ความสนุก ครื้นเครงในวันวาน ผ่านมาแล้วก็ “ผ่านไป”
ความสงบ สงัด ผ่านมาแล้วก็ “คงอยู่” มิผ่านไป

วันเวลา ที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ณ ที่ต่าง ๆ ในแต่ละวัด แต่ละสาขา
วันเวลา สามเดือนแห่งการเข้าพรรษา ผ่านมาแล้วก็ “ผ่านไป”
วันเวลา อันแสนชื่นมื่น ครื้นเครงเต็มไปด้วยหมู่เพื่อน ก็ผ่านเข้ามา
วันเวลา พาเรากลับมาพบกัน กลับมากราบเท้าองค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์
วันเวลา พาเรากลับมาร่วมทำกฐินทาน วัดนั้น วัดนี้ ผ่านไปทีละวัด ผ่านมาแล้วก็ “ผ่านไป”
วันเวลา พากายและใจสานพลังร่วมเตรียมกฐินทานในสาขาอื่น ๆ อีก ทีละวัด ทีละวัด ซึ่งอีกไม่นานก็จะผ่านเข้าไป แล้วก็จะต้อง “ผ่านไป”

วันเวลาของเรา “ที่มีอยู่ด้วยลมหายใจ”
วันเวลาของเรา “ที่ขึ้นอยู่กับลมหายใจ”
หายใจเข้า แล้วก็หายใจออกไป
ลมผ่านเข้ามา แล้วก็ผันผ่านออกไป


นี่หรือกะไรที่ท่านเรียกว่า “ความไม่เที่ยง”
แม้แต่กาลเวลา ที่เมื่อผ่านเข้ามา ก็ต้องมีกาลที่ต้องผ่านออกไป


นี่หรือกะไรที่ท่านบอกว่า ในโลกนี้มิมีสิ่งใดเที่ยงแท้ นอกเสียจาก "ความสงบแห่งจิตใจ"
ความสงบ ที่เกิดขึ้นภายในกาย
ความสงบ ที่เกิดขึ้นภายในจิต
ความสงบ ที่เกิดขึ้นภายในใจ

ความสงบกับเป็นสิ่งเที่ยงแท้ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับใครต่อใคร ถ้าบุคคลนั้นไซร้ได้เข้าถึงพระสัทธรรม...

 


๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๐