ภาพประทับใจ วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันต้องลงพื้นที่ที่โรงพยาบาลเด็ก และเป็นการกลับมาเพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครในโรงพยาบาลที่ตึก ส. 8 แห่งเดิม ที่นี่จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างนะ ถ้ามีฉันจะภาวนาให้เตียงทุกเตียงในส. 8 แห่งนี้ไม่มีเด็กป่วยนอนพักรักษาตัวอยู่เลย แต่มันก้คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก เพระว่าอย่างน้อยที่สุดก็ยังคงต้องเหลือ “น้องใหม่” ที่ยังคงเป็นเจ้าแม่อยู่ที่ตึก ส. 8 แห่งนี้ บ่ายนี้ฉันจึงตั้งใจว่าฉันจะเล่นสนุกกับน้องใหม่ให้เต็มที่เลย วันนี้ฉันมีตุ๊กตาปูนปั้นระบายสีมาให้เด็กๆได้ร่วมแต่งแต้มสีสันตามจินตนาการกัน ซึ่งฉันพึ่งจะไปซื้อที่สำเพ็งมากับพี่ภา เพื่อให้เด็กได้ระบายสีกันอย่างสนุกสนาน แต่ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปที่ตึก ส. 8 ฉันก็ต้องตกใจกับสิ่งที่ฉันต้องได้พบเจอ เด้กป่วยหลายสิบคนนอนพักรักษาตัวอยู่ที่เตียงคนไข้ บ้างก็ห้อยสายน้ำเกลือระโยงระยาง บ้างก็มีผ้าพันแผลพันรอบศรีษะ มันเป็นภาพที่ดูรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ฉันได้เห็นจากตึก ส. 8 แห่งนี้ ฉันได้เดินไปเยี่ยมเด็กที่นอนป่วยอยู่ตามเตียงเพื่อเป็นการทักทาย แต่สิ่งที่ฉันต้องเจอคือคราบน้ำตาจากความเจ็บปวด เด็กป่วยบางคนก็ยังมีอายุเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น แต่ก็ต้องมานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลซะแล้ว ฉันรู้สึกว่ามันเร็วเกินไปหรือเปล่าที่เด็กทารกขนาดนั้นจะต้องมาสัมผัสกับคมมีดของหมอ เด็กบางคนกำลังอยู่ในวัยที่กำลังซน แต่ก็ต้องถึงกับซนไม่ออกเพราะโรคร้ายที่เค้าไม่อยากได้มันมาอยู่กับตัวเอง มันช่างเป็นอะไรที่น่าเห็นใจจริงๆ น้องหนุ่ย เด็กชายวัย 13 ที่ฉันรู้จักและคุ้นเคยกันดี เพราะน้องหนุ่ยได้เคยมาร่วมทำกิจกรรมกับทางอาสาสมัครหลายครั้งแล้ว ก่อนมาฉันได้เข้าใจว่าน้องหนุ่ยอาจจะกลับบ้านไปแล้ว เพราะโรคที่น้องหนุ่ยเป็นนั้นมันไม่ได้รุนแรงอะไร เมื่อเทียบกับเด็กป่วยคนอื่นที่นอนพักรักษาตัวด้วยกัน แต่วันนี้ที่ฉันมาร่วมทำกิกรรมกับเด็กป่วย ฉันก็ยังได้เห็นน้องหนุ่ยยังคงนอนอยู่ที่เตียงเดิม และยิ่งไปกว่านั้นน้องหนุ่ยยังมีแผลใหญ่ที่ศรีษะ และที่หน้าผากด้านขวาก็บวมแบ่งซะจนแทบปิดตาขวาซะมิดดวง แต่น้องหนุ่ยก็ยังสามารถที่จะลืมตาอีกข้างได้ และยังมีการตอบโต้กับคำถามด้วยการส่ายหน้าและการถีบเท้า คุณแม่ของน้องหนุ่ยเล่าว่าไม่หน้องหนุ่ยพึ่งจะออกจกาห้องไอซียูมาเมื่อวาน และตอนนี้น้องหนุ่มก็ยังไม่สามารถที่จะทานอะไรได้เลย แม่เคยบอกกับฉันว่า“หัวอกของแม่เวลาเห็นลูกเจ็บ แม่แทบที่จะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น” และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย ทุกครั้งที่น้องหนุ่ยร้องโอดครวญด้วยอาการเจ็บปวด คุณแม่ของน้องก็แทบที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ พร้อมกับกุมมือลูกแล้วถามลูกว่าปวดไหม มันเป็นภาพที่ทำให้เวลาของฉันหยุดหมุนทันที ภาพที่ฉันได้เห็นเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำใสๆในตา ค่อยเอ่อล้นออกมาจากตาของฉัน ความสงสารที่เกิดขึ้น มันไม่ได้เกิดจากการที่ฉันสร้างภาพลักษณ์แห่งความสวย อย่างที่ใครหลายคนแอบล้อฉันหรอก แต่มันก็เกิดขึ้นมาจริงๆ จากความรู้สึกที่มันผุดออกมาจากข้างใน ว่าสิ่งที่ฉันได้เห็นเนี่ยะ มันทำให้ฉันเกิดความสงสาร และฉันเชื่อนะว่าถ้าหากคุณได้มาเห็นอย่างฉัน คุณก็จะประทับใจในความรักอันบริสุทธิ์ และฉันเชื่อเหลือเกินค่ะว่าถ้าคุณได้มาเห็นภาพนี้อย่างฉันแล้ว คุณก็จะรักคุณแม่ของคุณมากขึ้น
ภาพประทับใจ
หัวอกของแม่เวลาเห็นลูกเจ็บ แม่แทบที่จะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
berger0123 · 15 พ.ย. 2550
ดร. นิรันดร์ กุลฑานันท์ · 15 พ.ย. 2550
dtk · 15 พ.ย. 2550
พลเดช วรฉัตร · 15 พ.ย. 2550
เล่าเรื่องเปรียบเทียบเห็นภาพค่ะ แต่อาจจะต้องเพิ่มเติมในส่วนของ การวรรค คำสำคัญที่ต้องเน้น