ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปฏิบัติธรรมข้อสันโดษอย่างจริงจังโดยไม่ต้องเดินตามแนวคิดแบบบริโภคนิยม วัตถุนิยมซึ่งเป็นแนวคิดที่ส่งเสริมให้เกิดความทุกข์ร้อนแก่ผู้คนซึ่งหลักแห่งสันโดษมี ๓ ประการ คือ <p class="MsoNormal">                .ยถาลาภสันโดษ ยินดีในสิ่งที่ตนได้มาด้วยความพากเพียรอย่างถูกต้อง ไม่ทะเยอทะยานปรารถนาในสิ่งที่ตนเองไม่มีคนที่ขาดสันโดษข้อนี้มักจะเป็นผู้ที่มองว่าตนเองด้อยกว่าเขา จนกว่าเขาต้องเดือดร้อนกระวนกระวายอยากได้สิ่งอื่นที่ตนไม่มีจึงเป็นทุกข์เพราะเป็นหนี้บ้าง ถูกยึดรถ ถูกยึดบ้านบ้าง ก็เพราะการไม่ยินดีในสิ่งที่ตนมี</p> <p class="MsoNormal">                .ยถาพลสันโดษยินดีตามกำลังของตนที่จะพึงมีพึงได้เราสามารถหาได้ขนาดไหน ก็พึงพอใจและยินดีในความสามารถของเราให้รู้จักประมาณของตนการที่แสวงหาเกินความจำเป็นของตน ก็จะนำมาซึ่งความทุกข์ความวุ่นวายเท่านั้น                </p><p class="MsoNormal">.ยถาสารุปสันโดษยินดีตามฐานะของตนเองพิจารณาดูว่าเราเองมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร  ควรยินดีกับการใช้สอยบริโภคให้เหมาะสมตามฐานะนั้นๆ ไม่เป็นอยู่เกินฐานะ  ความเป็นอยู่ของคนไทยปัจจุบันค่อนข้างแย่แต่คนไทยบางส่วนยังใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินฐานะของตนเอง ถือเป็นการทำลายเศรษฐกิจของชาติโดยไม่รู้ตัว</p> <p class="MsoNormal">                สันโดษต้องมาคู่กับความเพียรไม่เกียจคร้านการทำงานจึงจะเป็นสันโดษแท้ นอกจากสันโดษแล้ว จะต้องมีข้อปฏิบัติต่อการทำงานที่ถูกต้อง อันได้แก่</p> <p class="MsoNormal">-ขยัน  บากบั่นพากเพียรในการทำงาน ในการประกอบอาชีพ (อุฏฐานสัมปทา)</p> <p class="MsoNormal">-ประหยัด  รู้จักอดออมทรัพย์ที่หามาได้ ใช้จ่ายแต่พอดี  (อารักขสัมปทา)</p> <p class="MsoNormal">-คบคนดี  รู้จักเลือกคบแต่คนดี เว้นคนที่ไม่ดี อันจะพาให้ทรัพย์สินพินาศ (กัลยาณมิตตตา)</p> <p class="MsoNormal">-เลี้ยงชีพตามฐานะ  รู้จักประมาณตน ประมาณในการบริโภค  (สมชีวิตา)</p> หลักธรรมเหล่านี้ควรจะนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในยุคที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจเช่นปัจจุบัน ถ้าหากแต่ละบุคคลสามารถปฏิบัติตามนี้ได้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของตนเอง ครอบครัว และยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมืองด้วย