ข่าเหลือง (  Yellow Galango )

  ลักษณะพืช   เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้น และสามารถเลี้ยงข้ามปีได้ซึ่งทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัว ขนาดลำต้นสูง 1 - 2 เมตร  มีต้นใต้ดิน มีข้อ ปล้อง เห็นชัด เนี้อมีสีเหลือง ช่วงอายุ 6-8 เดือนข่าอ่อนจะไม่มีเสี้ยน รสไม่เผ็ดมาก

  ใบ   ใบเดี่ยว  ก้านใบแผ่เป็นกาบหุ้มซ้อนๆกัน

  ดอก   ดอกเป็นช่อ ออกที่ยอด สีขาว

  ผล   ผลสีแดงอมส้ม รูปกลมรี  ภายในมี 2 - 3 เมล็ด

  ประโยชน์ทางอาหาร  เหง้าใช้เป็นเครื่องเทศ ใช้เป็นส่วนผสมในการทำอาหารของมนุษย์  เช่น ต้มต่างๆ ลาบ  แกงขั้ว  และผักจิ้ม ฯลฯ  เหง้ามีสารอาหารคาร์โบไฮเดรต  ฟอสฟอรัส  แคลเซี่ยมและวิตามินซี

  ประโยชน์

         1.ช่วยขับลมแก้ทอ้งอืด ท้องเฟ้อ ท้องเดิน และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน  โดยใช้เหง้าข่าแก่สดตำละเอียดผสมน้ำปูนใส ประมาณ 2 ถ้วยแก้ว กวนให้เข้ากัน กรองด้วยผ้าขาวดื่มครั้งละครึ่งถ้วย แก้ว  วันละ 2-3ครั้ง

          2.แก้โรคผิวหนังกลากเกลื้อน และลมพิษ  โดยใช้เหง้าแก่สดหั่นเป็นชิ้นบางๆ หรือตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาว ทิ้งไว้ 1 คืน นำมาทาวันละ 2 ครั้ง เช้า ก่อนนอน จนกว่าจะหาย

  การปลูก  ปลูกแซมในสวนไม้ผล  สวนยางพารา  ระยะปลูก 0.50 X 0.75 เมตร (ขายข่าอ่อน)  1.00X 1.00 เมตร (ขายข่าแก่)  ดินร่วนซุยมีอินทรีย์วัตถุจะเจริญได้ดี  และควรปลูกก่อนฤดูฝน

   ตลาด มีความต้องการจำกัดและต้องหาแหล่งจำหน่ายไว้ก่อน  บางพื้นที่ผู้บริโภคยังไม่รู้จักผู้ปลูกต้องแนะนำการบริโภค  ราคาในตลาดจังหวัดระนอง ข่าอ่อนกิโลกรัมละ  6 - 10 บาท