตเหมือนตนจึงไม่มีลูกด้วยสงสัยตรงนี้
เลยคิดแค่ว่าอยู่ใช้ชีวิตเราให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นตามสมควรก่อนจะจากไปและไม่สร้างชีวิตใหม่ให้เกิดมาเพราะอนาคตไม่แน่นอน
เคยสงสัยอย่างนี้แต่พออ่านบทควาามของคุณหมอถึงรู้ว่าไม่ใช่แค่ความรู้สึกแต่มันมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจแม้ในประเทศอย่างญี่ปุ่นเองเ้วยที่อธิบายเป็นเหตุผลกัน
ชอบบทความนี้มากเหมือนตอบโจทย์ปัญหาสังคมเรื่องควรมีลูกคนมีลูกหรือไม่อย่างไรจึงจะดี
สงสารเด็กๆที่เกิดมาเจอปัญหาต่างๆมากเหลือเกิน
สุดท้ายถ้าไม่มีเด็กเกิดตามที่ควรจะเป็นก็เกิดปัญหาด้านอื่นๆอีก
อยากให้บางครอบครัวเลี้ยงลูกกันดีๆและอยากให้ลูกดูแลพ่อแม่ด้วยรักตลอดไป
มีลูกก็มีภาระเพิ่มร้ายได้ไม่พอใช้ลำบากต้องหาเงินเพิ่มอีก ปัจจุบันมีถึงเจ็ดสิบล้านคนก็แย่งกันกินแย่งกันใช้
ขืนมีมากกว่านี้คงผลาญทรัพยากรอีกมากประชากรด้อยคุณภาพเป็นแค่แรงงาน มีเป็นร้อยล้านก็ไม่พัฒนาลำบาก
เหมือนเดิมสู้พัฒนาประชากรที่มีอยู่ให้มีคุณภาพสูงประเทศจะได้พัฒนาประชากรมีคุณภาพชีวิตดี สังคมก็จะน่าอยู่
ที่มีอยู่ก็มากอยู่แล้วถ้าจะเพิ่มประชากรเพื่อเป็นแค่แรงงานตามโรงงานควรเปลี่ยนแนวความคิดใหม่
คนหนุ่มสาวแต่งงานช้า เพราะเหตุผลด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก (มิใช่เรื่อง Sex) ค่าครองชีพที่แพง ซื้อบ้านดอกเบี้ยแพงเหลือเกิน กว่าจะผ่อนหมดก็ 30 ปี แก่กันพอดี...รัฐบาลไทยไม่เคยมีนโยบายช่วยเหลือใรเรื่องค่าครองชีพ ไม่ปฏิรูประบบพลังงาน ไม่ปฏิรูปค่าดอกเบี้ยธนาคาร