การเสนอภาพผู้ป่วยในสารคดีต่างๆควรเป็นยังไง เพราะโดยทั่วไป ผู้ป่วยเป็นผู้ที่มีจุดอ่อนที่อาจถูกคนอื่นเอาไปใช้ประโยชน์ผิดๆได้ ผมเชื่อว่าปกติเวลาดูสารคดีที่เห็นชีวิต และหน้าผู้ป่วย พวกเราก็คงไม่คิดอะไรมาก นอกจากสนใจติดตาม เนื้หาเรื่องราวชีวิตของคนคนนั้น

ผมถูกกระตุกให้ต้องตั้งคำถามและหาคำตอบในฐานะคนที่พยายามหาทางถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อรูปแบบต่างๆ และบางครั้งก็ใช้รูปแบบสารคดี ที่ได้ผลมากๆ อย่างเรื่องทุกข์คนบนถนน ที่ช่วยให้หลายคนระมัดระวังมากขึ้นกับการขับขี่ยวดยาน เพราะอาจกลายเป็นคนสร้างทุกข์แก่ผู้อื่นโดยไม่ตั้งใจได้ง่ายๆ ถ้าประมาท

แต่บางตัวอย่างที่ี่ผมพบทำให้ผมอดถามตัวเองไม่ได้ว่า การที่เราเสนอภาพผู้ป่วย (หรือผู้ตกทุกข์ได้ยากอื่นๆ) ในสารคดีต่างๆ นั้น ผู้เกี่ยวข้องคิดยังไง และคนทำสารคดีเองควรคิดยังไง

เพราะปฏิกริยาหนึ่งทีเคย่พบ คือผู้ป่วยอนุญาตให้สัมภาษณ์ และถ่ายภาพตัวเอง แต่พอสมาชิกในครอบครัวรู้เข้ากลับไม่เห็นด้วย

ในทำนองเดียวกันมีคำถามว่า เวลาถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ป่วย มันไปเกี่ยวพันกับแพทย์ และโรงพยาบาล จำเป็นหรือไม่ที่ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวจะต้องไปเอาข้อมูลข้อเท็จจริงจากทาง รพ หรือถามทาง รพ

กรณีที่เป็นเรื่องไม่ดี คนทำสารคดีคงพยายามให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย

แต่บางครั้งเป็นการสื่เรื่องดีๆ ก็อาจจะคิดว่าไม่ต้องไปขออนุญาต หรือติดต่อกับทางโรงพยาบาล ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาตามมา

เพราะบางครั้งแม้จะเป็นเร่องดีๆ ก็อาจเข้าข่ายว่า ทาง รพ เจตนา โฆษณา 

สมัยนี้มีสารคดีที่ถ่ายจากคนที่เกี่ยวข้องจริงๆ  หลายเรื่องที่เกี่ยวกับคนตกทุกข์ได้ยาก มีผลเปลี่ยนชีวิตคนเหล่านั้น จนดูเหมือนว่าสือมวลชนมีส่วนช่วยชีวิตคนยากจน

แต่ก็มีเสียงว่าสื่อไม่น้อยมีเจตนาสร้างคะแนนให้ตัวเองมากกว่าการช่วยคนอื่น และเป็นการเอาเปรียบคนตกทุกข์ได้ยากที่ไม่มีทางเลือก เพราะต้องแลกด้วยการเปิดเผยตัวตน และสภาพที่ช่วยตัวเองไม่ได้

ส่วนเรื่องการถ่ายทำใน รพ ก็มีคำถามว่า อาจเป็นการรบกวนปฏิสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ และผู้ป่วยที่ถือเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ไม่สมควรกระทำ แม้ผู้ป่วยอาจจะอนุญาต แต่บางคนก็เห็นว่า ถ้าผู้ป่วยอนุญาต แพทย์ก็ไม่น่าจะมีสิทธิห้ามได้ เพราะไม่ใช่ผู้ที่อาจจะเสียหายจากการนี้ 

ในยุคที่สื่อมีอิทธิพลต่อชีวิต และวิธีคิดของผู้คนอย่างมากมาย ไม่รู้พวกเรามีความคิดเห็นต่อเรื่องราว หรือประเด็นแบบนี้ยังไงกันครับ