...ปัญหาของนักวิจัยส่วนใหญ่ ก็มาจาก “ไม่มีปัญหาในการ วิจัย” นี่แหล่ะ ที่สำคัญคือ อย่าเครียดและคิดว่าเป็นเรื่องยากเสียจนท้อไปก่อน เพราะนั่นหมายถึงล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น ยังไงขอให้ได้เริ่มก่อน ล้มเหลวหรือไม่ค่อยว่ากัน อีกที.....

                 วันนี้ได้กลับมานั่งหน้าจอบันทึกเรื่องราว เรื่องเล่า ได้อีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานเกือบปี คงเพราะสนุกกับภาระงานในหน้าที่ ทั้งงานประจำแล้วก็งานโครงการ ที่บอกว่าสนุก เพราะบรรยากาศในที่ทำงานชวนให้เป็นอย่างนั้น มีการร่วมกันคิดร่วมกันทำโครงการหลายโครงการของบุคลากรในงาน  ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนการให้บริการของงานทะเบียนฯ ทำให้พวกเราสนุกกับงานทั้งในและนอกสถานที่ จนหลงลืมที่จะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนคนบนบล๊อก  ประกอบกับเรื่องเรียน ที่ตอนนี้เป็นปีที่ 3 เทอม 2 แล้ว หัวข้อยังคลุมเครือ ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องยังแปลได้ไม่ถึงไหน หวั่นๆ อยู่ว่าจะสำเร็จการศึกษาได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่  แต่ก็พยายามไม่ให้ตัวเองเครียดมากนัก เพราะจะทำให้นึกอะไรไม่ออกส่งผลเสียต่อการเรียนยิ่งไปอีก  เอาเป็นว่าต้องพยายามต่อไป  หลังจากนี้คงได้เข้ามาเจอะเจอกันบ่อยขึ้น เพราะยังคงคิดถึงงานเขียนและชุมชนคนบนบล็อกอยู่ แม้ไม่มีเวลามากนักก็ตาม                 

                   นอกจากจะยุ่งกับภารกิจที่ว่าแล้ว อีกภาระหนึ่งที่ยุ่งซะยิ่งกว่า คือ  การทำผลงานวิชาการเพื่อขอกำหนดตำแหน่งชำนาญการ  อันเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่มาก็หลายปี จนบรรดาคนรอบข้าง(ทั้งหลาย)เหมาว่าเราควรจะเป็นผู้ชำนาญการได้แล้ว  สำหรับสายงานสนับสนุนงานด้านวิชาการอย่างพวกเรา  ทางที่จะเติบโตได้คือ การทำผลงานทางวิชาการ ซึ่งมีกฎระเบียบบังคับอยู่หลายประการ ว่า ถ้าเราจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ชำนาญการในงานนั้น เราควรต้องมีคุณลักษณะอะไรบ้าง  ทั้งคุณวุฒิการศึกษา  ความเชี่ยวชาญในงาน อัตราเงินเดือน  ระยะเวลาปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างต่อเนื่อง  จิปาถะ  เบ็ดเสร็จแล้ว สรุปว่า เราสมควรต้องเป็นผู้ชำนาญการแล้วนะ   ซึ่งทำให้ต้องเริ่มดำเนินการทำผลงานวิชาการ (อันเกี่ยวกับงานประจำ) มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 เพื่อนฝูงหลายคนบอกว่า ทำไมไม่ทำสักที อยากจะบอกว่าทำอยู่ค่ะแต่เนื่องจากเป็นวิจัยเชิงพัฒนา บนพื้นฐานของการปฏิบัติการ ต้องอาศัยระยะเวลามาเรื่อย จนวันนี้ ส่งผลงานสรุปรวมแล้วใช้เวลาเกือบ  3 ปีเต็ม (คุ้มค่าจริงๆ) 

                  การยื่นเสนอเพื่อขอกำหนดตำแหน่งชำนาญการ จะต้องประกอบด้วยเอกสาร 3 ชุด คือ  ผลงานทางวิชาการ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เสนอขอ จะนำเสนอผลงานวิจัย หรือการวิเคราะห์งานมากกว่าที่จะเป็นการเขียนบทความ  อีกทั้งมหาวิทยาลัยนเรศวรก็มีทิศทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็น Research Based  และส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรได้ทำวิจัย ไม่ว่าจะเป็นวิจัยเพื่อการเรียนการสอน หรือวิจัยสถาบัน  ดังนั้น ผู้เขียนจึงเลือกที่จะทำงานวิจัยในงานหรือวิจัยสถาบันในหัวข้อเรื่อง แนวทางการดำเนินงานการจัดตารางเรียนตารางสอนผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นการทำวิจัยเชิงพัฒนา อาศัยเทคนิควิธีการทั้งการสำรวจและการมีส่วนร่วมรวมถึงประเมินผลการใช้ระบบฯ  เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งกว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นแต่ละขั้นตอนก็ใช้เวลาพอสมควร                 

                   คู่มือปฏิบัติงาน  ที่มักจะบอกกันว่า ต้องเขียนให้คนอ่านรู้ว่าเราทำอะไร และเค้าสามารถนำไปปฏิบัติได้ ผู้เขียนได้เขียน "คู่มือการปฏิบัติงานการจัดตารางเรียนตารางสอนมหาวิทยาลัยนเรศวร"  ทำให้พบข้อเท็จจริงประการหนึ่งจากการเขียนคู่มือฯ คือ  การปฏิบัติงานไม่ยากหากมีประสบการณ์  แต่การที่จะเขียนเรื่องที่เรามีประสบการณ์ให้คนอื่นเข้าใจแล้วทำตามได้นี่ต่างหากที่ยากกว่า  จากที่เคยคิดว่า การเขียนคู่มือปฏิบัติงานไม่ยุ่งยาก กลับกลายเป็นว่าขั้นตอนยุ่งยากหลากหลายกว่าการทำวิจัยซะอีก  เพราะกว่าจะเขียนเสร็จเรียบร้อยใช้เวลาเกือบครึ่งปี  ทั้งๆ ที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับบุคคลอื่นเหมือนการทำงานวิจัย  และที่สำเร็จลงได้  เพราะได้แนวทางจากหนังสือ การเขียนคู่มือปฏิบัติงาน ของ คุณเสถียร คามีศักดิ์  เจ้าหน้าที่บุคคลชำนาญการพิเศษ 9 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ที่ผู้เขียนได้รับจากการไปประชุมสัมมนาผู้ประสานงานวิจัยของ ปขมท. เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2550 ที่จังหวัดภูเก็ต  ซึ่งนับว่ามีส่วนช่วยให้การเขียนคู่มือปฏิบัติงานเป็นรูปเป็นร่างสมบูรณ์ขึ้นมาได้  ซึ่งหากผู้ใดจะเขียนคู่มือปฏิบัติงาน  ผู้เขียนแนะนำว่าควรได้ศึกษาแนวทางและวิธีการเขียนจากหนังสือดังกล่าว จะช่วยให้มีกรอบทิศทางในการเขียน ส่งผลให้งานเขียนของเราสำเร็จรวดเร็วขึ้น                

                  เอกสารชุดสุดท้าย คือ  แบบ ก.บ.ม.4  ซึ่งเป็นแบบกรอกประวัติและผลงานย้อนหลัง 3 ปี  เอกสารชุดนี้ไม่ยุ่งยากมากนัก เนื่องจากมีรูปแบบการเขียนชัดเจน เป็นประวัติและผลงานของเรา  ซึ่งเป็นเอกสารชุดสุดท้ายจริงๆ ที่ผู้เขียนเขียนเสร็จก่อนที่จะส่งผลงาน แต่เพื่อนๆ ที่กำลังดำเนินการจัดทำผลงานอยู่ บอกว่าขอทำแบบ กบม.4 ก่อนก็แล้วกัน ดูเหมือนจะเร็วที่สุด เอาไว้ปลอบใจตัวเองว่า เสร็จแล้ว 1 ชิ้นงาน”  ถือเป็นแนวคิดที่ดี อย่างน้อยก็เป็นกำลังใจ อะไรก็ได้ขอให้สำเร็จ ถือว่าเป็นการดีกับตัวเราและการปฏิบัติงานทั้งนั้น                                        

                   หลังจากดำเนินการส่งผลงานฯ ทั้งหมดแล้ว ตอนนี้เพียงรอให้ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกได้อ่านตามระเบียบของการบริหารงานบุคคลต่อไป ซึ่งคงต้องให้เวลาผู้ทรงคุณวุฒิที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งได้พิจารณาผลงานทั้งหมด  ตอนนี้ที่ทำได้คือ ให้กำลังใจกับน้องๆ รุ่นหลังที่กำลังเร่งทำผลงานทางวิชาการเพื่อความก้าวหน้าของตนเอง หลายคนท้อตั้งแต่หาปัญหาวิจัย  เพราะปฏิบัติงานกันจนคิดว่าอะไรๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาซะแล้ว  ต้องพูดให้คลายเครียดไปว่า  ไม่เป็นไรหรอก ปัญหาของนักวิจัยส่วนใหญ่ ก็มาจากไม่มีปัญหาในการวิจัยนี่แหล่ะ ที่สำคัญคือ อย่าเครียดและคิดว่าเป็นเรื่องยากเสียจนท้อไปก่อน เพราะนั่นหมายถึงล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น ยังไงขอให้ได้เริ่มก่อน ล้มเหลวหรือไม่ค่อยว่ากันอีกที.....