น้ำใจที่มาพร้อมกับน้ำท่วม

 16 ตุลาคม 2549   ครบรอบหนึ่งปีแล้วซินะ กับภาพที่ยังคงติดตรึงหลอนอยู่ในความรู้สึกยังจำได้ดีกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า สายน้ำไหลบ่าเข้าสู่บริเวณบ้านอย่างมิอาจต้านทานไว้ได้  เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดระยะเวลาประมาณ 80 ปีที่ผ่านมาตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน  ทำให้แต่ละบ้านมิได้เตรียมตัวเตรียมใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ทรัพย์สิน  ข้าวของเครื่องใช่ต่าง ๆลอยระเกะระกะเต็มท้องน้ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ   เพียงระยะเวลาแค่  2 ชั่วโมงจากช่วงเช้าที่น้ำเริ่มไหลเข้ามาระดับน้ำสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5  เมตร  นึกภาพดูสิ  มากแค่ไหน?  แต่ละครอบครัวต่างอพยพหนีน้ำ  ขนข้าวของเครื่องใช้เท่าที่จะหยิบฉวยได้มาอาศัยพื้นที่ริมถนนทางหลวงสร้างเพิงพักเป็นที่อาศัยหลับนอนชั่วคราวรอจนกว่าน้ำจะลดลง  ผู้ที่ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรไม่ต้องพูดถึง  ทุกสิ่งอย่างจมหายไปกับสายน้ำ  ปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อปลา  หรือในกระชัง  ต่างพากันดีใจที่น้ำใหม่  พากันกระโดดเล่นน้ำอย่างสนุกสนานหาได้รู้ไม่ว่าเจ้าของน้ำตาตกในภาวะที่ทุกครอบครัวต้องเผชิญกับความลำบากที่ไม่สามารถบรรยายได้หมด  นอกจากผู้ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน  สภาพการกิน  การอยู่  การดำเนินชีวิตทั่ว ๆ ไป  ในความโชคร้ายที่ทุกคนได้รับจากภาวะน้ำท่วม  ก็ยังคงมีรอยยิ้มของน้ำใจที่แบ่งปันให้แก่กันและกัน  แม้ว่าจะไม่เหลืออะไรเลย  แต่ทุกครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมถนนต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  มากบ้างน้อยบ้างเท่าที่พอจะเกื้อกูลกัน   ปีนี้  16  ตุลาคม  พ.ศ.2550  เวียนมาบรรจบอีกครั้ง  ทุกครอบครัวต่างเฝ้าระวังประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย  พากันติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากทุกแหล่งข่าว  ตระเตรียมเคลื่อนย้ายขนของไว้ในที่สูง  เพราะทุกคนต่างมีภูมิคุ้มกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาแล้วนั่นเอง...แม้ว่าปีนี้น้ำจะท่วมใหญ่อีกครั้งแต่ก็ยังไม่หมดตัวเหมือนปีที่ผ่านมาแน่นอน...............