"...ต้องสังเกตุให้ดีแล้วค่อยผลิตพันธุ์ข้าวเหล่านั้นออกมา..."

บทวิเคราะห์ฉบับชาวนา กับการพัฒนาพันธุ์ข้าวปลูก:(พันธุ์ขาวกอเดียว, พันธุ์หอมมะลิ 105) โดย...ลุงบุญสืบ กลิ่นชาติ   

          ชาวนาจาก ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ให้ข้อคิดจากประสบการณ์การทำนามากกว่า 40 ปี กับทางกลุ่มเกษตรปลอดภัยจากสารพิษ ต.ไผ่รอบ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร

           ลุงบุญสืบเล่าว่า.... หากเทียบความนิยมของผู้บริโภคเกี่ยวกับรสชาติความอร่อยระหว่าง ข้าวหอมมะลิ และ ข้าวขาวกอเดียว   หอมมะลิจะอร่อยกว่านิดหน่อย อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ถ้าความรู้สึกจริงๆของลุงบุญสืบก็รู้สึกว่าหอมมะลิอร่อยกว่า แต่ที่ขาวกอเดียวเริ่มมีชาวนานำกลับมาทำเพราะว่า ขาวกอเกียวเป็นพันธุ์พื้นเมือง และเป็นข้าวประจำจังหวัดมีลักษณะต้นข้าวที่ต้านทานต่อโรคเป็นอย่างดี แต่ผลผลิตได้น้อยกว่ามะลิ 105 และเมล็ดหลุดรวงง่าย ในส่วนของความหอมนุ่มนั้นไม่ต่างกันมากนัก ยิ่งทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ข้าวอะไร ความหอมเริ่มมีน้อยลง เนื่องจากสภาพดินที่เสื่อมลงซึ่งเป็นผลพวงจากการใช้สารเคมีมาเป็นเวลานานทางแก้จะต้องพัฒนาปรับปรุงดินให้ดีขึ้น ด้วยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ จุลินทรีย์ย่อยสลาย แม้ในระยะสั้นๆจะไม่ค่อยเห็นผล แต่ระยะยาวประมาณ 3 ปี ก็แทบจะไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็ได้ข้าวกินแล้ว ลุงบุญสืบ ทำอย่างนี้ทำให้ข้าวแข็งแรงไม่ล้มง่าย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำข้าวหอมมะลิ 105 ได้ 100 ถังต่อไร่มาแล้ว   

นอกจากปรับปรุงดินให้ดีแล้ว และลุงบุญสืบยังแนะนำให้พัฒนาพันธุ์ข้าวไปพร้อมกันด้วย โดยใช้วิธีคัดเมล็ดข้าวกล้อง เลือกข้าวที่เรียว ใส ไม่มีท้องปลาซิว ไม่หัก ไม่ร้าว สรุปคือ   เลือกเมล็ดที่สวยที่สุดในสายตาเราแล้วนำไปเพาะในกระถาง เก็บไว้ขยายต่อในแปลงนา  แล้วเลือกอีกครั้งหนึ่งจากแปลงนา ที่ต้นแตกกอได้ดี รวงสวย เมล็ดมาก เก็บไว้ทำต่อ ทำอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง ข้าวที่ได้รับรองได้ดีแน่ ไม่ต้องห่วง 

 การจะพัฒนาหรือเลือกพันธุ์ข้าวต้องดูจากตัวเองว่าชอบกินข้าวอะไร เพื่อนบ้าน ตลาดชอบกินข้าวอะไร และดูความเหมาะสมกับพื้นที่ของเราเหมาะกับพันธุ์ข้าวอะไร ที่ลุ่ม ที่ดอน ใช้พันธุ์ข้าวแตกต่างกัน ต้องสังเกตุให้ดีแล้วค่อยผลิตพันธุ์ข้าวเหล่านั้นออกมา