<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ระบบข้อมูลสารสนเทศและฐานข้อมูลทางการศึกษา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ระบบข้อมูลสารสนเทศและฐานข้อมูลทางการศึกษามีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการจัดการในทุกระดับขององค์การ ทั้งในการปฏิบัติงาน และการบริหาร ใช้ช่วยในการตัดสินใจ การวางแผน และการประเมินผลเปรียบเทียบ ช่วยเพิ่มระดับความรู้ (Knowledge) ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> ระบบข้อมูลสารสนเทศ คือ การนำนวัตกรรมใหม่ (Innovation) มาใช้ในการบริหารพัฒนาระบบจัดเก็บและประมวลข้อมูล ให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และทันเวลา ซึ่งผู้ใช้ข้อมูลและสารสนเทศแต่ละคน จะมีการรับรู้ต่อข้อมูลและสารสนเทศเดียวกัน แต่จะมีการใช้งานและหน้าที่ความรับผิดชอบสารสนเทศแตกต่างกัน ข้อมูลที่นำมาใช้ประมวลเพื่อสารสนเทศ เกิดจากแหล่ง ข้อมูล 2 แหล่ง คือ แหล่งข้อมูลภายในองค์การ และแหล่งข้อมูลจากภายนอกองค์การ </p>
สารสนเทศสามารถจัดแบ่งกลุ่มประเภทได้หลายแบบ โดยยึดถือตามหลักอ้างอิงแบบต่าง ๆ เพื่อสะดวกต่อการใช้บริหารงานภายในองค์การ ซึ่งการจัดแบ่งแต่ละแบบอาจไม่ครอบคลุมสถานการณ์ทั้งหมดที่มีอยู่จริงได้ ดังนั้นสารสนเทศเดียวกันก็อาจถูกจัดให้อยู่ในประเภทต่าง ๆ ได้ หลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน
ระบบสารสนเทศทางการศึกษา คือ ชุดของคน ข้อมูล และวิธีการทางการศึกษา ซึ่งทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือ สารสนเทศ คือข้อมูลที่ผ่านการประมวล ผล บวก ลบ คูณ หาร เปรียบเทียบหรือตรวจสอบแล้วมีความชัดเจนขึ้น สามารถนำมาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจ หรือดำเนินการใด ๆ ต่อไปได้ สารสนเทศจะถูกนำเสนอในรูปอัตราส่วน ร้อยละ การเปรียบเทียบ ซึ่งประเภทของระบบสารสนเทศมี 4 ระบบ คือ ระบบประมวลผลธุรกรรม ระบบสารสนเทศการจัดการ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และระบบการสนับสนุนระดับนโยบาย โดยที่จะมีบุคลากรในระบบสารสนเทศ คือ ผู้ใช้ นักวิเคราะห์ระบบ นักออกแบบระบบ และนักเขียนโปรแกรม
ทิศทางการบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้ยุทธศาสตร์ คือ การใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศ (Information Utilization) เพื่อประกอบการตัดสินใจให้มากขึ้น การบริหารทางไกล (High-Tech Administration) การหาความรู้ทำงานกับระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Literacy)
การมองการณ์ไกล (Introspection) การใช้หน่วยงาน/องค์กรอื่นทำงาน (Decentralization) การจัดรูปองค์กรที่ทำงานได้ฉับไว (Organization Development) และการพัฒนาบุคลากร (Personnel Development)
ระบบฐานข้อมูลทางการศึกษา การจัดโครงสร้างข้อมูลให้เป็นแบบฐานข้อมูลกำลังเป็นที่นิยม เนื่องจากปริมาณข้อมูลมีมากถ้าจัดข้อมูลเป็นแบบแฟ้มข้อมูลจะทำให้มีแฟ้มข้อมูลเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้เกิดข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันได้ ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนนี้จะก่อให้เกิดปัญหามากมาย ระบบฐานข้อมูลสามารถรักษาความถูกต้องของข้อมูล ป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลทำได้อย่างสะดวก สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ มีความเป็นอิสระของข้อมูล สามารถขยายงานได้ง่าย ทำให้ข้อมูลบูรณะกลับสู่สภาพปกติได้เร็วและมีมาตรฐาน
การบริหารฐานข้อมูลโดยการกำหนดโครงสร้างหรือรูปแบบของฐานข้อมูล กำหนดโครงสร้างของอุปกรณ์เก็บข้อมูลและวิธีการเข้าถึงข้อมูล มอบหมายขอบเขตอำนาจหน้าที่ของการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้
ระบบการจัดการฐานข้อมูล (data base management system, DBMS) จะดูแลการใช้งานให้กับผู้ใช้ ควบคุมระบบความปลอดภัยของข้อมูลควบคุมการใช้ข้อมูลในสภาพที่มีผู้ใช้พร้อมๆกันหลายคน ฐานข้อมูลทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องที่สำคัญมี 5 ฐานข้อมูล คือ ระบบฐานข้อมูลทางการศึกษาระบบตรวจสอบข้อมูลฝ่ายบุคคล ระบบสารสนเทศด้านการศึกษา ระบบฐานข้อมูลเฉพาะกิจและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้านการศึกษา (GIS)
สารสนเทศปัจจุบัน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">1. สารสนเทศ ( Information ) คือ ข่าวสาร การแสดงหรือชี้แจงข่าวสารข้อมูลต่างๆ</p>
2. ลักษณะสารสนเทศปัจจุบัน มีการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงสู่เครือข่ายดิจิตอลกับคลังข้อมูล
เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
3. คุณค่าของสารสนเทศ
3.1 เสริมสร้างความสามารถในการตักตวงประโยชน์จากความรู้ต่างๆ
3.2 สร้างความมีเหตุผล ระเบียบ แบบแผน เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนา
3.3 มีฐานความรู้ที่กว้างขวาง มีวิธีการใหม่ ๆ ในการแก้ไขปัญหา
3.4 ทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพมา
ประเภทของสารสนเทศปัจจุบัน สามารถแบ่งรูปแบบสารสนเทศทางการศึกษา
รูปแบบของการศึกษา
- การศึกษาในระบบโรงเรียน
- การศึกษานอกระบบโรงเรียน
- การศึกษาตามอัธยาศัย
บทบาทของการสื่อสารต่อการศึกษา
- มีบทบาทเป็นกระบวนการสื่อสารการสอน
- มีบทบาทเป็นสื่อสารสอน
- มีบทบาทเป็นสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์สถานศึกษา
- มีบทบาทในฐานะครู
- มีบทบาทต่อการสังคมประกิจ ( Socialization )
- มีบทบาทต่อการพัฒนาการศึกษา แบ่งได้เป็น
- การสื่อสารในการสอนให้รู้หนังสือ
- การสื่อสารในการศึกษาทั่วไป
แนวโน้มสำหรับการเตรียมตัวเพื่อรองรับเทคโนโลยีสารสนเทศ
- การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี ได้แก่ การจัดเตรียม บุคลากร สถานที่ รวมถึงความจำเป็นเบื้องต้นในการใช้ เทคโนโยลี รวมทั้งความคุ้มทุน ความคุ้มค่าในการลงทุน
- การจัดเตรียมข้อมูลและเน้อหาที่จะให้บริการ ซึ่งการบริการบนเว็บจำเป็นต้องมีเนื้อหาที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการเตรียมบุคลากรในด้านนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
- การปรับความคิด (paradigm thinking) ทั้งนี้เนื่องจากวิธีการทำงาน และการให้บริการต้องเปลี่ยนจากสถานการณ์เชิงรับเป็นเชิงรุก เพราะความต้องการของผู้ใช้จะมีพลังกดดันมากขึ้นวิธีการขอใช้บริการจะผ่านทางเครือข่าย การปรับเปลี่ยนความคิดและเตรียมการในเรื่องต่างๆ จึงต้องปรับให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงเพื่อขอใช้บริการ
- การสร้างหน่วยเครือข่าย แนวคิดการดำเนินการจะมีลักษณะการสร้าง เป็นหน่วยเครือข่ายย่อย กระจายการให้บริการตามพื้นที่ต่างๆ
- การพัฒนากำลังคน เพื่อเตรียมข้อมูลทั้งหมดต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศ บุคลากรที่มีความสามารถ และมีคุณธรรม จริยธรรม สามารถควบคุม ดูแล การใช้บริการทางเว็บ ได้เป็นอย่างดี และตรงตามเจตนาของการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สังคม มีความเจริญทั้งทางด้านวัตถุ และจิตใจ
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ จะมีความก้าวหน้า ล้ำหน้าขนาดไหนก็ตาม ถ้าหาก คนเกิดความรู้สึกว่า เราจะต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเอาอย่างนี้ เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ของพวกพ้อง หรือพูดได้ว่ามีแต่ความเห็นแก่ตัว เมื่อนั้นเทคโนโลยี ก็คือดาบที่มีไว้สำหรับ ทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง เนื่องจากเมื่อใดมนุษย์หลงอยู่กับเทคโนโลยี จนลืมไปว่า
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> “ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ”</p>
ระบบสารสนเทศ และนวัตกรรมใหม่จึงต้องระลึกอยู่เสมอว่า ศีลธรรมจะต้องอยู่คูกับมนุษย์
พิมนศิลป์ ทัพนันตกุล
ป.โท บริหารการศึกษา
</span></span></span></font></span>