เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณบ่ายโมงเศษของวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2539 ซึ่งเป็นหนึ่งวันสุดท้ายก่อนหมายกำหนดการเสร็จฯของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีที่จะเสด็จเปิดหอสมุดฯอาคารทรงงาน และเสด็จเยี่ยมชมงานต่างๆ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่ทูลเกล้าถวายเข้าในมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งมีหมายกำหนดการเสด็จทอดพระเนตรสวนป่า ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ปลุกสร้างสวนป่าที่เชิงเขาหลวงเป็นพื้นที่ประมาณ 400 ไร่
จากหมายกำหนดการเส็ดจทอดพระเนตรสวนป่าดังกล่าวพระเดชพระคุณหลวงพ่อได้นำคนงานไปทำเส้นทางเสด็จจากวัดศรีอุทุมพรถึงสวนป่าโดยรอบ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 10 กิโลเมตรเศษ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทจังหวัดนครสวรรค์ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น กรมทางหลาวชนบทนครสวรรค์) จัดส่งรถเกรด 1 คันรถบท 1 คัน รถน้ำ 1 คันและรถตักแบ็คโฮ 1 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ 5 คน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ จัดส่งรถเเทรกเตอร์ 1 คัน รถดัมป์ 2 คัน ถราดน้ำ 1 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ 5 คน มารวมจัดทำเส้นทางเสด็จฯ โดยดำเนินการมาแล้ว 10 วัน เหลือเพียงปากทางจะเข้าสู่สวนป่าระยะทางประมาณ 500 เมตร และเป็นวันสุดท้ายของการทำงานที่จะต้องเริ่งทำให้เส็จตามเวลาดังกล่าวบังเกิดเมฆฝนดำทมึนมาโดยรอบ ซึ่งส่อว่าฝนกำลังจะตกมาก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นการเสด็จทอดพระเนตรสวนป่าจะต้องยกเลิกอย่างแน่นนอน บรรยาศขนาดนั้นทั้งที่เป็นเวลาบ่าย แต่เนื่องจากเมฆฝนที่หนาแน่นทำให้เกิดความมืดครึ้มแสงสว่างเปลียบกับเวลาพลบค่ำที่เดียวบรรดาคนงานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากสองหน่วยงาน ที่มาช่วยร่วมกันแล้วเกือบ 30 คนต่างพากันเตรียมหาที่หลบฝนกันเจ้าระหวั่นข้าพเจ้าเองก็กำลังจัดเตรียมเต้นท์พลาสติกขนาดเล็ก ซึ่งมีประจำไว้ให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อหลบฝน ทันใดนั้นนายฉลอง เสือเจริญ หนึ่งในคนงานของหลวงพ่อได้ตะโกนขึ้นว่า"เฮ้ย! พวกมึงไม่ต้องหาที่หลบฝนหลอกมึงดูอะไรโน่น"ทุกคนหันไปมองตามมือที่ชี้ของทิดหลวยภาพที่ปราฎคือพระเดชพระคุณหลวงพ่อใช้ผ้าสังฆาฏิที่ทั่นพาดบ่าเป็นประจำคลุมศีรษะแล้วเดินจงกรมช้าๆ เป็นวงกลมเมื่อครบสามรอบ ปรากฏการณืเหนื่อธรรมชาติบนท้องฟ้าได้ปรากฎแก่สายตาทุกคู่คือท้องฟ้ามืดมิดด้วยเมฆฝนได้แยกตัวออกจากกันลักษณะเหมื่อนนำผ้าดำผืนใหญ่ๆยาวๆมาวางคู่กัน แวค่อยๆดึงมุมผ้าให้แยกออกจากกันอย่างช้าๆไม่ผิดเพี้ยนเลยท้องฟ้าค่อยๆสว่างจ้าจนเป็นปกติอย่างหน้าเหลือเชื่อ จบ